[Avengers AU: Avengers Academy] Capcakes are always on the menu, sir. (Happy Birthday Tony Stark)

Title: Capcakes are always on the menu, sir. (Happy Birthday Tony Stark)
Genre: Fluff…?
Rate: Teen And Up Audiences (PG-13)(?)
Relationships: Tony Stark/Steve Rogers — (Freeform), Domestic! Avengers Academy students
Note:

นึกชื่อเรื่องไม่ออก… Ha!
ขอบ่นตัวเองหน่อย… นิดนึง

เห็นบอกเปิดฟิควันเกิดคุณสตาร์คไว้สามเรื่องแบบนี้ อันที่จริงโคตรตันเลยนะ…

ไม่น่าบอกจะเปิดไว้เยอะๆเลย ฮือ
ไหนจะวันเกิดพี่คริสเดือนหน้าอีก…(จะได้แต่งมั้ยไม่รู้) ไม่นับต้นก.ค. วันเกิดสตีฟอีก(น่าจะ)สามวันจูบอีกหนึ่ง
ทีจริงไม่มีใครบังคับเปิดโปรเจคฟิคไว้รอนะ แต่แค่อยากแต่งแม้จะกร่อยและเลทก็ตาม อุวะฮะฮ่า

แต่ยังไงจะพยายามมาให้ทันทุกงานนะ…
#ตัดภาพไปที่ฟิคสโตนี่วันปีใหม่กับโทนี่จาร์วิสวันสงกรานต์ที่มาเลทแบบไม่น่าให้อภัย

คือเดือนหน้าก็เริ่มต้องไปทำธุระ จองหงจองหอ เฟิร์สเดท จะเข้ามหาลัยแล้วจ้า LOL
สาธุ ไม่ได้บนนะ ขอให้ได้หอในทีเถ๊อะ
ถ้ามันสนุกไม่สนุกยังไงอย่าลืมเม้นติชมกันได้เน้อ ไม่ค่อยมีคนเม้นเลอ เหงาจุง…

เชิญชม

 

 

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

 

 

 

 

“เจ้านายครับ”

 

 

“…”

 

 

“เจ้านายครับ”

 

“…”

 

“เจ้านายครับ…”

“…อือ?”

“เช้าแล้วนะครับ เช้านี้คุณมีประชุม—”

“อะไร… จะนอน”

“…อีกสิบห้านาทีนะครับ”

“อือ…”

“เจ้านายครับ”

“อะไรอีก…”

“มื้อเช้ารับอะไรดีครับ”

“เหมือนเดิม…”

“รับทราบครับเจ้านาย”

 

 

 

 

 

 

 

สิบห้านาทีถัดมา ร่างสังเคราะห์ของพ่อบ้านหนุ่มเดินกลับเข้ามาในห้องเดิมอีกครั้ง

“เจ้านายครับ”

“อืม…”

“ลุกได้แล้วครับ”

“รู้แล้วน่า”

แสงอาทิตย์รำไรของเช้าวันใหม่ส่องเข้ามาในห้องส่งความอบอุ่นแทนที่ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ โทนี่ปรือตาขึ้นช้าๆ เปลือกตากระพริบถี่ๆปรับสายตารับแสงสว่าง เด็กหนุ่มจิ๊ปากเบาๆที่พ่อบ้านของตนเข้ามาปลุกเสียแต่เช้า เขามัวแต่ทำงานเมื่อคืนและเพิ่งนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง…

หลังจากนอนนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง สายตาเหลือบไปหาอีกร่าง “จาร์วิส?”

“ครับเจ้านาย?”

“อะไรอะ” โทนี่บุ้ยไปที่มือของร่างสังเคราะห์ที่ถือโต๊ะพับตัวเล็กๆไว้

Breakfast in Bed, sir.

คนที่นอนอยู่หรี่ตา “ทำไมวันนี้ถึงมาทำอะไรแบบนี้เนี่ย ฉันไม่เด็กแล้วนะ”

จาร์วิสไม่ตอบ แต่ย้อนถาม “วันนี้วันอะไรครับเจ้านาย”

โทนี่ยังไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย “อันที่จริงฉันสิควรถามนาย” แล้วก็หยุดคิดครู่หนึ่ง “…วันนี้อ่อ? วันจันทร์มั้ง”

“ที่เท่าไหร่ครับ?”

“จำไม่ได้อะ”

“ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไร… ลุกขึ้นก่อนเถอะครับ”

โทนี่ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จาร์วิสจัดแจงวางโต๊ะพับที่ถืออยู่ลงตรงหน้าอีกฝ่าย จานอาหารเช้าสองจานถูกครอบไว้ เด็กหนุ่มสูดจมูกฟุดฟิด “แพนเค้ก?”

“ครับเจ้านาย”

มือเรียวของโทนี่เอื้อมขึ้นมาเปิดฝาออก “จาร์วิส…”

“ครับเจ้านาย?”

“…แพนเค้กนี่…”

“แบบที่คุณชอบไงครับ”

นอกจากจานไข่คน แฮม เบคอนแบบที่เขาชอบกินตามปกติแล้ว แพนเค้กรูปกัปตันอเมริกาในจานอีกใบทำเอาโทนี่ทั้งดีใจทั้งช็อกไม่น้อย ใครจะไปรู้ว่าหุ่นเสมือนของจาร์วิสจะรู้ถึงขนาดนี้ว่าเขาชอบอะไร ไม่มีใครรู้ว่าเขาชอบแบบนี้นอกจากจาร์วิส (หรือ… โอเค อาจจะเพิ่มพ่อหรือแม่เข้าไปด้วย) ต้องขอบคุณพ่อหรือเปล่าที่โปรแกรมความจำให้จาร์วิสจำเรื่องเล็กๆพวกนี้ได้…

สีหน้าช็อกของโทนี่ปิดไม่มิด “รู้ได้ไง”

“ต้องขอบคุณคุณท่านที่ลงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ให้ครับ” ยิ้มอ่อนๆประดับอยู่ใบหน้าของพ่อบ้านหนุ่ม

“นายบอกพ่อเหรอ” ริมฝีปากของเด็กหนุ่มยู่น้อยๆ

“ครับเจ้านาย อันที่จริง หากดูจากจำนวนของเล่นของสะสมที่คุณสะสมไว้น่าจะพอบอกได้อยู่แล้วครับว่าคุณเป็นแฟนบอย— เอ่อ อาจจะอันดับหนึ่งด้วยซ้ำไป— ของกัปตันอเมริกา—” จาร์วิสพูดยาวยืด

“เงียบน่า…” โทนี่แทบเอามือปิดหน้า

“—แล้วคุณชอบไหมครับ”

“…ฉันนึกว่าจะไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้ว”

Capcakes are always on the menu, sir.

“…ขอบใจนะ”

“ยินดีครับเจ้านาย รับกาแฟไหมครับ”

“เอาสิ”

 

 

 

 

 

“อะไรเนี่ย ยังไม่มีใครมาเลยเหรอ” โทนี่บ่นพึมพำเมื่อเปิดห้องประชุมมาแล้วไม่เจอใครเลย… ไม่แม้แต่คนเดียว

ขาเรียวก้าวไปที่ที่นั่งของตัวเองช้าๆ แอบนึกในใจว่าจะมีตัวอะไรโผล่พรวดพราดมาหาเขาหรือเปล่า…

นั่งอยู่พักหนึ่ง เด็กหนุ่มไม่รู้จะทำอะไรดีจนเกือบตัดสินใจจะฟุบหลับรอ แต่แล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ปรากฏตัว ตาสีฟ้าของเจ้าตัวกวาดเข้ามาในห้องทันทีที่ประตูเปิดตามความเคยชิน และนั่นทำให้สตีฟถึงกับชะงักกึกอยู่หน้าประตู บัคกี้ที่เดินจิ้มหน้าจอทัชสกรีนตามหลังมาไม่ทันระวังก็ชนกับแผ่นหลังของคนข้างหน้าโดยไม่ตั้งใจ “อุก! นายหยุดทำไมเนี่ย”

คนที่นั่งรออยู่ในห้องหันไปมองแบบงงๆ “…อะไรแคป ตกใจเหรอ?”

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่สตีฟเห็นโทนี่มาก่อนใครๆ ก่อนเขาด้วยซ้ำ…

“แน่ล่ะ นายน่ะถ้าไม่สายก็โดด” สตีฟไหวไหล่แล้วเดินไปนั่งที่ของตัวเองที่อยู่ข้างๆโทนี่

โทนี่เบะปากพลางทำท่ากุมหัวใจ “อุ เจ็บอะ…”

“ว่าแต่นี่มันอะไรเนี่ย นายมาก่อนพวกฉันอีกอะ” บัคกี้งึมงำระหว่างเดินมานั่งที่

“จาร์วิสปลุกแต่เช้าเลย ไม่รู้ทำไม ถามอีกนะว่าวันนี้วันอะไร แถมยังทำ Breakfast in Bed มาให้อีก แปลกๆอะ” โทนี่บ่นยาว พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้อีกสองคนในห้องฟังยกเว้นเรื่องแพนเค้กที่เขาไม่ได้พูด

สองคู่หูมองหน้ากัน เจ้าของผมบลอนด์ทำหน้าประหลาดใส่ ส่วนอีกคนก็ส่งสายตากลับมาประมาณว่า ‘จำไม่ได้แหงๆ’

“นั่นแหละโทนี่ วันนี้วันอะไร” สตีฟถามขึ้น

“วันนี้ก็วันจันทร์ไง” เด็กหนุ่มตอบหน้าตาย

“เออ… นั่นก็ใช่” บัคกี้กุมขมับ สตีฟคิดว่าเขาอยากเอาหน้าโขกโต๊ะ

เด็กหนุ่มทำหน้าเหรอหรา “ทำไมอะ วันนี้มีอะไรเหรอ—” ก่อนจะได้ถามต่อ นักเรียนคนอื่นๆก็ทยอยเดินเข้ามาในห้อง ที่ประหลาดคือ พอเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วทุกคนก็มีปฏิกิริยาช็อกๆแบบเดียวกับสตีฟเด๊ะ

ทำไมอะ คนหล่อมาเช้ากับเขามั่งไม่ได้หรือไง…

โทนี่นึกอยากตั้งกล้องไว้เหลือเกิน ปฏิกิริยาของทุกคนเช้าวันนี้เวลาเห็นเขานั่งรอในห้องอยู่ก่อนแล้วตลกสุดๆ บางคนนึกว่าเข้าห้องผิดหรือไม่ก็ตาฝาด ขนาดเพ็ปเปอร์ยังทักว่า ‘ลมอะไรหอบคุณให้มาแต่เช้าขนาดนี้เนี่ย’ แจนถึงกับถ่ายรูปเขาไปลงทวิตเตอร์ ‘วันนี้โทนี่ สตาร์คมาเร็ว หิมะต้องตกในฤดูร้อนแหง!’

แม้แต่ผอ.ฟิวรี่ก็ยังพูดถึงเรื่องนี้ ‘นี่ฉันมาช้ากว่าคุณชายสายเสมอเหรอ?’

เอ่อ ถือเป็นเรื่องดีๆของเช้าวันนี้ละกัน…

การประชุมเป็นไปอย่างน่าเบื่อ(ในความคิดโทนี่)แบบที่เคย ในที่สุดหลังจากการพูดคุยเรื่องเหตุการณ์ต่างๆของเดือนนี้จบลง —การรับนักเรียนเข้าใหม่ การรวมทีม Guardians of the Galaxy การต่อสู้ของเหล่านักเรียนกับผู้บุกรุกในคราวนี้ ยังไม่รวมการแนะนำวิธีดูแลและพูดคุยกับต้นไม้อย่างกรู๊ทที่ไม่ได้เข้ามาประชุมด้วย และต่อด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจผอ.ฟิวรี่ของนาตาชา— ฟิวรี่ก็หันมาทางโทนี่ที่นั่งหลับในอยู่ “และ…ที่ผ่านมานายทำดีมากสตาร์ค ขอบใจมาก ดูแลตัวเองหน่อยล่ะ ฉันไม่อยากให้พ่อนายตามมาหักคอฉันโทษฐานใช้งานนายหนักเกินไป”

โทนี่ตื่นจากภวังค์ “อ่า… ครับผอ.” ตอบพร้อมกับหัวเราะแหะๆ

“ยังไงก็ตาม งานของเราก็ยังไม่จบจนกว่าสิ้นเดือน ปาร์ตี้วันนี้ละก็เพลาๆหน่อยนะ ถึงวันพรุ่งนี้ฉันจะให้นายหยุดอีกวันก็เถอะ—”

คิ้วเรียวขมวด “ปาร์ตี้เหรอครับ?” ปาร์ตี้อะไร ปฏิกิริยาของจาร์วิส สตีฟกับบัคกี้เมื่อเช้าก็ด้วย ดูเหมือนสมองอัจฉริยะของเขาจะยังไม่ตื่นดีนัก พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวแต่ก็ไร้ผล

ฟิวรี่พูดต่อ “ก็อาทิตย์ที่แล้วพ็อตส์มาบอกฉันเรื่องนี้—” แล้วก็ชะงักไป คนที่นั่งใกล้ๆอย่างสตีฟและบัคกี้ถึงกับ facepalm ส่วนฟิวรี่เมื่อเห็นสีหน้างงระดับสิบของโทนี่แล้วก็ถอนใจ

“แอนโทนี่ เอ็ดเวิร์ด สตาร์ค…นี่นายต้องทำงานหนักขนาดไหนถึงจะลืมวันเกิดตัวเองได้ทั้งๆที่อาทิตย์ที่แล้วพวกเธอก็คุยกันเรื่องนี้เนี่ย”

 

 

 

 

 

หลังจากประชุมเสร็จนักเรียนทุกคนก็แยกย้ายออกมาปฏิบัติภารกิจของตัวเองกันต่อ

“แคปปปปปปป” โทนี่ร้องเรียกสตีฟพร้อมกับวิ่งตามอีกคนที่เดินลิ่วไปแล้ว “ทำไมคุณไม่บอกผมอะ”

สตีฟส่ายหน้าอย่างเอือมๆ “ฉันไม่ใช่เลขาส่วนตัวนายซักหน่อย”

“นี่เธอลืมจริงๆเหรอแอนโทนี่” เพ็กกี้พูดขึ้นอย่างประหลาดใจ

“ก็คิดว่าแบบนั้นอะครับ” เด็กหนุ่มเกาหัว “ผมเอาแต่ทำงานทั้งอาทิตย์เลย”

“งั้นนายก็ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลยอะดิ” บัคกี้ที่เดินอยู่ข้างหน้าหันมามอง “ก็ประมาณนั้น” โทนี่ตอบพลางไหวไหล่ “แจนก็ไม่ได้ย้ำฉันเหมือนกัน”

นาตาชาที่ฟังอยู่พูดขึ้น “วันนี้ยังไงพวกเราก็ว่างอยู่แล้ว ช่วยกันก็น่าจะเสร็จนะ”

แจนที่ออกมาคนท้ายๆรีบวิ่งมาเกาะหลังโทนี่ “งั้นไปที่ตึกกัน”

“แน่ะ มาแล้วไง ทำไมไม่เตือนฉันเล่า” เจ้าของวันเกิดดูจะงอแงหน่อยๆ แจนหัวเราะ “ไหนนายบอกชอบเซอร์ไพร์สไง”

“ฉันว่ามันไม่ค่อยเซอร์ไพรส์ตรงที่ผอ.เป็นคนพูดนี่แหละ” สตีฟพูดขึ้นขำๆ ทุกคนหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในห้องประชุม โทนี่ทำหน้าบูด “ไม่ต้องมาแซวเลยนะแคป”

คนตัวสูงหันไปมองแล้วหัวเราะหึหึ น่ารักจริงๆเลยให้ตาย “ทำหน้าแบบนี้บ่อยๆแล้วหน้าแก่เร็วรู้มั้ย” ว่าแล้วนิ้วยาวๆก็จิ้มเข้าที่มุมปากอีกคนแล้วดันขึ้นเบาๆ “ยิ้มหน่อย วันนี้วันเกิดนายนะ” ตาสีฟ้าหยีลงด้วยรอยยิ้มกว้างๆของเจ้าตัว

โทนี่หยุดเดินแล้วหันมามอง ปลายนิ้วของอีกคนยังสัมผัสชิดมุมปากเขา โดยไม่รู้ตัวริ้วเลือดฝาดแดงจางๆระบายบนใบหน้า ตาสีน้ำผึ้งกระพริบปริบๆ แจนที่อยู่ด้านหลังแทบอยากจะกรี๊ดดังๆกับโมเมนท์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเธอ

เสียง ‘แชะ’ เบาๆที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง สามคนที่เดินนำไปเพิ่งรู้สึกว่าทิ้งห่างและหันกลับมามอง

เพ็กกี้เลิกคิ้วและยิ้มแซวๆ “เลิกจีบกันได้แล้วจ้าหนุ่มๆ” เธอเอ่ย

“เพ็ก!/คุณเพ็กกี้ครับ!” คนถูกพาดพิงพูดขึ้นพร้อมกัน นาตาชากับบัคกี้หัวเราะกันอยู่สองคน

สตีฟพึมพำ “รีบไปดีกว่า” แล้วก็หนีไปเดินข้างๆเพ็กกี้ที่เดินหัวเราะคิกคักตามคู่รักด้านหน้าไป

แจนจึงเดินขึ้นมาเสมอโทนี่ เธอกระแซะเพื่อนชายคนสนิท “นายยังเขินอยู่ล่ะซี่—”

“นี่ถ้าเธอคิดเอารูปนั้นไปโพสต์ที่ไหนนะแจน—”

“โอ๊ะ ขอบใจที่แนะนำนะ ฮิฮิ” เด็กสาวแลบลิ้นใส่ ยิ้มกว้างที่แหย่เพื่อนรักให้หัวเสียได้สำเร็จ

“แจน ไม่—” เกราะมือสีแดงสดปิดหน้าเด็กหนุ่ม

เด็กสาวยังไม่หยุด เธอกระซิบ “นายไม่เคยบอกแคปเรื่องที่นายเป็นแฟนบอยเค้าใช่มั้ยล่า”

“อย่านะ” โทนี่ส่ายหน้า “ไม่เอา”

“ล้อเล่นน้า โอ๋เอ๋” แขนเล็กคล้องกับท่อนแขนแกร่งของอีกฝ่าย “เด็กชายโทนี่ยังไม่พร้อมจะเปิดเผยความลับสิเนาะ”

“ใช่ ไม่เคยคิดเลยด้วยล่ะ” โทนี่พึมพำ

 

 

 

 

 

Welcome back, sir.” เสียงสังเคราะห์ของจาร์วิสดังขึ้นพร้อมกับที่พ่อบ้านหนุ่มเข้ามาดูแลเด็กๆที่ตอนนี้นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกันเรียบร้อย

“จาร์วิส มาเคลียร์หน่อยซิ ทำไมไม่บอกฉันเรื่องวันเกิดเนี่ย” โทนี่บ่น

“เกรงว่าคุณอาจจะอยากได้รับคำอวยพรจากใครบางคนก่อนน่ะครับ” จาร์วิสตอบ เรียกเสียงโห่ฮาจากคนที่เหลือ ไม่เหมือนเจ้าของตึกที่หน้าบูดอีกรอบ “จาร์วิส!” โทนี่แหว

“ครับเจ้านาย? ไม่เห็นต้องตะโกนเลยนี่ครับ” ยิ้มอ่อนๆที่โทนี่คิดว่ากวนบาทาถูกส่งมาให้

“หึหึ” บัคกี้หัวเราะ “ที่ยังไม่มีใครอวยพรนายก็เพราะเรื่องนี้แหละฉันว่า” พร้อมกับหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้เพื่อนสนิท แต่เจ้าตัวก็ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ว่าแต่เราจะเริ่มเรื่องจัดงานปาร์ตี้กันยังไง” สตีฟเปลี่ยนเรื่อง

นาตาชารู้ทัน “เปลี่ยนเรื่องเก่งนะกัปตัน” หันไปมองแจนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ “เธอว่าไงแจน”

“อืม…นะ วันเกิดก็ต้องมีเค้ก” เธอพูด

“ของตกแต่งล่ะ?” <<< เพ็กกี้

“นั่นก็ด้วย เพลงล่ะ” <<< บัคกี้

“เพลงน่ะจาร์วิสจัดการได้ นายจะเล่นดนตรีก็ได้หนิ” <<< โทนี่

“เธออบเค้กเป็นไม่ใช่เหรอนาตาชา” <<< บัคกี้

“โว้ว ความรู้ใหม่” <<< โทนี่

“…พวกนายจะให้ฉันช่วยจาร์วิสใช่มั้ย” <<< นาตาชา

“เยป” <<< โทนี่

“ช่าย พวกของกินเราสั่งมาเพิ่มด้วยก็ได้เนอะ” <<< แจน

“คุณก็ทำพวกขนมกับของว่างเก่งเหมือนกันนี่เพ็ก” <<< สตีฟ

“สตีฟ…” <<< เพ็กกี้

“คุณเองก็ทำอาหารอร่อยนะแคป” <<< โทนี่

“ฮิ้ววววววววว” <<< บัคกี้ เพ็กกี้ นาตาชา แจน

“เงียบน่า…” <<< สตีฟ

“งั้นโทนี่กับแคปไปซื้อวัตถุดิบนะ” <<< นาตาชา

“ทำไมต้องเราสองคนด้วยอะ…” <<< สตีฟ โทนี่

“แล้วเธอกับฉันไปซื้อของตกแต่งกันดีมั้ยจ๊ะ” <<< เพ็กกี้

“…ดีค่ะ” <<< นาตาชา

“เพ็ก…นั่นแฟนฉัน” <<< บัคกี้

“แล้วไง แฟนเกิร์ลฉันอะ” <<< เพ็กกี้

 

 

 

 

 

ในที่สุดทั้งสองคู่ก็มาถึงห้างสรรพสินค้าด้วยรถยนต์…คนละคัน อันที่จริงก็ไปห้างเดียวกัน แต่นาตาชาให้เหตุผลว่า สาวๆก็มีเรื่องอยากเม้าท์ แม้โทนี่จะแย้งว่าไม่จำเป็นก็เถอะ แต่ด้วยสายตาของเธอก็ทำให้เขาต้องหุบปากไปโดยอัตโนมัติ ไม่นับเพ็กกี้ที่หัวเราะสนับสนุนอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นโทนี่หงอ

พวกเขาเดินเข้ามาในห้าง “แยกกันตรงนี้นะ” นาตาชาว่า

“อาฮะ” โทนี่รับคำ “อีกพักนึงก็จะเที่ยงแล้ว ยังไงก็หาอะไรกินก่อนกลับด้วยแล้วกัน เสร็จก่อนก็กลับก่อนเลยก็ได้”

“โอเคจ้ะ” เพ็กกี้หันไปหานาตาชา “ไปกัน” เธอจับมือเด็กสาวไว้แล้วเดินนำดุ่มๆไปจนอีกคนต้องเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้ สตีฟเห็นเธอก้มหน้างุดๆระหว่างที่เดินไป เสียงคนข้างตัวหัวเราะหึหึอย่างชอบใจจนเขาต้องหันไปถาม “เป็นอะไรโทนี่”

“เปล๊า” โทนี่นึกในใจว่าสุดท้ายเขากับสตีฟก็ได้มีเวลาด้วยกันสักที นี่เขาเก๊กจนเกร็งไปหมดแล้ว “ต้องจับมือมั้ย”

เหมือนร่างเล็กกว่าจะเห็นอีกฝ่ายหน้าแดง “ไม่ต้อง” แล้วคนตัวสูงก็เดินนำไปทันที

“รอด้วยสิครับบบ” เด็กหนุ่มสาวท้าวยาวๆตามอีกคนไป

“นี่ เหมือนคุณจะเขินนะ” เสียงห้าวๆพูดขึ้นหลังจากพวกเขาไปหยิบรถเข็นมาแล้วเดินไปที่โซนวัตถุดิบอาหาร “ฮัลโหลแคป คุณเป็นอะไรป้ะเนี่ย” นัยน์ตาสีน้ำผึ้งเหลือบมองอีกคน

“เปล่าซะหน่อย นายพูดมากชะมัด” สตีฟตอบปัดๆ เจ้าของวันเกิดแย้ง “ผมก็พูดมากของผมแบบนี้แหละ”

“ฉันก็เป็นปกติของฉันแบบนี้อะ”

“ไม่ใช่อะ”

คนตัวสูงที่หันมามองอีกคนเต็มๆตา ก็สบตากับตาแป๋วๆที่มองมาอยู่แล้ว

อย่านะ…อย่ามองแบบนี้

“ยิ้มหน่อย”

“อะไรเล่า—”

โทนี่หยุดเดินและดึงอีกคนมาใกล้ๆชั้นวางของเพื่อหลบทาง มือกร้านของเด็กหนุ่มกุมมือคนอายุมากกว่าไว้

ฝ่ายที่ถูกกุมมือไม่ได้ขัดขืน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

โทนี่เอียงคอมอง “คุณมีอะไรในใจหรือเปล่า”

“เปล่าซะหน่อย” โกหกเต็มเปา เขาคิดว่าอีกคนรู้แต่แค่ไม่อยากเซ้าซี้เขาตอนนี้

“งั้นยิ้มให้ผมหน่อย นะ” เสียงห้าวกระซิบเบาๆ น่าแปลกที่สตีฟรู้สึกว่าในเวลานี้เสียงนั้นฟังดูทุ้มขึ้นและแหบพร่าหน่อยๆ นัยน์ตาสีน้ำผึ้งส่งแววอ้อนๆมาให้จนสตีฟใจอ่อนยวบ ลืมความในใจไปเสียสนิท

ริมฝีปากอิ่มเม้มเบาๆ พร้อมคลี่ยิ้มจางๆให้

เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง “ต้องแบบนี้สิ”

“เด็กบ้า” ร่างสูงบ่นพึมพำ

“เลิกบ่นผมได้แล้วน่า”

“รู้แล้วน่า” สตีฟปัด มือใหญ่ล้วงกระเป๋าแจ็คเก็ตหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูรายการของที่ขาด “มีอะไรมั่งเนี่ย”

อีกคนชะโงกหน้ามาใกล้ๆ “ไหน ดูมั่ง”

สตีฟเหลือบมองแล้วก็ต้องทำเป็นหลุบตาลงมาดูจอทัชสกรีนในมือ เข้ามาใกล้อีกแล้วให้ตายสิ…

“พูดเหมือนนายรู้งั้นแหละว่าของอยู่ตรงไหนบ้าง”

“ก็ไม่รู้อะ แต่อยากรู้ไง” หน้ายียวนของเด็กหน้าหนวดที่ลอยอยู่ไม่ห่างเขานี่มัน…

“งั้นไปดูของแห้งก่อนแล้วกัน แล้วค่อยไปดูของสดทีหลัง”

 

 

 

 

 

กว่าจะเลือกของได้ครบทั้งคู่ก็เสียเวลาไปพักใหญ่ๆ จนโทนี่ได้ข้อความจากนาตาชาว่าเธอกับเพ็กกี้กลับไปที่โรงเรียนแล้ว ถ้าหากว่าโทนี่ไม่มัวแต่เล่นและถามสตีฟนู่นนี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะซนและกวนอีกคนเล่นมากกว่า คงจะเสร็จไปนานแล้ว โชคดีที่ไม่ขาดของที่ต้องการ ได้วัตถุดิบสำหรับอาหารและเครื่องดื่มในงานปาร์ตี้มาถุงใหญ่ๆสองสามถุง ก่อนจะออกจากห้างสตีฟถามโทนี่ว่าอยากกินอะไรเป็นมื้อกลางวัน โทนี่บอกว่าไม่อยากอยู่ในห้างนานๆ แล้วของก็เยอะด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจซื้อพวกของกินและเบอร์เกอร์ติดไปกินบนรถ มากกว่าจะนั่งเป็นเป้าสายตาผู้คนไปมากกว่านี้ แค่นี้พวกเขาก็น่าจะโดนสาวๆ(วาย)หรือแฟนๆถ่ายรูปไปเยอะแล้ว…

ของที่ซื้อมานอนนิ่งอยู่เบาะหลัง โทนี่ที่ประจำที่นั่งคนขับเอ่ยกับสตีฟที่นั่งข้างๆหลังออกรถจากห้างมาแล้ว “แกะห่อเบอร์เกอร์ให้ผมหน่อยดิ”

“แล้วทำไมไม่แกะเองตั้งแต่เมื่อกี๊เล่า” คนถูกใช้บ่นอุบอิบ

“เทคแคร์ผมหน่อยสิครับ น้า” เสียงห้าวถูกเจ้าของดัดให้ดูน่ารัก ซึ่งสตีฟคิดว่าน่าเตะมากกว่า

แม้จะบ่นแต่ก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายขอ “อะนี่” ชีสเบอร์เกอร์ของโปรดถูกส่งให้เจ้าของ

“ป้อนให้มั่ง”

“แล้วฉันจะกินยังไงเล่า” สตีฟชี้ให้ดูห่อฮ็อตด็อกที่ตัวเองเลือกมา

“งั้นผมป้อนให้คุณเป็นไง”

“บ้าละ ก็ไม่ต่างกันกับต่างคนต่างกินหรอก กินไปเถอะน่า”

“ก็คุณบอกว่าไม่ต่างอะ ก็แลกกันป้อนก็ได้หนิ” รอยยิ้มกวนๆบนหน้าบ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสุขแค่ไหนที่ได้แกล้งอีกคน

เจ้าของผมบลอนด์ชักหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ “จะกินไม่กิน?”

“กินก็ด้ะ” สุดท้ายก็ยอมเลิกแกล้งแล้วรับมากินแต่โดยดี

ต่างคนต่างกินอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆโทนี่ก็พูดขึ้นมา “กินมั่งดิ”

“ห๊ะ?” คนที่นั่งกินอยู่เงียบๆหันมามองแบบงงๆ “ของฉันอะนะ?”

“อือฮึ” แล้วเจ้าตัวก็หันมามอง รถกำลังติดพอดี

“…อ้ะ” สตีฟยื่นฮ็อตด็อกไปจ่อปากอีกฝ่าย

เด็กหนุ่มทำหน้าแบบไม่เชื่อสายตาแว่บหนึ่ง แล้วริมฝีปากก็งับไส้กรอกเข้าไป

สตีฟคงจะไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดแกล้งเขา

แม้จะมองหน้าเขาอยู่แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว ซอสที่เขาราดนี่ก็หกได้รู้เวล่ำเวลาจริงจริ๊ง…

ลิ้นสีสดแลบเลียซอสที่ล้นออกมาจากขนมปังแล้วตวัดเข้าปาก

แล้วเจ้าตัวก็กัดฮ็อตด็อกไปคำหนึ่งก่อนจะยักคิ้วให้เขา

เด็กหนุ่มเจ้าของผมบลอนด์ตัวแข็ง หน้าแดงเถือก เขาเปล่านะ เปล่าคิดอะไรจริงๆ…

“คุณมองอะไรแคป” เสียงห้าวติดพร่าของคนข้างๆทำให้เขาตื่นจากความคิด ทำไมถึงรู้สึกว่าเด็กนี่มีแรงดึงดูดจังนะ… เขาคิดว่าตัวเองบ้าไปแล้วแหงๆ

“ปะ…เปล่า” สตีฟลดมือลงแล้วทำเป็นง่วนกับการกินฮ็อตด็อกของตัวเองต่อ ตาสีฟ้ามองไปนอกรถแต่หูยังคงเงี่ยฟังและแอบเหลือบมองอีกคนด้วยหางตาเป็นระยะ อีกคนก็ขับรถไปด้วยแล้วก็จัดการชีสเบอร์เกอร์ในมือตัวเองต่อ แต่ถ้าสตีฟหูไม่ได้แว่วไปเองแล้วเหมือนจะได้ยินเสียงอีกคนหัวเราะหึหึในลำคอเป็นระยะๆ…

 

คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย… จะตายแล้วครับ

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มทั้งคู่หอบของที่ซื้อมาเข้าไปที่สตาร์คทาวเวอร์ หลังจากที่โทนี่แกล้งสตีฟทั้งคู่ก็ไม่พูดอะไรกันอีก บรรยากาศเงียบลงแบบเห็นได้ชัดจนโทนี่แทบตบกะโหลกตัวเองว่าไม่น่าไปแกล้งแรงๆแบบนั้นเลย โทนี่ทำท่าจะพูดอะไรออกมา แต่กลายเป็นว่าพูดไม่ออกได้ทำปากพะงาบๆแทน ส่วนสตีฟก็เอาแต่มองไปทางอื่นไม่มองเขาเลย

หลังจากเอาของเข้าไปให้ในครัวแล้ว ทั้งคู่ก็ออกมาช่วยบัคกี้และแจนตกแต่งสถานที่ แม้จะทำงานด้วยกันแต่ทั้งคู่ก็แทบไม่พูดอะไรกันเลย จนอีกสองคนสังเกตได้ถึงความผิดปกติและแอบคุยกันว่าคิดเหมือนกันมั้ย… แต่สุดท้ายแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเข้าไปยุ่งตอนนี้

จนงานตกแต่งเสร็จเวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมง โชคดีที่ได้เพื่อนๆนักเรียนคนอื่นที่ว่างจากภารกิจมาช่วยและป่วนด้วย ทำให้งานออกมาเรียบร้อยกว่าที่คิด (แหงล่ะ พวกผู้ชายส่วนใหญ่ก็ชอบเอามาสุมๆกัน ไม่ไหวๆ—แจนไม่ได้กล่าว)

 

อีกชั่วโมงกว่าๆจะถึงเวลางานเริ่ม อาหาร เครื่องดื่ม สถานที่ ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อม เหล่าเด็กๆที่มาช่วยงานก็พากันแยกย้ายไปเตรียมตัวมางานที่จะเริ่มขึ้นในไม่ถึงสองชั่วโมงให้หลัง

สตีฟเป็นคนแรกที่กลับมาที่ตึกหลังจากกลับไปอาบน้ำและเตรียมตัว โทนี่ไม่ได้บอกว่าให้แต่งตัวแบบไหน หรือถ้าแจนเป็นคนบอกเรื่องการแต่งกายเขาก็คงไม่ได้อ่านกรุ๊ปแชทอยู่ดี เขาจึงเลือกอะไรที่ไม่ได้เป็นทางการนักแต่ก็ไม่ได้เป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของงานจนเกินไป

เพลงถูกเปิดขึ้นคลอเบาๆ โทนี่กำลังคุยกับจาร์วิสอยู่ ดูเหมือนเจ้าตัวจะได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ๆจึงหันมาทัก “อ้าว ไงแคป มาแล้วเหรอ”

ร่างสูงโปร่งของเจ้าของวันเกิดอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว เสื้อกั๊กสีเลือดหมูกับกางเกงสแล็คสีดำทำให้รูปร่างของเด็กหนุ่มดูเพรียวขึ้นกว่าที่เขาเคยเห็น คงเป็นเพราะแจ็คเก็ตสีแดงตัวใหญ่ของเจ้าตัวที่ทำให้เขาไม่ทันได้นึกว่าเด็กคนนี้ตัวเล็กขนาดไหนเมื่อเทียบกับเขา แขนเสื้อยาวๆถูกเจ้าตัวถลกพับขึ้นลวกๆ โบว์ไทที่ไม่ได้ผูกนอนนิ่งบนคอเสื้อบอกว่าเจ้าของมันไม่ได้ต้องการให้ตัวเองดูเป็นทางการเท่าไรนัก

อืม เอาเป็นว่าคนแบบโทนี่ใส่อะไรก็ดูดีสุดๆล่ะนะ

“นาย…ดูดีนะ” สตีฟพูดออกมาโดยไม่ทันได้คิดอะไร

“ขอบคุณครับ จาร์วิสจะให้ผมผูกโบว์ไทอะ แต่ผมไม่ชอบ ร้อน” โทนี่แสดงความสามารถรวมคำขอบคุณ คำฟ้องกับคำบ่นไว้ในประโยคเดียวกัน “คุณเองก็ดูดีเหมือนกัน”

“ฉันเหรอ ไม่ล่ะ” เสียงหัวเราะแห้งๆของคนตัวสูงทำให้โทนี่หัวเราะออกมาบ้าง สตีฟในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตัดกับผิวขาวๆของเจ้าตัว สแล็คสีดำที่ทับเสื้อขับเน้นเอวสอบ แขนเสื้อที่ถูกพับขึ้นมาเกือบถึงศอก ไหล่กว้างใต้เชิ้ตพอดีตัวของกัปตันอเมริกาทำให้คืนนี้เขาดูดีมากแม้จะใส่เชิ้ตง่ายๆก็ตาม

“นี่ผมพูดจริงๆนะ จะหล่อกว่าผมอยู่แล้ว” ปากยื่นๆกับตาเป็นประกายของเด็กหนุ่มบอกว่าตัวเองกำลังแซวแบบทีเล่นทีจริง

สตีฟไม่รู้จะเขินหรือจะอะไรดี เขากอดกล่องของขวัญเล็กๆที่จะให้อีกคนไว้ในอ้อมแขน “เอ่อ… นี่” ตาสีฟ้าหลุบมองกล่องของขวัญแล้วตัดสินใจยื่นให้อีกฝ่าย “ของขวัญวันเกิดนาย สุขสันต์วันเกิด”

โทนี่เอียงคอหน่อยๆมองอีกฝ่าย เรียวคิ้วเลิกขึ้นพร้อมกับที่ยิ้มกว้างๆประจำตัวจะผุดขึ้น “…ขอบคุณครับ” มือเรียวยื่นไปรับกล่องของขวัญมาแล้วส่งให้จาร์วิส “ช่วยเอาไปไว้ที่โต๊ะทำงานในห้องที” เขาบอก

จาร์วิสดูประหลาดใจหน่อยๆแต่ก็ยิ้มและรับคำ “ครับเจ้านาย” ร่างสังเคราะห์เดินลับไป

ไม่ใช่ว่าสตีฟไม่สงสัยว่าทำไมโทนี่ถึงเอาของที่เขาให้ไปไว้ที่ห้องนอน ทั้งๆที่ตอนจัดสถานที่เจ้าตัวเป็นคนพูดเองว่าให้ตั้งโต๊ะไว้วางของขวัญที่เพื่อนๆให้…

แต่ก่อนที่สตีฟจะได้ถามอะไร เพื่อนๆร่วมสถาบันก็เริ่มทยอยมา ทั้งโทนี่และสตีฟเองก็พากันเดินไปทักทายเพื่อนๆที่มาร่วมงาน บางคนก็ไม่ได้มีโอกาสคุยส่วนตัวมากนักเพราะภารกิจที่ได้รับมอบหมายจึงกลายเป็นว่าคุยยาวก็มี บางคนก็มีภารกิจรัดตัวจนไม่สามารถมาได้แต่ก็ยังฝากของขวัญมาให้เจ้าของวันเกิดด้วย นอกจากนั้นแล้วผู้ใหญ่ในโรงเรียนอย่างผอ.ฟิวรี่ก็ฝากของขวัญเพ็ปเปอร์มาให้โทนี่เช่นกัน องค์ออลฟาเธอร์กับพระนางฟริกก้าก็ส่งของขวัญมาจากแอสการ์ดตอบแทนตอนที่โทนี่เป็นหนึ่งในผู้นำทีมช่วยเหลือทั้งสองพระองค์จากการถูกศัตรูจองจำด้วย

อาหารที่ตั้งเลี้ยงคนในงานเป็นฝีมือของจาร์วิส เพ็กกี้และนาตาชา อาหารแบบค็อกเทล ของกินเล่น คุกกี้ ของหวาน ของว่างเล็กๆน้อยๆตามแต่ทั้งสามคนจะรังสรรค์ขึ้น เครื่องดื่มในงานก็เป็นบัคกี้กับวิชั่นที่มาช่วยเตรียม ทุกคนในงานได้ชิมแล้วก็ชมเปาะ

หลังจากงานเริ่มไปได้ซักพัก และเหล่านักเรียนมากันเยอะพอสมควรแล้ว พ่อครัวแม่ครัวทั้งสามก็เข้าไปในครัว และกลับออกมาที่หน้าประตูห้องนั่งเล่นที่จัดงานพร้อมกับเค้กก้อนโตที่มีเทียนปักอยู่

โทนี่ถูกแจนเรียกไปที่กลางงาน “อะไรของเธอเนี่ย เดินระวังหน่อย ถ้าชุดเธอมันจะสั้นขนาดนี้ล่ะก็นะ” เด็กหนุ่มบ่นเพื่อนสาวของตน

“โถ่โทนี่ ปาร์ตี้ไม่ได้มีบ่อยนักนะรู้เปล่า” แจนไหวไหล่ ทุกคนที่คุยกันเริ่มเงียบเสียงลงหลังจากที่โทนี่ยืนนิ่ง สตีฟที่นั่งอยู่ที่โซฟาใกล้ๆเท้าคางมองยิ้มๆ

แซมที่นั่งข้างๆหันมามองสตีฟแล้วก็พูดขึ้น “นี่คุณยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรนักหนาเนี่ยแคป” บัคกี้หัวเราะเบาๆแล้วเอาศอกกระทุ้งเพื่อนเขาที่ถูกพาดพิงให้หันมาฟังพวกเขาพูดซักที

“ไม่เอาน่าแซม จะให้แคปทำหน้าจริงจังแบบตอนรบตลอดเลยหรือไง” ปีเตอร์ ควิลล์เอ่ยแซว กาโมร่าที่นั่งข้างๆเอามือตีปรามที่ตักของเด็กหนุ่ม ควิลล์ส่งสายตากลับไปประมาณว่า ‘ตีฉันทำไมเนี่ย’

“พวกนายจะมีวันเลิกแซวฉันซักวันมั้ย” ‘แคป’บ่นอย่างไม่ได้จริงจังนัก ตบท้ายด้วยเสียงถอนใจปนขำหน่อยๆ คลินท์ที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นบ้าง “อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะแคป” พร้อมหัวเราะร่า เพื่อนนักเรียนแถวนั้นที่ฟังอยู่ก็หัวเราะไปกับคนแซวด้วย

แจนปรบมือเบาๆสองสามที แล้วไฟทุกดวงในห้องก็ดับลงเหลือเพียงไฟประดับสลัวๆเท่านั้น

เสียงโห่ฮาของเด็กๆในงานดังขึ้น แต่แล้วก็เบาลงทันทีที่ต้นเสียงเพลง Happy Birthday ดังขึ้นจากกลางห้อง

Happy Birthday to You…

เป็นเสียงของสตีฟเองที่เริ่มร้องท่อนแรกของเพลงพร้อมกับที่แสงจากกลุ่มเทียนที่ปักอยู่บนเค้กเข้ามาที่กลางห้องตรงที่โทนี่ยืนอยู่ โทนี่หันไปมองตามเสียงแล้วแอบยิ้ม ท่อนต่อจากนั้นทุกคนช่วยกันร้องจนดังก้อง

Happy Birthday to You…
Happy Birthday, Tony Stark
Happy Birthday to You…

จาร์วิสผละจากที่ถือเค้กให้โทนี่และเดินไปดึงสตีฟให้มาหาโทนี่ “มาเถอะครับกัปตัน” จาร์วิสดันให้สตีฟมาช่วยถือเค้กอยู่ตรงกลางระหว่างสองสาว กลายเป็นว่าสตีฟอยู่ตรงหน้าโทนี่พอดี

สตีฟยังคงงงๆ แต่แล้วก็พูดขึ้น “อธิษฐานสิ”

โทนี่ทำตาม เขายกมือขึ้นมาอธิษฐาน หลับตาอยู่ครู่หนึ่งและลืมตาขึ้น เทียนบนเค้กถูกเป่าจนดับสนิทท่ามกลางเสียงผิวปากหวือและเสียงปรบมือของเพื่อนๆ

เมื่อแสงเทียนดับลง ไฟในห้องก็กลับมาสว่างดังเดิม เค้กที่เตรียมไว้ก็เผยโฉมหน้าให้เจ้าของวันเกิดเห็นชัดๆ ลายอาร์ครีแอคเตอร์สีฟ้าจากแยมประดับอยู่เกือบเต็มพื้นที่ครีมสีขาว พร้อมกับแผ่นน้ำตาลประดับที่ถูกตัดเป็นข้อความ Happy Birthday, Tony Stark พร้อมกับตัว ‘a’ ในชื่อเขาที่เปลี่ยนมาเป็นตัว ‘A’ แบบเดียวกับสัญลักษณ์ของโรงเรียน คัพเค้กช็อกโกแลตที่ทำแยกไว้แจกทุกคนอีกก็มีรูปแบบคล้ายๆกัน ครีมนมสดสีขาวโปะบนหน้าคัพเค้กพร้อมแผ่นน้ำตาลรูปอาร์ครีแอคเตอร์เล็กๆประดับอยู่ โทนี่ที่เพิ่งเห็นหน้าเค้กทำหน้าเหวอๆ และรูปนั้นก็ถูกถ่ายโดยแจน รวมถึงบัคกี้และคลินท์ที่ถ่ายคลิปไว้ตั้งแต่ไฟปิด

น่าเสียดายที่สุดท้ายเค้กก้อนใหญ่นั้นก็ต้องถูกตัดแจกจ่ายให้ทุกคนในงาน แม้จะถูกถ่ายรูปไว้แล้วก็ตามที แต่โทนี่คิดว่าเป็นเค้กแบบที่ดีที่สุดที่เขาเคยเห็นในงานวันเกิดเลย

หลังจากนั้นพวกเด็กๆก็กินเค้กและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ผ่านไปอีกชั่วโมงกว่าๆ เวลาประมาณ 3 ทุ่ม เหล่านักเรียนก็ทยอยมาอวยพรเจ้าของวันเกิดอีกครั้งก่อนจะลากลับไปไปที่หอพักของตน

เหลือแค่พวกที่เป็นผู้ริเริ่มจัดงานเท่านั้นที่ยังคงนั่งเล่นอยู่ โทนี่จู่ๆก็พูดขึ้น “งานนี้นอกจากพั้นช์แล้วก็ไม่ค่อยมีแอลกอฮอล์เลยอะ”

“โทนี่ ไม่—” สตีฟปราม

“พวกเราแค่กลัวนายเมาแล้วอาละวาดต่างหาก” นาตาชาแย้งขึ้น

“แต่แล้วที่เธอแอบเตรียมไว้อะ—” บัคกี้ทัก

“ฉันตั้งใจจะให้เก็บไว้ก่อน” เด็กสาวผมแดงกอดอก

“เดี๋ยวๆ อะไรเนี่ย” โทนี่ถาม “เธอให้—”

“วอดก้า” เพ็กกี้ตอบ “ตอนแรกก็ไม่เห็นด้วยกับนาตาชานะ แต่เพราะเธอคือคนที่จะต้องออกงานบ่อยที่สุด ถ้าเธอโดนมอมเหล้านี่ก็น่าจะดูไม่จืดใช่มั้ย—”

“ก็เลยให้พวกเรามอมก่อนงี้เหรอ” สตีฟถาม แอบไม่พอใจหน่อยๆ

“ก็ประมาณนั้น” แจนตอบขำๆ

โทนี่ไม่ได้ว่าอะไร “เอาดิ เล่นทรูธออร์แดร์กัน”

แล้ววอดก้าขวดกลางๆสองขวดที่นาตาชาเอามาแอบไว้ในครัวก็ถูกเอาออกมา…

“เพียวๆเลยเนี่ยนะ?” โทนี่ทัก

“บ้าหรือไง ผสมสิ” แจนดุ

“กับพั้นช์?”

“สตีฟคุณเลิกทำหน้าเหมือนพวกเราจะไปรบได้แล้วนะ” เพ็กกี้หัวเราะ

“เพ็ก…” สตีฟทำหน้ายู่

บัคกี้ตีไหล่เพื่อน “เถอะน่าสตีฟ อย่าให้ต้องพูดนะว่าเมื่อก่อนนายก็ลองเหมือนกัน—”

“บัค—”

เจ้าของแขนเหล็กเดินไปอุ้มอ่างพั้นช์ที่เหลืออยู่ไม่มากที่ตั้งอยูใกล้ๆมาวางบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้าทุกคน

“เทเลยแนท”

“เอางั้นเลย? ได้” ว่าแล้วก็เปิดฝาขวดแล้วเทลงไปหมด

“โว้ว” เสียงโทนี่ที่นั่งข้างๆกับสตีฟดังขึ้น “โอเค้ ดื่มก่อนคนละสามช็อต”

แจนถามขึ้น “ได้ ว่าแต่เธอเอาอีกขวดมาทำไมอะ”

“เผื่อจะแดร์ไง” เด็กสาวพูดยิ้มๆแบบที่ทำเอาทุกคนในโต๊ะขนลุก

หลังจากที่ทุกคนเริ่มต้นดื่ม ขวดวอดก้าเปล่าก็ถูกเอามาใช้เป็นเครื่องมือเล่นเกมส์

ตาแรกเป็นบัคกี้ที่ได้ทรูธออร์แดร์คนอื่น ขวดเปล่าถูกหมุนอีกครั้งแล้วมันก็ไปตกที่นาตาชา…

“โอเค นายคงไม่ได้อยากจะมอมฉันใช่มั้ย—”

“ท้าเธอให้ดื่มอีกสามช็อต”

เสียงโห่ฮาดังขึ้นรอบวง นาตาชาไม่สนใจแล้วก็ดื่มตามที่อีกคนท้า “นายจะดูถูกอดีตสปายรัสเซียเกินไปแล้ว”

คราวต่อมาเป็นนาตาชาที่ได้ทรูธออร์แดร์สตีฟ

“โห่ย” นาตาชาแกล้งทำเสียงโอดเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายดื่มยังไงก็ไม่เมา สตีฟเหมือนรู้ชะตากรรมล่วงหน้า “ทรูธ”

“โฮ๊ยยย” เพ็กกี้ร้องขึ้น “ชักสนุกแล้วสิ”

“ทำไมฉันต้องดื่มแล้วไม่เมาด้วยนะ ว่ามาสิ” บ่นแต่ก็ยอมรับโดยดี

“คุณ—สตีฟ โรเจอร์ส เคยจูบกับ โทนี่ สตาร์คมั้ย”

คำถามนี่มัน… สตีฟหันไปมองหน้าโทนี่แต่อีกฝ่ายนั่งฟังเขานิ่งๆยิ้มๆ

เสียงทุ้มตอบอ้อมแอ้ม “…เคย”

คนอื่นๆในวงเฮลั่น เว้นก็แต่สตีฟที่กุมขมับกับโทนี่ที่หัวเราะคิกคัก ก็เขาไม่นึกว่าสตีฟจะพูดจริงๆนี่นา…

“คุณนี่ไวไฟเหมือนกันนะสตีฟ” เพ็กกี้แซว

“ฮื้อ เพ็ก” สตีฟเอามือปิดหน้า แล้วก็ส่งมืออีกข้างไปหมุนขวด แล้วก็มาตกที่แจน… แต่สตีฟไม่รู้จะถามอะไรเธอดี จึงถามเธอว่าเคยแอบชอบใครในโรงเรียนที่ไม่ใช่เพื่อนนักเรียนมั้ย เธอตอบ ‘ใช่’

ถึงตาแจนหมุนขวด และไปตกที่โทนี่ “ทรูธออร์แดร์” เด็กสาวถาม

“เอิ่ม… แดร์”

เขาเห็นนาตาชากระซิบกับแจนแล้วก็หัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน “ฉันท้าให้นายดื่มเพียววอดก้าสองช็อต”

“จะหักคอฉันเหรอไง” แม้จะบ่นแต่ก็ทำตามที่ท้า

โทนี่ได้เล่นต่อและไปตกที่บัคกี้ ไม่รู้จะถามอะไรดี สุดท้ายก็มาลงที่คำถามสิ้นคิดว่าเคยจูบกับสตีฟมั้ย นาตาชาผิวปาก ทุกคนส่งสายตาถามว่า ‘หึงหรือไง?’ ไปที่คนถาม แต่โทนี่ไม่สะทกสะท้าน และบัคกี้บอกว่า ‘ใช่… และไม่ Kiss for life มากกว่า เอิ่ม… ผายปอดตอนหมอนี่จมน้ำน่ะ’

เพ็กกี้คือคนต่อไปที่โดน เธอถูกถามว่า มีคู่ไหนที่เชียร์เป็นพิเศษมั้ย เธอตอบด้วยสายตาโดยหันไปมองสองหนุ่มที่นั่งตรงข้ามเธอ แต่ทั้งสตีฟกับโทนี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ บัคกี้แกล้งโอด ‘ฉันนึกว่าเธอจะเชียร์ฉันกับแนท’ เพ็กกี้ตอบอย่างทีเล่นทีจริงว่า ‘นายกับแฟนเกิร์ลฉันน่ะเหรอ’ เรียกเลือดฝาดแดงๆบนหน้าของนาตาชาได้เป็นอย่างดี

เกมส์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ บางครั้งก็ถูกสั่งให้เต้นรั่วๆ…ที่เปลี่ยนเป็นยั่วเมื่อโทนี่ สตาร์คเป็นคนเต้น เล่นเอาสตีฟเขินจนหน้าดำหน้าแดง เหล้าที่ชงไว้ก็พร่องไปเรื่อยๆเช่นกัน ดูเหมือนว่าโทนี่ สตีฟกับนาตาชาจะได้ดื่มเยอะที่สุด แต่ที่ต่างไปคือสปายสาวแค่มีท่าทีมึนๆเท่านั้น ไม่เหมือนโทนี่ที่ชักจะเริ่มเลื้อย และสตีฟที่ไม่รู้สึกอะไรเลย

ที่สำคัญคือวอดก้าแบบเพียวๆส่วนใหญ่จะได้ลงไปนอนอยู่ในกระเพาะโทนี่มากกว่า…

สตีฟรู้ว่าทุกคนแกล้งจะมอมโทนี่ให้เมาแล้วโยนให้เขาดูแล

“สี่ทุ่มแล้วอะ พอดีกว่ามั้ง” เพ็กกี้เสนอ

“นั่นสิคะ” แจนเห็นด้วย

“โทนี่ก็เริ่มไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” สตีฟพูดถึงอีกฝ่ายที่ตอนนี้มือไม้ชักเริ่มอยู่ไม่สุข

ทุกคนเตรียมกลับหอพัก “ดูแลโทนี่ดีๆนะ ขอให้โชคดี” แจนกับบัคกี้ว่าพลางหัวเราะ ก่อนจะหันไปหาเพ็กกี้ที่ประคองนาตาชาไว้

“…ขอบใจที่อวยพร” สตีฟถอนหายใจพรืดพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ เมื่อส่งทุกคนด้วยสายตาไปแล้วก็หันกลับมาหาไอ้ตัวแสบที่กอดเขาไว้แน่น “โทนี่…” สตีฟเรียกอีกคนเบาๆ

“หื้อ?” นัยน์ตาสีน้ำผึ้งปรือขึ้นนิดๆ แล้วยิ้มมุมปาก “อารายแคป”

“นายเมาแล้ว” คนผมบลอนด์ส่ายหน้า “ไปนอนกันนะ”

“อือ… อุ้มหน่อย” น้ำเสียงอ้อนๆของคนเมาย้ำว่ายังไงก็ควรจะต้องอุ้มไป

ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มลอยหวือจากโซฟา ท่อนแขนโอบรอบคอคนที่อุ้ม “งื้อ”

สตีฟเดินขึ้นไปที่ห้องนอน ต้องขอบใจระบบปัญญาประดิษฐ์ของจาร์วิสที่แม้ไม่ได้ปรากฏตัวแต่ก็เปิดประตูให้โดยที่ไม่ต้องขอ

ร่างของโทนี่ถูกวางลงบนเตียง ดูเหมือนจะหลับแล้วด้วยซ้ำไป คนที่ยังมีสติเหลือครบตัดสินใจจะลุกไปเตรียมหาอะไรมาเช็ดตัวให้ แต่ก็สะดุดกับกล่องไม้เล็กๆบนโต๊ะเล็กๆข้างเตียง มีโพสต์อิทแปะอยู่

หากคุณเห็นแล้ว อย่าลืมเปิดดูนะครับกัปตันโรเจอร์ส— J

เขายังไม่ทันได้คิดอะไร เสียงเคาะประตูเบาๆก็ดังขึ้น สตีฟเดินไปเปิดประตูแล้วก็เจอจาร์วิสพร้อมอ่างน้ำใบเล็กกับผ้าขนหนู “กำลังจะไปหยิบพอดีเลย ขอบคุณนะครับจาร์วิส” มือใหญ่เอื้อมไปรับมา ยิ้มจางๆถูกส่งให้พ่อบ้านหนุ่ม

“ฝากด้วยนะครับกัปตัน อ้อ กุญแจน่าจะอยู่ในลิ้นชักแถวๆนั้น” จาร์วิสพูดยิ้มๆ แต่ไม่ทันที่สตีฟจะได้ถามอะไรอีกคนก็เดินจากไปแล้ว

“อะไรเนี่ย” หน้างงๆของเขาในตอนนี้น่าจะบอกความรู้สึกได้ดีทีเดียว

ขายาวๆกลับมาที่เตียงอีกครั้ง โทนี่หลับจริงๆแล้ว สตีฟตัดสินใจปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนๆให้อีกคน ก่อนจะเช็ดตามใบหน้าและลงมาที่ลำคอ หยุดที่แผ่นอก แล้วจึงตัดสินใจเอาผ้ามาห่มให้ เอาอ่างไปตั้งไกลๆ และหันมาสนใจกล่องไม้เล็กๆที่พอดูอีกทีแล้วน่าจะเป็นกล่องใส่ซิการ์ของฮาเวิร์ดและมีกุญแจล็อกไว้ สตีฟเลื่อนเปิดลิ้นชักชั้นบนอย่างเบามือ แม้ในห้องจะค่อนข้างมืดและมีเพียงแสงสีฟ้าเรืองลอดผ่านเนื้อผ้าและสาบเสื้อของโทนี่ แต่ขอบคุณที่เขาสามารถมองเห็นได้ในที่มืดและที่ที่แสงสลัว แม้จะรางๆก็เถอะ มือใหญ่ค้นในลิ้นชัก แทนที่จะเจอกุญแจก็เจอซองพลาสติกเล็กๆที่ตอนแรกเขานึกว่าเป็นขนมหรือลูกกวาด

แต่พอเอาออกมาจากเงามืดในลิ้นชัก เขาพบว่าสิ่งที่คิดว่าเป็นขนม ที่จริงเป็นถุงยางอนามัย…

สตีฟหน้าแดง รีบโยนกลับเข้าไปในลิ้นชัก ไม่ใช่ว่าไม่คิดว่าเด็กนี่จะมีอะไรแบบนี้นะ แต่… อันที่จริงเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเขินไปทำไม ตอนนี้เขารู้สึกร้อนๆที่หน้ายังไงไม่รู้

แล้วก็กลั้นใจค้นใหม่อีกครั้ง คราวนี้เจอกุญแจเจ้าปัญหาแล้ว เจ้าตัวเปิดกล่องไม้ที่ว่า แล้วก็พบว่ามีรูปถ่ายใบเล็กๆอยู่เต็มไปหมด

เป็นรูปตอนเด็กๆของโทนี่ที่ถูกถ่ายเก็บไว้ สตีฟไล่ดูรูปทีละใบๆ รอยยิ้มที่ผุดบนริมฝีปากกว้างขึ้นเรื่อยๆสลับกับเสียงกลั้นหัวเราะเบาๆเมื่อเจอรูปที่เขาถูกใจ บางรูปก็เป็นรูปที่โทนี่กำลังเล่นของเล่น บางรูปก็ตอนที่โทนี่กำลังประกอบเครื่องยนต์ หรือแผงวงจร หรืออะไรซักอย่างที่เขาก็ไม่มั่นใจ บางรูปก็เป็นตอนโทนี่กำลังกินขนมหรืออาหารที่บางทีก็เลอะตามประสาเด็ก บางรูปก็เป็นรูปตอนโทนี่อายุประมาณสิบสามสิบสี่กับเพื่อนๆ รูปมีตั้งแต่ยังเล็กๆสลับกับสมัยที่โตแล้ว แต่มารูปหลังๆนี่ดูเหมือนเขาจะจับจุดสังเกตบางอย่างได้

โทนี่ตัวเล็กๆกับของเล่นกัปตันอเมริกาบ้าง รูปโทนี่ที่ถูกแอบถ่ายระหว่างนั่งกอดหมอนอิงลายโล่กัปตันอเมริกาบ้าง

สตีฟคิดว่าเขารู้ว่าที่จาร์วิสต้องการจะสื่อนี่คืออะไร แทบกลั้นยิ้มไม่อยู่เมื่อกำลังคิดเข้าข้างตัวเอง

แล้วรูปใบสุดท้าย… โทนี่ ที่อายุน่าจะซักประมาณเจ็ดแปดขวบ ในชุดกัปตันอเมริกาพร้อมโล่เล็กๆ ก็ทำให้เขาแน่ใจว่าที่เขาคิดน่ะไม่ได้คิดเองเออเอง

แต่แล้วความคิดก็ชะงักลงเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นด้านหลัง เขามั่นใจว่าอีกคนนอนอยู่ แต่มือที่เริ่มเลื้อยมากอดเอวเขาและอีกข้างที่เริ่มค่อยๆไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆทำให้สตีฟไม่ค่อยมั่นใจว่าเมื่อกี๊อีกคนหลับจริงหรือเปล่า…

“โทนี่…” สตีฟเรียก อีกคนไม่ตอบ มือใหญ่จับหมับเข้าที่ข้อมือของเด็กหนุ่ม

“หือ…” เสียงครางรับเบาๆในลำคอดังขึ้นหลังเขานี่เอง โทนี่น่าจะเอาหน้าซุกกับหลังของเขาอยู่

“อย่านะ” เสียงทุ้มปราม

“ก็มันหนาว เห็นคุณไม่มานอนด้วย…” เสียงงึมงำแทบฟังไม่ได้ศัพท์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อีกคนเปลี่ยนมานั่งซ้อนหลังเขาและกอดเอวเขาไว้ จมูกโด่งซุกเข้ากับซอกคอของคนที่นั่งอยู่ก่อน “เมื่อกี๊ทำอะไรอยู่อะ”

“เปล่า” คนถูกถามตอบปัด นึกในใจว่าโชคดีที่รูปที่เหลือถูกเก็บไว้แล้ว แต่เหลือก็แต่รูปใบสุดท้ายนั่นที่อยู่ในมือเขา จะว่าโชคดีหรือเปล่าที่เขาใช้ทริคแอบไว้ที่ในแขนเสื้อทัน…

เสียงพร่ากระซิบ “ไม่เชื่อ” ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดผิวเนื้อจนคนที่ทำเป็นนั่งนิ่งเกร็งจนตัวแข็งทื่อ

“ไม่เอาน่า” เสียงทุ้มขาดห้วงนิดๆแต่โทนี่จับได้

ขาข้างหนึ่งตวัดรอบเอวคนด้านหน้าแล้วย้ายตัวเองขึ้นมานั่งคร่อมตัก “คุณจะบอกหรือไม่บอก”

“ไม่”

“งั้นต้องลงโทษคนปากแข็งหน่อยละ”

“อะไร— อุ๊บ”

คำพูดที่จะต่อแย้งถูกกลืนไปกับจูบที่คนบนตักเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยจูบกันเลยก็จริงแต่คราวนี้มากกว่าที่เคย สัมผัสร้อนๆของปลายลิ้นที่แตะบนริมฝีปากทำให้สตีฟทำอะไรไม่ถูก มืออุ่นที่ก่อนหน้านี้วางอยู่บนลาดไหล่บัดนี้ประคองอยู่บนใบหน้าของเขา แรงดูดดึงหนักๆบนริมฝีปากปัดสติกระเจิง ลูกแก้วสีฟ้าปิดลงช้าๆ สัมผัสเร่าร้อนที่อีกคนมอบให้ทำเอาตัวเขาอ่อนยวบ เมื่ออีกคนโน้มตัวลงมาหน่อย ร่างของสตีฟก็แผ่ราบไปบนพื้นเตียง

“อื้อ…”

สตีฟครางประท้วง เสียงหอบหายใจของคนถูกจูบทำให้โทนี่ยิ่งรุกหนักขึ้น ปลายลิ้นของเด็กหนุ่มแตะชิมความหวานจากอีกฝ่ายที่ได้แต่ตอบรับสัมผัสอย่างเก้กัง มือใหญ่ที่ก่อนหน้าวางอยู่ที่เอวของอีกคนเลื่อนขึ้นมาทาบบนแผ่นอก โทนี่พอจะรู้ว่าอีกคนอยากให้เขาผละออกไป แต่เขายังไม่อยากหยุดตอนนี้ ได้แกล้งแล้วทำไมต้องเลิกง่ายๆด้วยล่ะ…

สตีฟผละออกได้ครู่เดียว “โทนี่ อะ..” แล้วก็ริมฝีปากอิ่มก็ถูกบดเบียดอีกครั้ง

แต่แทนที่จะดูเร่าร้อนแบบครั้งก่อนหน้า นี่กลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและหวาน…

ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดช้าๆ จังหวะเนิบนาบแต่ทำให้คนทั้งคู่รู้สึกหวามไหวในใจ ราวกับกำลังละเลียดขนมหวาน อบอุ่นจนรู้สึกเหมือนช็อกโกแลตที่กำลังหลอมละลาย มือที่พยายามดันคนด้านบนออกถูกรวบกดไว้กับเตียงด้วยมือเดียว เสียงเครือในลำคอเบาๆจากโทนี่ทำให้สตีฟรู้ว่าอีกฝ่ายพอใจขนาดไหน

“อืม…”

เมื่อพอตั้งสติได้สตีฟเองก็มอบจูบตอบกลับไปบ้าง ปลายลิ้นรุกเข้าไปในโพรงปากของเด็กหนุ่ม แอลกอฮอล์รสแรงยังคงหลงเหลือรสชาติไว้พอให้รับรู้ได้ กลิ่นผลไม้หอมหวานยังคงอวลจางๆ อีกคนที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่รับสัมผัสเช่นกัน ทิ้งท้ายด้วยแรงดูดดึงบนริมฝีปากบางเรียกเสียงครางอึงของผู้ถูกรุกกลับ

ริมฝีปากของทั้งคู่ผละออกจากกัน โทนี่ปรือตาขึ้นมองอีกคน สตีฟยังคงหลับตา เสียงหอบหายใจจากการจูบเมื่อครู่แผ่วลง ริมฝีปากอิ่มแดงเจ่อเผยอรับอากาศ น่ารักจริงๆเลยให้ตายเถอะ…

“คุณร้ายกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย”

“…”

“…”

“นายคิดว่านายจูบเป็นแค่คนเดียวเหรอ”

“นี่คุณ…”

“นายอาจจะลืมไปว่าฉันเรียนรู้ไว”

“ก็ไวจริงๆนั่นแหละ”

“…”

“…”

“สรุปเมื่อกี๊ทำอะไรอยู่”

“ไม่บอก”

“อีกทีดีมั้ย—” ว่าแล้วก็โน้มตัวลงมาอีกรอบ

“พอแล้ว” คนที่นอนอยู่ด้านใต้หันหน้าหนี ทำให้คนด้านบนได้แค่ฉวยโอกาสหอมแก้มเท่านั้น

“เสียงอ่อนเชียว” โทนี่แซว

“เงียบน่า”

“แอบเห็นคุณเอ๋อไปตอนเพิ่งจูบเสร็จด้วยล่ะ—”

“โอ้ ไม่”

“น่ารักน่าฟัดชะมัดเลย—”

“โทนี่!”

“จ๋า”

“…”

มือของนักประดิษฐ์ไล่ลงมาที่แขนเสื้อของอีกฝ่าย “แต่ เหมือนเมื่อกี้จะรู้สึกว่าอะไรมันมาถูกที่อกผมนะ จะว่าปกแขนเสื้อก็ไม่ใช่อะ”

แววล่อกแล่กในแววตาสีฟ้าปิดไม่มิด “…อะไร”

นิ้วเรียวสะดุดกับแผ่นกระดาษแข็งๆใต้แขนเสื้อที่สตีฟซ่อนไว้ ซวยแล้วไงสตีฟเอ๊ย…

“ไหนขอดูหน่อยซิว่าอะไร— โอ้ พระเจ้าช่วย…”

“…”

โทนี่กุมขมับ “คุณไปหาเจอจากไหนเนี่ย”

“จาร์วิสให้เปิดดูในกล่องนั้นอะ” สตีฟไม่พูดเปล่า ชี้ให้อีกคนดูด้วย

“จาร์วิส!” โทนี่แหว ทำท่าจะกระโจนลงจากเตียงแต่ถูกรวบตัวลงมาไว้ก่อน หน้าของเด็กหนุ่มฟุบลงกับอกกว้าง

“เดี๋ยวสิ” สตีฟพูดขึ้น

“…”

คนตัวสูงก้มลงกระซิบข้างหู “นี่ใช่มั้ยที่ทำให้นายต้องทำเป็นเก๊กเวลาอยู่กับฉัน”

“ไม่เอาน่า—”

“ทำไมครับคุณแฟนบอย เขินเหรอ”

“เฮือก อย่านะ!” เสียงห้าวที่เคยได้ยินตอนนี้กลายเป็นเสียงสูงแง้วๆเหมือนลูกแมวไปแล้ว

“ฮ่าๆ นายนี่น่ารักชะมัด” ว่าแล้วสตีฟก็ฟัดคนในอ้อมกอดแรงๆ เด็กหนุ่มตัวโตในอ้อมอกเขากลับไปเป็นเด็กน้อยแปดขวบอย่างสมบูรณ์

“อื้อ ไม่เอา” ร่างสูงโปร่งดิ้นจากอ้อมกอดของร่างใหญ่กว่า

ฟอด!

สตีฟหอมแก้มอีกคนฟอดใหญ่ ทำเอาคนในอ้อมกอดชะงัก

“ฮื้อ อย่าแกล้งนะ” โทนี่ซุกหน้ากับอกอีกคนไม่ยอมผละออก สตีฟถึงกับหลุดขำ “นี่ ไม่ตลกนะ” โทนี่แว้ดใส่

“ความรักของคนคนนึงจะไปเป็นเรื่องตลกได้ยังไง” เสียงทุ้มถามอย่างอารมณ์ดี

“…แล้วคุณขำอะไร” เสียงสูงๆอย่างเมื่อครู่เปล่งออกมาเบาหวิว

“ก็นายน่ารัก”

“…”

“…”

“รู้ว่าน่ารักก็รักเยอะๆด้วย”

“รับทราบครับ”

“แคปคุณอย่าพูดครับสิ”

“ทำไมอะ”

“…แพ้”

“ฮ่าๆ”

“อย่านะ…”

“ก็เพราะน่ารักถึงแกล้งไง…ครับ”

“…ฮื่อ”

สตีฟยิ้มกว้าง อ้อมแขนรัดกอดแน่นขึ้น โทนี่ก็กอดตอบเหมือนกัน

“…งี้คุณก็เห็นไอ้ที่อยู่ในลิ้นชักแล้วดิ”

“หมายถึงอะไร”

“ถุงยางไง”

“ทะลึ่ง”

“ทะลึ่งอะไร ผมก็เก็บไว้เผื่อใช้กับคุณไง”

“บ้า ฉันเนี่ยนะจะไปใช้ถุงยางกับนาย”

“คุณไม่อยากให้ผมใส่เหรอ โอเค ได้อยู่นะ”

“เด็กบ้า! เงียบไปเลย” ไอ้เด็กที่เขาชมว่าน่ารักเมื่อกี๊หายไปไหนแล้วนะ…?

“ฮ่าๆ”

“แล้วหมายความว่าไงที่นายจะเป็นคนใส่”

“…นี่คุณคิดว่าผมจะอ่อนข้อให้คุณเหรอ ฝันไปเถอะ โทนี่ สตาร์คต้องอยู่ด้านบนสิ—”

“ก่อนจะคิดถึงตอนนั้นน่ะ นายยังไม่เคยบอกว่าเราเป็นอะไรกันเลย”

“คุณต้องการคำพูดมาคอนเฟิร์มใช่มะ—”

“อย่าเพิ่ง—”

“…”

“หมายถึงอยู่แบบนี้ก็ไม่อึดอัดดี”

“…ก็จริง ผมก็คิดเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากชัดเจนกับคุณนะ”

“อือ เหมือนกันเลย”

“อันที่จริงแค่การกระทำของเราก็มากกว่าเพื่อนไปแล้วอะ”

“ฉันก็คิดงั้น”

“เราจะเป็นอะไรก็ช่างเถอะนะ แต่ผมอยากบอกให้คุณรู้ว่าผมมีแค่คุณ”

“…”

“…”

“ฉันก็มีแค่นายเหมือนกัน”

โทนี่ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ฟังเสียงหัวใจของคนที่กอดเขาอยู่เท่านั้น

“ว่าแต่นี่เมื่อกี๊นายแกล้งหลับใช่มั้ย”

“รู้ได้ไงอะ”

“…แกล้งฉันใช่มั้ย”

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ… ไม่ แต่ก็ใช่นะ ผมหลับไปนิดนึง”

“สนุกมั้ย” เสียงทุ้มอ่อนลงกว่าเดิมแต่ทำเอาใจโทนี่แกว่ง

“คุณโกรธผมเหรอ”

“ใช่”

“…”

“เมื่อตอนกลางวันบนรถนายก็เล่นอะไรไม่รู้”

“ผมเปล่านะ—”

“ไม่คิดเหรอว่าเล่นกับความรู้สึกฉันแรงไปมั้ย”

“…”

“…”

“ผมขอโทษ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“…”

“…”

“…”

“ฉันเองแหละที่ปล่อยให้นายทำแบบนั้น เพราะ…”

“เพราะ?”

“ไม่รู้สิ มันก็น่าอารมณ์เสียหน่อยใช่มั้ยล่ะที่ถูกปั่นหัว แต่ไม่รู้เพราะอะไรฉันกลับรู้สึกว่าถ้าขาดไปคงจะเหงาแปลกๆ”

“…” โทนี่ไม่ยอมพูดอะไรแต่กอดอีกคนไว้แน่น

สตีฟก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเช่นกัน แล้วจู่ๆโทนี่ก็เป็นฝ่ายพูดขึ้น

“ก็เพราะคุณน่ารัก ผมถึงได้ชอบแกล้งคุณไง”

“ฉันยอมนายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

“เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มรักผมก็เมื่อนั้นแหละ”

“แหวะ”

“แค่จูบกับผมคุณก็ท้องแล้วเหรอ”

“บ้า!”

“ฮ่าๆ”

“เงียบเลยนะ”

“ว่าแต่เมื่อเช้าที่ห้างอะคุณคิดอะไรอยู่” โทนี่เงยหน้ามอง

เหมือนสตีฟจะนึกอะไรได้ “…เปล่าซะหน่อย” แต่ก็ปฏิเสธ

“นี่คุณ”

“อะไร”

“หน้าบูดอีกแล้วนะ”

“อะไร ฉันเปล่า—”

“คุณบอกเองนะว่าทำหน้าบูดแล้วหน้าแก่ นี่อะไร คุณทำซะเองนะ”

“ใครทำหน้าบูด”

“คุณไง—”

“ฉันเปล่าซะหน่อย”

“คุณทำอยู่”

“เงียบน่า…”

“ปากแข็งชะมัด”

“เฮ้อ…”

“ถอนหายใจทำไม”

“ให้ตอบจริงๆใช่มั้ย” ตาสีฟ้าหลุบต่ำลง

“อาฮะ”

“…เป็นห่วง”

“เรื่อง?”

“นายน่ะ ทำงานหนักไปหรือเปล่า”

“…”

“ฉันเห็นด้วยนะเรื่องที่ผอ.ฟิวรี่พูด—”

“อย่าพูดถึงเขาเวลาคุณอยู่กับผม—”

“—ไม่โทนี่ นายโหมงานหนักขนาดลืมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ไง”

“…แล้วถ้าผมไม่ทำ ใครจะทำล่ะครับ”

“…แต่นายไม่เห็นต้องทำงานหนักขนาดนั้นเลยนี่” สตีฟเงยหน้ามองอีกคน

“…” โทนี่เงียบไป

“รู้มั้ยนายร่าเริงน้อยกว่าแต่ก่อน”

“คิดว่านะ…”

“ไม่ได้อยู่คนเดียวแบบเมื่อก่อนแล้วนะรู้หรือเปล่า”

“…อือ”

“อือนี่คืออะไร”

“รู้แล้ว”

“ดีแล้ว”

“ว่าแต่ของที่คุณให้ผมคืออะไรอะ”

“…จะเปิดดูเลยมั้ยล่ะ”

“อ้อ คุณหมายถึงคุณเป็นของขวัญให้ผมอะเหรอ เปิดเลยก็ได้นะ” โทนี่เอื้อมมือลงไปทำท่าจะปลดกางเกงสตีฟ อีกคนแทบห้ามไม่ทัน “โทนี่!”

“เอ๋า คุณจะอายอะไร อาบน้ำด้วยกันก็อาบมาแล้ว—”

“บ้าหรือไง!”

“ก็นึกว่าตามที่คลินท์บอกไง”

“ใครจะไปทำแบบนั้นเล่า” สตีฟดันอีกคนให้ลงมานอนข้างๆแล้วลุกไปที่โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่อีกฟากห้อง หยิบเอากล่องของขวัญที่ตัวเองให้อีกฝ่ายกลับมาที่เตียง โทนี่ลุกขึ้นนั่ง “อะ แกะสิ” สตีฟส่งกล่องของขวัญให้

โทนี่รับมาแกะดู เมื่อเจอกล่องทรงสวยในนั้นดูเหมือนว่าเขาจะรู้แล้วว่ามันคืออะไร

“นาฬิกาเหรอ?”

“เปิดดูสิ”

ในนั้นเป็นนาฬิกาสีดำล้วนดีไซน์เรียบหรู พรายน้ำบนตัวเลขเรืองแสงสีฟ้าอ่อน สีแดงสดของพรายน้ำบนเข็มเรืองในความมืด ดูก็รู้แล้วว่าอีกคนตั้งใจเลือกให้เขาแค่ไหน “นาฬิกาจริงๆด้วย” เด็กหนุ่มพูดขึ้น

“ฟังดูบ้านะ คือฉันรู้ว่านายไม่ชอบใส่นาฬิกา จะใส่ก็ต่อเมื่อมีงานเท่านั้น แต่ก็ยังซื้อนาฬิกามาให้นายใส่—”

“ใส่ให้หน่อย”

“…ห๊ะ?”

“ใส่ให้ผมหน่อย”

โทนี่หันกล่องออกให้อีกคน แม้จะประหลาดใจไม่น้อยแต่สตีฟก็ได้แต่ทำตามที่อีกคนขอ มือใหญ่หยิบนาฬิกาออกมาจากกล่องทาบบนข้อมือที่อีกคนยื่นมาแล้วใส่ให้

“โอเคเลยแฮะ” เจ้าของวันเกิดเอ่ยขึ้น

“อยากให้นายดูเวลาบ้าง จริงอยู่นายยังเด็ก แต่การใช้ชีวิตแบบไม่พักมันทำให้ในอนาคตสุขภาพนายแย่ลงนะ”

“แล้วผมก็จะได้อยู่กับคุณนานๆใช่ป้ะ”

“ถ้านายอยากให้เป็นแบบนั้นล่ะก็นะ…”

“หึหึ ขอบคุณครับ”

“ชอบมั้ย”

“ชอบสิ”

“ดีใจชะมัดที่นายชอบ”

“คุณให้อะไรผมก็ชอบทั้งนั้นแหละครับ”

“…”

“ในแชทนั่นน่ะผมพูดจริงนะไม่ได้พูดเล่น”

“…อือ” เจ้าตัวยกมือมาเกาแก้ม ถามกลับเสียงเบาหวิว “แล้วชอบคนให้มั้ย”

“…”

“…”

“รักเลย”

“บ้า”

“นอนกันเหอะ” ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอน

เจ้าของผมบลอนด์ทำหน้าประหลาดใส่อีกคน “เน่าๆแบบนี้เนี่ยนะ แล้วใครที่ไหนเค้าใส่นาฬิกานอนกัน”

“ไม่สนแล้ว แล้วก็นะ คุณเน่าผมก็อยากกอดอยู่ดีอะ” เด็กหนุ่มดึงมืออีกคนให้ลงมานอนด้วย อีกฝ่ายก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร นอนลงแล้วก็ถูกเด็กหนุ่มดึงเข้าไปกอด

“อย่าว่าแต่ฉัน นายก็เน่า แล้วนายไม่ถามฉันหน่อยเหรอว่าอยากกอดนายมั้ย”

“ถ้าคุณไม่อยากกอดผมคุณหนีกลับหอไปนานแล้ว”

“เงียบน่า…”

“หึหึ”

“อะไร!”

“เปล่าครับบบ พรุ่งนี้ช่วยผมแกะของขวัญด้วยนะ”

“…อยู่กับนายแล้วอารมณ์ฉันขึ้นๆลงๆเหมือนโรลเลอร์โคสเตอร์เลย”

“ก็ดีสิ มีผมเป็นความตื่นเต้นในชีวิตแล้วชีวิตคุณจะได้มีสีสันไง”

“…นอนดีกว่า”

“ฮ่าๆ หนีผมเหรอ”

“เปล่าซะหน่อย …สุขสันต์วันเกิดนะ ฝันดี” พูดจบสตีฟก็ชิงจูบเบาๆที่หน้าผาก ทำเอาโทนี่เหวอกิน คนจูบหัวเราะหึหึก่อนถูกอีกคนขโมยจูบที่ริมฝีปากเบาๆ

เจ้าของวันเกิดยักคิ้วหลิ่วตาให้ “…ฝันดีครับ” แล้วก็ทิ้งให้คนแก่กว่าเหวอบ้าง…

 

 

 

 

 

 
Bonus scene

เช้าวันอังคารเด็กหนุ่มสองคนเดินออกมาจากห้องนอน ทั้งคู่อาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้วและออกมาที่ห้องครัว จาร์วิสที่เตรียมอาหารเช้าอยู่ทักขึ้น “อรุณสวัสดิ์ครับเจ้านาย กัปตันโรเจอร์ส เหมือนเดิมใช่มั้ยครับ?”

“…อือ ขอกาแฟหน่อย” เด็กหนุ่มหน้าหนวดฟุบลงกับโต๊ะอาหารทันทีที่นั่งแหมะลงบนเก้าอี้ “นายแฮงค์หรือไง ไหนเมื่อคืนยังโวยวายอยู่เลย” เด็กหนุ่มผมบลอนด์บ่น

“เป็นแบบนี้ตลอดแหละครับกัปตัน แม้จะดื่มหรือไม่ดื่มก็ตามที” จาร์วิสยิ้ม เดินมารินกาแฟให้ทั้งคู่

“ขอบคุณนะครับจาร์วิส” สตีฟยิ้มให้แล้วหันมามองคนที่ฟุบอยู่ “ตื่นได้แล้วน่าโทนี่”

“งือ แคป ง่วงอะ” เงยหน้ามาแล้วก็หาวหวอด

เสียงทุ้มเอ่ยล้อ “นายเป็นคนหรือสิงโตน่ะ”

สายตาของโทนี่เหลือบมองเชิ้ตสีขาวที่อีกคนใส่ แน่นอนว่ามันเป็นของเขา ตอนเขาใส่มันก็โอเวอร์ไซส์นะ แต่พออีกคนใส่แล้วเน้นเอวสอบสวยรับสะโพกแน่นๆแถมตรงช่วงอกฟิตๆตึงๆจนต้องปลดกระดุมเม็ดสองเม็ดบนออก ฮ่า ดีจังเลยน้า…

“ที่จริงก็เหมือนกันนะ จ้องจะขย้ำคุณไง—”

“ทะลึ่ง!”

พ่อบ้านหนุ่มนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ “อาหารเช้าได้แล้วครับ” จานไข่ดาว เบคอน แฮมและจานเล็กเปล่าสำหรับแบ่งถูกวางลงตรงหน้าทั้งสองคน รวมถึงจานใหญ่ที่อยู่ตรงกลางที่ถูกครอบไว้

“หืม แพนเค้กเหรอ” สตีฟเปิดฝาครอบจานกลางที่ตั้งระหว่างอาหารเช้าปกติของเขาสองคน “…”

“…” โทนี่ที่เห็นว่าอะไรอยู่ในจานกลางแล้วแทบขว้างส้อมไปปักหัวจาร์วิส “จาร์วิส! โอ๊ย” เด็กหนุ่มกุมขมับแล้วฟุบไปกับโต๊ะ

กองแพนเค้กรูปกัปตันอเมริกา เพิ่มเติมคือตั้งอยู่ข้างๆกองแพนเค้กรูปไอรอนแมน

“ก็คุณบอกว่าเหมือนเดิม ก็เหมือนเดิมตอนนั้นไงครับเจ้านาย ผมเลยลองหัดทำรูปคุณ จะได้อยู่ข้างๆกัน” เสียงสังเคราะห์พูดกลั้วหัวเราะ “Capcakes are always on the menu, sir.” ย้ำคำพูดเมื่อวานอีกรอบก่อนร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบจะเดินหายไปจัดการล้างแก้วและจานจากงานเลี้ยงเมื่อคืน

สตีฟยิ้มกว้าง “อันนี้คือที่นายกินเมื่อก่อนใช่มั้ย” ว่าพลางชี้กองแพนเค้กรูปตัวเอง

อีกคนเงยหน้ามามองนิดหน่อย ปากยู่ๆบอกอารมณ์ได้ดี “อือ…” โทนี่อยากเอาหน้าโขกกองแพนเค้กตาย จาร์วิสจะขายเขาไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย…

คนตัวใหญ่หัวเราะร่า เอื้อมมือมาลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มของคนที่นั่งตรงข้าม “กินซะ จะได้มาแกะของขวัญ”

สัมผัสนั้นทำให้โทนี่เงยหน้ามองอีกคน คางเขายังเกยอยู่กับโต๊ะ อกเสื้อตึงๆ มืออุ่นๆที่เอื้อมมาลูบผมเขาและยิ้มสดใสของอีกคนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น

พอเห็นรอยยิ้มนางฟ้าของคนตรงหน้าแล้ว ฮือ… คนหล่อใจจะละลาย

 

ขอไปกินแคป เอ้ย แพนเค้กก่อนนะ…

 

 

 

 

 

(2nd)Bonus scene

“ของขวัญเยอะชะมัด”

ทั้งสตีฟและโทนี่ที่ตอนนี้นั่งอยู่กับพื้นห้องนั่งเล่นช่วยกันแกะกล่องของขวัญที่ได้มาเมื่อวาน ผู้ช่วยจำเป็นอย่างสตีฟช่วยแกะกระดาษห่อออกให้ ส่วนเจ้าของของขวัญอย่างโทนี่รับกล่องมาเปิด พวกเขาแกะไปได้บ้างแล้วแต่ส่วนใหญ่ก็ยังกองอยู่เต็ม

“อะนี่” สตีฟส่งกล่องของขวัญให้ “น่าจะมาจากบัคกี้นะอันนี้” เหมือนว่าเขาจะเห็นเศษกระดาษห่อของขวัญแบบนี้ในถังขยะที่ห้องของเขากับบัคกี้ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าของแขนเหล็กจะห่ออะไรให้โทนี่ วันที่คุยกันในกรุ๊ปแชทเจ้าตัวดูจะเป็นคนแรกๆที่คิดออกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญด้วย

โทนี่แกะกล่องของขวัญออกและชะโงกหน้าดูในกล่อง “โอ้ มาย—”

“เกิดอะไรขึ้นโทนี่” เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกคนแล้วสตีฟยิ่งสงสัย

โทนี่ไถลกล่องไปให้ “ดูเองเถอะแคป”

สตีฟไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมโทนี่ถึงอุทานแบบนั้น แต่พอเห็นของในกล่องแล้วเขาเข้าใจเลย

กล่องถุงยางอนามัยคละแบบอยู่ในนั้นเต็มไปหมด…

โทนี่กุมขมับ “เขาปรึกษาคุณมั่งมั้ยเนี่ยก่อนเลือกของให้ผมอะ”

“ไม่เลย” สตีฟตอบแล้วไหวไหล่ โทนี่หัวเราะลั่น “เอ้อ ผมล่ะเชื่อเขาเลย”

“ว่าแต่โทนี่”

“อะไรครับ”

“…แบบผิวไม่เรียบนี่คืออะไรอะ”

คำถามซื่อๆของสตีฟทำเอาโทนี่หัวใจแทบวาย ฮื้อ บางทีเขาก็คิดว่าอีกคนจะใสไปมั้ย เขามันคนบาปจริงๆที่คิดเรื่องอกุศลกับอีกคนมาตลอด โอ้พระเจ้าช่วย ขอพระองค์ยกโทษให้ลูกด้วย อ่าห์…

ยิ้มยียวนของเด็กหนุ่มจุดที่มุมปาก ตาสีน้ำผึ้งส่งสายตาหวานๆให้อีกคน “อยากรู้เหรอ มาลองกับผมดูมั้ย— อั้ก!”

สตีฟคว้ากล่องเปล่าปาใส่เขา “ฝันไปเถอะ!”

 

 

 

 

 

(Another)Bonus scene

Avengers Academy (60)

2017/05/29

Queen Bee
Queen Bee ได้ส่งรูปภาพ

Gamora
นั่น…

Peggy Carter
ที่เธอถ่ายไว้ได้เมื่อเช้าสินะ… ฮือออออออออ เธอทำดีมาก

Spidey
กัปตันกับคุณสตาร์ค…

Pepper Potts
ไม่ยักรู้ว่าคุณอยากเปลี่ยนงานวันเกิดเป็นงานแต่งนะเนี่ยโทนี่…

P. Quill
อยากไปฮันนีมูนแหวกแนวในอวกาศมั้ย ผมแนะนำได้นะ

Rocket
ควิลล์ คนซ่อมยานมันฉันนะ

JB
สองคนนั่นไม่ทำของพังบ่อยๆแบบควิลล์หรอกร็อคเก็ต

Nat R.
เดี๋ยว สองคนนั้นจะไปทำยานพังยังไง

Hawkeye
ไปถามแฟนเธอดูสิ

Nat R.
คลินท์…

Hawkeye
จ้า ไม่เล่นแย้ว

 

 

 

 

 

Talk:

ยาว ยาวมาก……. ยาวจนกินเวลาแต่งอีกฟิค #กรรม ยาวแบบนี่น่าจะเป็นฟิคตอนเดียวจบที่ยาวที่สุดในชีวิต
เปล่าลงเลทนะ เค้าลงตามเวลาที่อเมริกา แต่เรื่องอื่นนี่เลทชัว ยังแต่งไม่เสร็จเลยแต่ก็ยังอยากลง ฮื้อ
จริงๆตอนแต่งเรื่องนี้เครียดๆอยู่ ฉากปาร์ตี้คิดว่าไม่สนุกเท่าที่ควร เพราะรีบๆด้วย… อาจมีอะไรที่มาคิลมู้ดทุกคนหน่อยก็ขอกราบพระอภัยมา ณ ที่นี้…

 

จาร์วิสยังคงชงเจ้านายกับกัปตันเหมือนเดิม ชงแบบชงแก้วแตก ชงไม่แคร์สาวๆในโรงเรียนเลยทีเดียว

 

ส่วนบัคกี้ ทะลึ่ง… ใครบอกบัคกี้ใสๆ ไม่จริงเล้ย ดูเอ๋อๆมึนๆแต่ชอบพูดจาสองแง่สองง่ามแบบเซบบี้สแตนมากกว่า แต่ถึงยังงั้นฮีก็ยังเป็นห่วงเพื่อนตัวเองนะ เพื่อนแบบนี้น่ารัก แต่บางทีก็(ชงแรงจัดซะจน)แอบน่าเตะ 555555555555 คิดว่าหลังจากแคปกลับหอไปแล้วสองคนนี้อาจไปวอร์กันเล็กๆน้อยๆ #ตัดภาพไปที่แคปวิ่งไล่จับบัคกี้รอบโรงเรียน

 

ส่วนแจนกับป้าเพ็ก… นี่คือตัวแทนแห่งชิปเปอร์แบบไรท์เตอร์

 
นี่ก็แบบอิโทนี่ อิคนหื่น แอดไมร์หุ่นเขา อยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่ไม่ทำอะไร ทำไมไม่ปล้ำสตีฟ ปล้ำเลยแก ปล้ำเลย *ชูป้ายเชียร์สุดฤทธิ์*

 

พูดถึงหุ่นสตีฟนี่… นึกถึงหุ่นพี่คริสเถอะ ไหล่กว้าง เอวเล็ก สะโพกแน่น นมตึง รู้สึกฮืดฮาดทุกครั้งที่เห็นรูป อยากกอดเอว อยากซบไหล่ 5555555555555 ทุกครั้งที่สวมบทเป็นโทนี่คือ… อรา… อ่านผ่านฉากบรรยายรูปร่างสตีฟคือท่อนฮุคเพลง Shape of You แว่วมาในหู #รู้สึกหื่น

 
และมุกถุงยางพร่ำเพรื่อเหลือเกิน…ไม่แปลกใจเลยถ้าไม่ฮา #มุกไม่ฮาพารีดเดอร์เครียด

 
แต่อย่างไรก็ตาม สุขสันต์วันเกิดอัจฉริยะ มหาเศรษฐี เพลย์บอย แถมยังใจบุญสุนทานและสุดยอดแฟนบอยอันดับหนึ่งแห่งทุกจักรวาลของกัปตันอเมริกา โทนี่ สตาร์ค ก๊าบบบบบ

 
BTW ก็ขอฝากฟิคอีก 2 เรื่อง(หรือเปล่า)โปรเจควันเกิดคุณสตาร์คไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะเออ ไม่รู้จะได้ลงเมื่อไหร่…
อีกเรื่องนึง RPS พี่คริสกับเจ๊ดาว
อีกเรื่อง Post-Civil War แบบเรตๆ
ถ้ามีเรต ถึงไม่มีในสารบัญเด็กดีแต่เรารู้ว่าคุณจะหาอ่านได้ที่ไหน 5555555555555555555555555555555

 
บรัย

 

1st Edit (2017/06/08): ลงไปเป็นอาทิตย์ละเพิ่งนึกได้ 5555555555555555555555555

เอาที่มาชื่อฟิคมาฝาก คือประโยคนี้มันมีที่มาที่ไปเว้ย เผื่อใครไม่รู้หรือไม่ได้เล่นเกมส์

 

เหตุการณ์จะคล้ายๆฟิคเรื่อง Welcome home เลย คือหลังจากจาร์วิสฝ่า Timefog ออกมาได้ (ไม่รู้จะแปลว่ายังไงดี… หมอกเวลาก็ด้ะ ง่ายดี) แล้วก็ได้เจอโทนี่

ทีนี้มันมี Action ในเกมส์อันนึงของจาร์วิส Tend to Tony ที่จะดูแลโทนี่ตอนกำลังลองทดสอบงานประดิษฐ์อยู่ แล้วทีนี้ก็ระเบิด(น่าจะกลางอากาศนะ…) โทนี่ก็กระเด็น(หรือกระโดดถอยหลังไม่รู้ ลืม…) จาร์วิสที่คอยยืนดูอยู่ข้างหลังก็รับตัวโทนี่ไว้ ต่างคนต่างก็นั่งไปกับพื้น จาร์วิสก็เอาผ้ามาเช็ดเขม่าออกให้แล้วพยุงโทนี่ให้ลุกขึ้น แล้วโทนี่เอางานมาเทสต์ใหม่ ระเบิดอีก จาร์วิสรับไว้แล้วเช็ดหน้าให้ พยุงขึ้น ลูปไป (เควสนี้ตั้ง 4 ชม. แต่โอเคเควสน่ารักมุ้งมิ้ง ให้อภัย ฮือ…)

พอได้ทำ Action นี้ครั้งแรกตามเควสเสร็จ บทสนทนาของสองคนนี้คือแบบนี้เลย

01

โทนี่: รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลยอะ

02

จาร์วิส: ผมไม่มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติกับคุณเหมือนเด็กเล็กนะครับเจ้านาย ผมอยู่ที่นี่เพื่อคอยช่วยเหลือคุณในเรื่องกิจวัตรประจำวัน และปกป้องคุณจากอันตรายหากจำเป็นเท่านั้นครับ

03

โทนี่: งั้นก็ไม่มีแพนเค้กรูปกัปตันอเมริกาแล้วดิ?

04

จาร์วิส: Capcakes are always on the menu, sir. (แคปเค้กอยู่ในเมนูเสมอครับเจ้านาย)

 

ดูความกร๊าวนี้ย์ ที่จริงก็น่าจะมีตัวโทนี่เองกับจาร์วิสที่รู้ว่าเป็นแฟนบอยแคป ในเกมส์บางทียังเถียงกันอยู่เลย และแคปไม่รู้ด้วยว่าโทนี่เป็นแฟนบอย แถมเคยแอบหลุดว่าตัวเองส่องกล้ามแขนแคปด้วย แบบโทนี่บอกว่าทำอย่างกับคุณไม่ชอบการแข่งขัน ตั้งแต่เฮอร์คิวลีสกับโช(สองคนนี้กล้ามใหญ่ ฟฟฟฟ)มาที่โรงเรียนเรา ผมเห็นคุณเอาแต่เช็คดูกล้ามแขนอยู่นั่นแหละ แคปก็บอกฉันจะทำแบบนั้นไปทำไม แล้วก็โดนแคปย้อนถามว่า แล้วว่าแต่ทำไมนายถึงต้องส่องกล้ามฉันด้วยฮึ? นางก็บอกก็ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ไง (เอ่อ เข้าใจอยู่ว่าแกเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องช่างสังเกต แล้วแกสังเกตกล้ามแคปเพื่ออะไรวะ…)

ช่วงนี้สตีฟกับโทนี่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ช่วงซีวิลวอร์(แบ่งทีมกันแข่งงัดข้อนั่นแหละ…)กับหลังซีวิลวอร์นี่คุยกันเยอะมาก เพราะพยายามจูนเข้าหากัน (โทนี่ชอบสร้างหุ่นยนต์มาให้สู้ศัตรู ในขณะที่แคปยังอยากใช้คนจริงๆมากกว่า เป็นที่มาของการแบ่งทีมสู้ไฮดร้าในซีวิลวอร์โดยใช้วิธีของทีมตัวเอง) สุดท้ายก็เข้าใจว่าไม่รอด ยังไงก็คิดไม่เหมือนกันอยู่ดี ทีนี้บางอีเวนท์หลังจากนั้น จะสู้กับศัตรูก็ใช้ทั้งสองวิธีรวมกัน (ตอนแรกอิโทนี่ก็จะเอาหุ่นยนต์อย่างเดียว พอเห็นแคปเรียกชื่อ ‘โทนี่…’ แบบยิ้มๆแล้วนางก็บอก ‘เห้อม เทรนพวกเด็กฝึกง่อยๆพวกนั้นด้วยก็ด้ะ’ หืมมมมมม ความกลัวเมียยอมตามใจนี้)

 

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

[Avengers AU: Avengers Academy] Let’s get this party started! (Pre-Tony Stark’s Birthday Party)

Title: Let’s get this party started! (Pre-Tony Stark’s Birthday Party)
Genre: Chat fic
Rate: General audiences
Relationships: Domestic! Avengers Academy students, Tony Stark/Steve Rogers — (Freeform)
Note:

 

อีกอาทิตย์นึงก็วันเกิดคุณสตาร์คแล้ว ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
นี่ล่อเปิดฟิคไว้ตั้งหลายเรื่อง OTL
กะไว้ว่าวันเกิดคุณสตาร์คเราจะมีฟิครวมทั้งหมดประมาณ 3 เรื่อง

 

มีงานเข้ามาด้วย… ไม่รู้จะแต่งทันสามเรื่องมั้ยแต่จะพยายาม *ปาดนั้มตา*

 

เอาแชทเด็กๆมาให้อ่านก่อนเน้อ

 

เชิญชม

 

Queen Bee = Janet “Jan” Van Dyne
Peggy Carter = Margaret Elizabeth “Peggy” Carter
JB = James Buchanan “Bucky” Barnes
Nat R. = Natalia “Natasha” Alianovna Romanoff
You know who I am = Anthony Edward “Tony” Stark
Capt. S. Rogers = Steven Grant “Steve” Rogers
J.A.R.V.I.S. = Edwin Jarvis, Just A Rather Very Intelligent System
P. Quill = Peter Jason Quill
Rocket = Rocket Raccoon
Gamora = Ok…. Just “Gamora
I AM GROOT = You know who he is…
Pepper Potts = Virginia “Pepper” Potts
Spidey = Peter Benjamin “Pete” Parker
Hawkeye = Clinton Francis “Clint” Barton

 

 

 

 

 

 

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

 

 

 

Avengers Academy (60)

2017/05/22

Queen Bee
ฮัลโหลววววววววว เงียบจังเลย

Peggy Carter
ฉันว่าช่วงนี้ทุกคนยุ่งๆนะแจน

Queen Bee
คิดเหมือนกันค่ะคุณเพ็กกี้ แต่หลังอาหารเย็นแบบนี้มันเงี๊ยบเงียบผิดปกติอะค่า

JB
เหรอ?

Nat R.
นายแหละที่ว่างอยู่คนเดียว

JB
แล้วนี่ฉันอ่านข้อความใครอยู่ฮึ?

I AM GROOT
K;fdvlj;iflkvsld;kv lkmskoef

Peggy Carter
หืม??? กรู๊ทเป็นอะไรไปน่ะ

JB
นี่โทนี่ให้โทรศัพท์กรู๊ทไว้ด้วยเหรอ?

Queen Bee
ทำไมล่ะ ออกจะดี

You know who I am
ผมแค่อยากรู้ว่ากรู๊ทจะใช้เป็นมั้ยแค่นั้นแหละ

P. Quill
555555555555555555555555

Gamora
ควิลล์ ไม่

Rocket
โทษทีนะ พอดีควิลล์แกล้งบอกจาร์วิสให้ปิดส่งข้อความด้วยเสียงให้กรู๊ทน่ะ

JB
55555555 เหลือเชื่อเลยแฮะ

Capt. S. Rogers
ว่าแต่เมื่อกี๊เขาจะพิมพ์ว่าอะไรน่ะ…

Rocket
อ้อ เมื่อกี๊เขาพูดว่า ฉันอยู่นี่

J.A.R.V.I.S.
…ผมควรตั้งค่าให้เป็นแบบเดิมไหมครับ?

Rocket
เอาสิ

P. Quill
555555 ไม่ต้องหรอกน่า

You know who I am
ดีใจจริงๆที่ยังไม่บุบสลาย

J.A.R.V.I.S.
อ่า… ผมควรฟังใครดีครับเจ้านาย?

You know who I am
ต้องฉันสิที่รัก

J.A.R.V.I.S.
…แล้วผมควรทำยังไงครับ?

You know who I am
ตั้งกลับมาเป็นเหมือนเดิม

J.A.R.V.I.S.
เรียบร้อยครับเจ้านาย

Peggy Carter
ฉันได้ยินว่าพวกนักวิทยาศาสตร์ชอบเป็นแบบนี้…

Nat R.
แบบไหนคะคุณคาร์เตอร์

Queen Bee
ไหงเธอตอบแต่คุณคาร์เตอร์ล่ะแนท ฮิฮิฮิ

Nat R.
เธอจะแซวอะไรฉันอีก

Queen Bee
เธอไม่เรียกเอเจนท์คาร์เตอร์ว่าเพ็กกี้นี่เพราะเธอเขินใช่มั้ย

Nat R.
แจน!

Peggy Carter
55555 สตีฟ คุณมาห้ามเด็กๆที

Capt. S. Rogers
อย่าเพิ่งทะเลาะกันสิ แจนเธอก็ไม่น่าไปแซวคุณแฟนเกิร์ลเลยนะ 5555555

Nat R.
แคป!

You know who I am
คุณกัปตันไปรู้จักคำว่าแฟนเกิร์ลตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ หืม?

Capt. S. Rogers
…กูเกิ้ลไง นายเป็นคนสอนฉันเองนะ?

JB
ฮิ้ววววววววววววววววววว

Queen Bee
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย คามาล่าไปไหน ชั้นขอฟิคคคคค -.,-

Capt. S. Rogers
ฟิคคืออะไรอะ…?

P. Quill
นั่นสิ

Rocket
??????

Peggy Carter
ฉันคิดว่าฉันรู้นะ แต่ไม่บอกหรอก ฮ่าๆ

You know who I am
คุณจำที่ผมบอกคุณไม่ได้หรือไง

JB
นายเข้ามาเพื่อคุยกับสตีฟอย่างเดียวหรือไง?

Nat R.
ฉันไม่ได้อยากจะถูกแจนจัดว่าเป็นสาววายเลยนะโทนี่ แต่นายชอบทำให้ฉันคิด

You know who I am
คิดว่า???????

Capt. S. Rogers
ลำบากฉันต้องไปกูเกิ้ลอีกแล้วสินะ… ฟิค สาววายด้วย

Peggy Carter
โถสตีฟ ฮ่าๆ

Rocket
กัปตันกลายเป็นโถไปตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ

P. Quill
………………….. เอาฮาใช่มั้ย

Queen Bee
ไฮไฟว์เลยแนท ฉันก็คิด

Peggy Carter
ฉันก็คิด ไม่ต้องจิ้นแล้วด้วย

Gamora
ถึงฉันจะได้มาเห็นแค่นิดเดียว แต่ฉันก็คิดเหมือนกัน

JB
ฉันก็คิดด้วย

I AM GROOT
I am Groot.

P. Quill
…กาโมร่า เธอคงไม่ได้เป็นสาววายอะไรนั่นหรอกใช่มั้ย?

Rocket
เห็นชัดๆเลยว่าเธอเป็น

Gamora
ไม่รู้สิ ฉันแค่คิดว่านายสองคนทะเลาะกันแล้วน่ารักดี

P. Quill
อึ๋ย อะไรของเธอเนี่ย

Rocket
แหยะ

Queen Bee
แอร้ยยยยยยยยยยย >w<

Peggy Carter
ยินดีต้อนรับสู่สมาคมสาววายจ้ะ ฮ่าๆ

You know who I am
สาวๆเดี๋ยวนี้น่ากลัวชะมัด…

Capt. S. Rogers
ถ้ารวมเพ็กด้วย ก็ต้องนับสาวสมัยนู้นด้วยนะ…

JB
ฉันไม่ใช่สาวนะ แต่ก็อยู่สมัยนู้นเหมือนกัน

You know who I am
สรุปแล้วคิดอะไรกันอยู่เนี้ย

JB
คิดว่าพวกนายควรได้กันซักที

Capt. S. Rogers
บัค!

Nat R.
นี่น่าจะครั้งแรกนะที่ฉันเห็นด้วยกับนายขนาดนี้

Peggy Carter
อุ๊บ ฮ่าๆ

You know who I am
บัค ถ้านายคิดแบบนั้น ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันแหละ

Capt. S. Rogers
โทนี่!

Queen Bee
กรี๊ดดดดดดดดดดดด >///<

JB
ถ้าโคลสันมาอ่านนะ… หึฟ์

P. Quill
โอย ผมนึกหน้าเขาออกเลย 555555555555

JB
โมเม้นท์นี้ โคลสันจะต้องหลั่งน้ำตา!

You know who I am
โอ๊ยยยยยยยยยยยยย 555555555555555555555

Nat R.
ขอขำแรงๆ 55555555555555555

Capt. S. Rogers
ฉันไม่อยากจะขำด้วยเลยนะ แต่… 5555555555

Peggy Carter
ด้วยคน 5555555555555555555555

Queen Bee
5555555555555555555555

Rocket
โคลสัน? คนที่ฉันไปถามเขาว่าแถวนี้มีชิ้นส่วนยานอวกาศขายมั้ยอะนะ

P. Quill
นั่นแหละ 555555555555555555

Rocket
คือฉันพอเข้าใจเรื่องกัปตันกับสตาร์คนะ แล้ว…?

Peggy Carter
ถ้านาตาชาเป็นแฟนเกิร์ลฉัน โคลสันก็แฟนบอยกัปตันตัวพ่อเลยล่ะจ้ะ

Capt. S. Rogers
ผมจำได้เพ็ก ครั้งแรกที่เจอกัน ประโยคแรกที่เขาพูดกับผมคือ “I love you” อะ…

Rocket
อุ 555555555555555555555

You know who I am
นายขำดีเลย์ไปหน่อยนะ 5555555555555

Rocket
คนมันเพิ่งเก็ทเว้ยยยยยยย

Pepper Potts
คุยอะไรกันเยอะแยะเนี่ย…

Queen Bee
ว่าแต่ตอนแรกฉันจะบอกว่าอะไรนะ…

You know who I am
เอ๋า

Capt. S. Rogers
คงไม่ถามว่าวันนี้วันอะไรใช่ไหม

Pepper Potts
วันนี้วันจันทร์นะ ฮ่าๆ

Queen Bee
เพ็ป ฉันรู้ว่าวันจันทร์แต่มีอย่างอื่นอีก วันนี้วันที่เท่าไหร่เนี่ย

Peggy Carter
22 พ.ค. จ้ะ

Nat R.
ทำไมเหรอ

Queen Bee
…คลับคล้ายคลับคลาอะ =w=

You know who I am
ฉันคิดว่าไม่ได้ยินคำว่าคลับคล้ายคลับคลานานแล้วนะ

Queen Bee
ย่ะ พ่อคนหัวสมัยใหม่

Pepper Potts
วันเกิดใครหรือเปล่าคะ? แต่ของฉันก็เพิ่งผ่านมานะ…

JB
ฉันเลยมาแล้วอะ

Capt. S. Rogers
ผมก็ยัง

Peggy Carter
ฉันก็เลยมาแล้ว

P. Quill
ฉันไม่รู้

Rocket
ฉันก็ไม่รู้

Nat R.
ของฉันอีกนาน

Queen Bee
ฉันนึกออกแล้วววววววววววว

Nat R.
?

Capt. S. Rogers
?

Peggy Carter
???

Rocket
????

Pepper Potts
??????

P. Quill
????????

Gamora
????????

JB
????????????

I AM GROOT
I am Groot?

Spidey
???????????????????

You know who I am
ฉันว่าถ้ามีใครมาต่ออีกหน่อยแล้วแจนหายไปร็อคเก็ตคงจะคว้าบาซูก้าไปถล่มร้านเธอ

Rocket
กำลังคิดอยู่เลยสตาร์ค

Queen Bee
อย่านะ! ;___;

You know who I am
เธอก็ว่ามาสิ

Queen Bee
จันทร์หน้าวันเกิดนายไงโทนี่

You know who I am
เอ๋า แล้วทำไมไม่บอก

You know who I am
…ห๊ะ?

You know who I am
วันเกิดฉัน?

JB
อ้าว ใกล้แล้วเหรอ

You know who I am
จาร์วิสสสสสสสสสสส

J.A.R.V.I.S.
ครับเจ้านาย?

You know who I am
ทำไมไม่บอก

J.A.R.V.I.S.
…ผมพยายามจะบอกคุณ แต่เห็นว่าคุณยุ่งอยู่กับภารกิจและการส่องกัปตันโรเจอร์สอยู่จึงไม่กล้ารบกวนครับเจ้านาย

Nat R.
อุ… 555555555555

You know who I am
จาร์วิส!

Capt. S. Rogers
นายส่องฉันเหรอ?

Spidey
5555555555555

Peggy Carter
ฉันเห็นเธอส่องกัปตันเหมือนกันนะจ๊ะสไปดี้

Spidey
คุณเพ็กกี้ครับบบบบบ

Queen Bee
อุ๊ย โทนี่ ฉันว่านายเจอคู่แข่งแล้วนะ

P. Quill
นายช่างมีพ่อบ้านที่ซื่อสัตย์จริงๆนะสตาร์ค

You know who I am
พอเลย

Capt. S. Rogers
นายก็จะจัดปาร์ตี้ใช่มั้ย?

Queen Bee
แหงแซะ

You know who I am
เอาจริงดิ? ก็คิดอยู่ แต่นี่ต่างดาวบุกโลกอยู่นะ

P. Quill
ถึงตอนนั้นก็น่าจะจบแล้วล่ะ

Gamora
ฉันก็ว่างั้น

Queen Bee
งั้นจัดได้ใช่มะ เพ็ปว่าไง

Pepper Potts
น่าจะได้นะคะ ทุกวันนี้หลังจบภารกิจพวกเราก็แทบจะมินิปาร์ตี้ทุกวันอยู่แล้ว

Queen Bee
เย้ งั้นจัด

You know who I am
เธอจะเป็นแม่งานอีกแล้วใช่มั้ยแจน

Queen Bee
พูดถึงปาร์ตี้ก็ต้องฉันสิยะ

Queen Bee
งั้น จันทร์หน้าอย่าลืมเจอกันที่สตาร์คทาวเวอร์ทุ่มตรงนะคะ! ใครจะมาช่วยงานกันก่อนก็เยี่ยมเลย! Let’s get this party started!

Pepper Potts
โอเค้

Queen Bee
ทุกคนเห็นข้อความแล้วถือว่าเป็นอันตกลง

Spidey
แล้วของขวัญล่ะครับ?

Nat R.
แล้วฉันจะเลือกอะไรให้นายดีเนี่ย

JB
เฮ้ ฉันว่าฉันรู้แล้วว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญ

Rocket
เอาปืนมั้ย?

JB
เอามาให้ฉันเถอะแบบนั้นน่ะ

Gamora
ให้ของขวัญคนรวยอย่างสตาร์คนี่คิดยากชะมัด

You know who I am
ของขวัญให้ฉันเหรอ? ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก

You know who I am
ของที่เพื่อนให้จะอะไรก็เถอะ แค่ให้ก็ดีใจละ

Queen Bee
แอร้ ตอบได้หล่อมากค่ะคุณเพื่อน *ชูป้ายไฟ #โทนี่โอปป้า*

P. Quill
…ไม่นึกเลยว่านายจะมีมุมนี้

Capt. S. Rogers
ไม่นึกเหมือนกันว่าจู่ๆนายก็จะพูดอะไรแบบนี้

Peggy Carter
คุณพูดเหมือนเคยได้ยินอะไรดีๆแบบนี้จากแอนโทนี่มางั้นแหละ

JB
ฮิ้ววววววววววววววววว

Capt. S. Rogers
เพ็ก…

Peggy Carter
ใช่ตอนที่คุณไม่ได้มีภารกิจแล้วไม่ได้กลับมาหอใช่มั้ยสตีฟ

Capt. S. Rogers
ใช่ที่ไหนเล่า นั่นผมเคยไปค้างเองแค่ตอนโทนี่ป่วยแค่นั้นเองนะ

Peggy Carter
แสดงว่าได้ยินอะไรมาจริงๆสินะ ฉันแค่ปะเหลาะถามคุณไปงั้นแหละ

Capt. S. Rogers
เพ็ก!

Pepper Potts
ขอเป็นสาววายเพิ่มอีกคนได้มั้ยคะ…

Capt. S. Rogers
ไหงเมื่อกี๊คุยกันเรื่องของขวัญให้โทนี่ไง…

You know who I am
นั่นสิ

Pepper Potts
คุณเขินเหรอโทนี่

Nat R.
หึหึหึหึ

You know who I am
…อย่าหวังว่าเธอจะได้เจาะระบบฉันนะแนท

Nat R.
ฉันถามจาร์วิสดีๆก็ได้

J.A.R.V.I.S.
พาดพิงผมหรือครับ?

You know who I am
ใครจะมาเจาะไข่แดงลูกชายฉันข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ

Pepper Potts
ทำไมคุณชอบพูดอะไรสองแง่สองง่ามแบบนี้นะ…

Hawkeye
ก่อนที่นายจะได้หือกับเธอ นายคงโดนช็อตไปก่อนละ เชื่อฉันสิ ฉันโดนมา 5555555555555555555

Queen Bee
ผู้มีประสบการณ์จริงมาตอบแล้วค่า 555555555

Spidey
คุณนาตาชาน่ากลัวจริงๆครับ… ผมเคยเดินกลับหอแล้วรู้สึกเสียวสันหลังแว้บ พอหันไปดูผมก็เจอคุณนาตาชาอะ…

Peggy Carter
นาตาชาจ๊ะ

Nat R.
…คะ?

Hawkeye
ถูกเอเจนท์คาร์เตอร์เรียกแบบนั้นแล้วเขินล่ะสิ

Rocket
เธอน่ากลัวขนาดนั้นเลย???

Nat R.
อยากลองไหมล่ะนายแร็คคูน

Rocket
แร็คคูนคืออะไรอะ

P. Quill
ร็อคเก็ตไม่รู้ตัวน่ะว่าตัวเองคือแร็คคูน…

Rocket
ฉันไปค้นมาแล้ว…อย่ามาเรียกฉันว่าแร็คคูน!

Gamora
เดี๋ยวร็อคเก็ตก็งอนหรอกควิลล์

Queen Bee
ใจเย็นๆน้า

Hawkeye
ไหนเมื่อกี๊พวกนายคุยเรื่องของขวัญวันเกิดโทนี่ไม่ใช่เรอะ

You know who I am
เฮ้ๆ จะไม่เก็บไว้เซอร์ไพรส์กันเลยหรือไง

Spidey
ผมว่าอย่างคุณไม่ค่อยชอบเรื่องเซอร์ไพรส์นะครับคุณสตาร์ค…

You know who I am
อะไรสไปดี้ ชอบสิ

You know who I am
พวกนายเก็บไว้เป็นความลับมั่งดิ ให้ฉันได้ลุ้นมั่งไม่ได้หรือไง?

Capt. S. Rogers
แต่นายบอกเองว่าไม่ต้องคิดอะไรมาก นายก็ไม่ควรคิดอะไรมากด้วยไง

Hawkeye
นี่ๆ เมื่อกี๊แคปมาหาพวกฉันที่ห้อง

Capt. S. Rogers
คลินท์…

Nat R.
แล้วถามว่าจะเอาอะไรให้โทนี่ดี

Hawkeye
บางทีฉันก็เบื่อความปากไม่มีหูรูดของตัวเองนะ แต่มันคันปากอยากเม้าท์อะ 55555555555555555

Spidey
ฮิ้ววววววววววววววววว

Queen Bee
แอร้ยยยยยยยยยยยยย

You know who I am
ไหนคุณบอกไม่ต้องคิดอะไรมากไง

P. Quill
โหย จริงจังมากเลยนะนี่

JB
เดี๋ยวๆ มันยังไม่จบแค่นั้นไง

Peggy Carter
เล่ามาเลยๆ

Hawkeye
ตาชา บัค เคทแล้วก็ฉันนั่งคุยกันอยู่ แคปก็เข้ามาปรึกษา ตอนแรกก็คุยเล่นกันเรื่องนี้อยู่ดีๆอะ จู่ๆแคปก็ทำหน้าเบื่อโลกแล้วก็พูดขึ้นมาว่า ‘ฉันไม่รู้จะให้อะไรโทนี่ดีอะ คนอย่างฉันจะไปหาของอะไรที่เหมาะกับให้คนที่สามารถซื้อนิวยอร์คได้ครึ่งเมืองแบบโทนี่ได้ยังไง’

Nat R.
ฉันเลยตอบว่าให้หยุดคิดเรื่องราคาซะ ให้ลองหาอะไรที่มันเป็นพวกของชอบหรือพวกของส่วนตัวไรงี้

JB
แล้วฉันก็เลยบอกว่า แค่ให้ด้วยใจแค่นั้นก็พอ

Hawkeye
เคทเสริมไปว่าแบบนี้ยังไงโทนี่ก็ต้องชอบ

You know who I am
ใช่ แคปให้อะไรฉันก็ชอบทั้งนั้นแหละ

Nat R.
แล้วจู่ๆคลินท์ก็โพล่งขึ้นมาว่า ‘คุณก็ขึ้นไปนอนแก้ผ้ารอบนเตียงโทนี่สิ’

Hawkeye
แล้วแคปก็คว้าหมอนใกล้ๆตัวขว้างใส่ฉันแล้ววิ่งหนีหายไปเลยอะ 5555555555555555555555

You know who I am
อู้ว

Capt. S. Rogers
คลินท์!

JB
ด้วยแรงซูเปอร์โซลเยอร์ด้วยนะ 5555555555555

Hawkeye
55555555555 ถ้ามันเป็นโล่นะฉันหน้าแหกไปแล้ว

Queen Bee
แอร้ 5555555555555555555

Spidey
ผมเห็นด้วยกับคุณคลินท์นะครับ 5555555555555555555

Peggy Carter
โอ๊ยยยยยยยยยย 5555555555555555555

You know who I am
ไอเดียดีงามมาก แคป ผมอยากได้แบบนี้อะ

Capt. S. Rogers
โทนี่!

You know who I am
นะครับ น้า เค้าอยากได้อะ

Capt. S. Rogers
ไม่มีทางอะ!

Spidey
เหมือนเมื่อกี๊จะไม่มีใครเห็นที่คุณสตาร์คส่งมาสินะครับ

JB
…ถึงกับต้องเลื่อนขึ้นไปดูอะ 5555555555555

Peggy Carter
อันไหนเอ่ย?

Gamora
ฉันว่าฉันเห็นนะ

Spidey
ที่บอกว่าแคปให้อะไรก็ชอบทั้งนั้นน่ะครับ…

P. Quill
ฉันเห็นนนนนนนนนนน 5555555

Nat R.
โอย พวกนายจะมาเนียนจีบกันแบบนี้ไม่ได้นะ 555

You know who I am
พอเลยๆ

You know who I am
แต่ที่บอกนี่เรื่องจริงนะ

Pepper Potts
ฮิ้วววววววววววว

JB
ฮิ้วววววววววววววววววววด้วยคน

Queen Bee
แอร้ยยยยยยยยยย -/////-

Capt. S. Rogers
…ดึกแล้วฉันไปนอนแล้ว นอนกันได้แล้วเด็กๆ

Peggy Carter
ฮ่าๆ สตีฟงอนซะแล้วแอนโทนี่

Capt. S. Rogers
ผมเปล่านะเพ็ก…

Pepper Potts
เด็กหอทุกคนโปรดทราบ ห้าทุ่มกว่าแล้วนะคะ เข้านอนกันได้แล้ววว

You know who I am
ไม่ใช่เด็กหออะ

Capt. S. Rogers
หอคอยสตาร์คไง

You know who I am
แคปอ้ะ

Pepper Potts
คุณก็ต้องนอนโทนี่ ไม่งั้นฉันจะให้จาร์วิสไปมัดคุณกับเตียงซะ

You know who I am
เพ็ปใจรว้าย

Gamora
ขึ้นว่าอ่านทุกคนแล้ว ฉันว่าเรานอนกันเถอะ

Capt. S. Rogers
ฝันดีครับทุกคน

You know who I am
…ฝันดี

Nat R.
บอกแคปใช่มั้ยโทนี่

Capt. S. Rogers
แนท…

You know who I am
แนท…

You know who I am
อุ พร้อมกันเลย

JB
คนมันใจตรงกันอะน้า

You know who I am
เงียบน่า

Capt. S. Rogers
นายลืมใช่มั้ยว่านายเมทฉัน ถ้าไม่นอนฉันจะเอากีต้าร์นายไปทิ้งน้ำ

JB
…นอนก็ได้วะ

Pepper Potts
อย่าลืมนัดประชุมพรุ่งนี้นะคะ ฝันดีค่ะ

Queen Bee
ฝันหวานค่า

Peggy Carter
ฝันดีจ้ะเด็กๆ

P. Quill
ฝันดี

Rocket
ฝีดัน

P. Quill
ร็อคเก็ต…

JB
ฝันร้าย

Nat R.
บัค…

JB
อาราย

Nat R.
ฝันดี

JB
ฝันดีก็ด้ะ

Gamora
ฝันดีทุกคน

Spidey
แล้วพวกปฏิบัติการตอนกลางคืนแบบผมอะ…

Hawkeye
ก็กลับไปเปลี่ยนชุดนอนซะสไปดี้

I AM GROOT
I am Groot.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk:

 

นี่แต่งอะไรออกมา หาสาระไม่ได้ 55555555555555555555555555555555555555555555

แค่อยากเห็นเด็กๆคุยกันเฉยๆ

 

 

กาโมร่าคือหลุดคาร์แรงมาก

อิคลินท์ขี้เม้าท์ แกล้งคนแก่ 55555555555555555
บัคกี้น่ารักสุด 555555555555555

 

บางทีก็สงสัยนะว่าคลินท์โดนอะไรมามั่ง ถถถถถถถถถถถถถ
เอาเป็นว่าคั่นเวลาเนอะ รอฟิคอาทิตย์หน้ากันด้วยเน้อ

 

 

ปล.
อย่างที่รู้ๆกันว่าเราได้ทำสารบัญฟิคไว้ในเด็กดีเนาะ
เราคาดว่าต่อไป ฟิคบางเรื่องอาจมีฉากไม่เหมาะสมเกินกว่ากฎเว็บกำหนด
(PG-13 มั้งนะถ้าจำไม่ผิด…)
แต่ในเด็กดีเราก็จะไม่ลงลิ้งค์ไว้นะ เราคาดว่าทุกคนรู้ว่าจะหาอ่านได้จากที่ไหน
นี่ไม่รู้ว่าระบบการแบนฟิคเด็กดีเป็นยังไง เค้าจะตามมารีพอร์ทถึงบล็อกเลยเหรอ? เราไม่รู้อะ

หรือว่าจะโดนแบนในเด็กดี ซึ่งไม่เคยโดนมาก่อน 5555555555555555555

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถ้าปลิวก็เจอกันได้ในทวิตเตอร์ @wintxrlxv107 หรือมาเจอกันที่บล็อกนี้แล้วกันเนอะ

ยังไงใครรู้อะไรก็อย่าลืมมาบอกกันบ้างเน้อ

 

 

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

[Avengers AU: Avengers Academy] Welcome home. (Tony & J.A.R.V.I.S.)

Title: Welcome home.
Genre: …?
Rate: Teen And up audience (PG-13)(?)
Relationships: Tony Stark & J.A.R.V.I.S.
Note:

*กุมขมับ* จู่ๆพล็อตเด้ง

อีเว้นท์เดือนนี้มีจาร์วิสด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ประกอบกับวันที่เปิด Episode ที่เปิดตัวเจตรงกับวันครอบครัว (14 เม.ย.) ในไทยพอดี

แต่ก็เลทมาสามสี่วัน เพิ่งแต่งเมื่อวานนี้ มั่วมาก เรื่องไม่ค่อยสมูท แต่งเองยังงงเอง ฮา

เชิญชม

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

 

 

ค่ำแล้ว

ร่างหนึ่งกำลังเดินไปบนทางเท้าในโรงเรียนอย่างใจลอย

 

หลังจากได้รับภารกิจในอีเว้นท์ต่างๆของโรงเรียนในปีที่แล้วเป็นครั้งคราว เมื่อถึงช่วงปลายปี โทนี่ก็เริ่มมีภารกิจติดต่อกันมากขึ้น แม้จะมีช่วงที่เขาได้พักบ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะได้พักเสียทีเดียว เหตุก็เพราะเขาเป็นมันสมองของโรงเรียน อาวุธ สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ชุดสำหรับทุกคน แทบทุกชิ้นต้องผ่านมือผ่านสายตาเขาเกือบทั้งหมด

ซ้ำร้ายเมื่อต้นปีที่ผ่านมาฝันร้ายที่เขาเคยสร้างไว้ก็กลับมาอีกครั้ง ‘อัลตรอน’

โปรเฟสเซอร์พิมไม่ผิดที่สนับสนุนเขาให้สร้างมันขึ้นมา เขาเองที่เลินเล่อ จากที่จะเป็นผู้ดูแล กลายเป็นผู้ทำลาย มันกลับกลายเป็นเหมือนมีดคมที่แทงข้างหลังตัวเอง แม้เหตุการณ์ครั้งนั้นจะจบลงด้วยดีก็ตาม แต่เขายังจำมันได้ไม่ลืม

ตอนนี้เขามีภารกิจที่ใหญ่กว่านั้น การได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่าจอมเทพแห่งแอสการ์ดแฝงด้วยความกดดันไว้มากทีเดียว แม้จะมีแซม วิลสัน -ฟัลคอน- ที่เป็นคนธรรมดาร่วมภารกิจนี้ด้วยก็เถอะ แต่แซมได้รับพลังมาชั่วคราวจากโอดิน หมายความว่าตอนนี้แซมก็มีพลังมากกว่าตัวโทนี่เอง

ยิ่งเป็นแบบนั้นก็ต้องยิ่งพยายาม

ถึงแม้ว่าภารกิจที่ได้รับนั้นจะต้องฝึกร่างกายโดยการแข่งกินปูกับพวกเลมิวเรี่ยนก็เถอะ.. #อ่าว

 

ชุดเกราะดำน้ำสีทองสำหรับภารกิจยิ่งทำให้รู้สึกหนักอึ้งขึ้นมามากทีเดียวเมื่อโทนี่เดินมาจนถึงหน้าตึก เด็กหนุ่มสั่งให้เกราะเปิดออกแล้วก้าวออกมา แววตาสีน้ำผึ้งแสดงความเหนื่อยล้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด

โทนี่คิดว่าเขาคิดถึงพ่อกับแม่

คิดถึงครอบครัว
แม้อันที่จริงแล้วเขาโตมาโดยที่พ่อบ้านประจำตระกูลเป็นคนคอยดูแลมาตลอด

ถ้าไม่นับว่ามีเพื่อน ตอนนี้ก็อยู่คนเดียว แม้จะมีปัญญาประดิษฐ์คู่ใจด้วยก็ตาม

เขาคงเป็นเด็กอายุสิบแปดที่เหงาที่สุดในโลกแล้วมั้ง โทนี่คิด
Wake up, J.A.R.V.I.S. Daddy’s home.

ขาเรียวเดินเข้าไปในสตาร์คทาวเวอร์ แทนที่ไฟจะสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ กลับมืดอยู่อย่างนั้น

โทนี่ขมวดคิ้ว “จาร์วิส?”

ไร้เสียงตอบกลับ ประสาทสัมผัสตื่นตัวมากขึ้นกว่าเมื่อครู่ มีอะไรไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว

แสงเรืองๆจากอาร์ครีแอคเตอร์ในอกส่องออกมาพอให้เขามองเห็นอะไรรางๆ เสียงห้าวเรียกปัญญาประดิษฐ์ของตนอีกครั้ง “จาร์วิส”

เสียงฝีเท้ารีบเร่งแต่แผ่วเบาดังขึ้น

 

Welcome home, sir.

 

เสียงไม่ได้มาจากลำโพงอย่างที่เคย กลับกันมาจากทางด้านหน้าของเขาเอง สำเนียงบริติชคุ้นหู แต่เสียงนั้นทุ้มลึกกว่าปัญญาประดิษฐ์ของเขาเอง โทนี่ชะงัก ไฟในตึกค่อยๆสว่างขึ้นทันทีที่เสียงสังเคราะห์จบประโยค ปรากฏร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทสามชิ้นสีน้ำเงิน เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนจนเกือบบลอนด์ นัยน์ตาสีฟ้าดูสว่างขึ้นและล้อกับแสงไฟเมื่อจับจ้องมาทางเขา ผ้าสีขาวพาดบนแขนขวา มือใหญ่ทั้งสองข้างมีถุงมือสีขาวหุ้มเอาไว้ ดูเหมือนพ่อบ้านในวัยเด็กของเขาทุกกระเบียดนิ้ว

ยกเว้นใบหน้าที่ดูอ่อนกว่ากับเส้นวงจรสีฟ้าใสที่อยู่บนร่างของอีกฝ่ายนี่แหละ…

คนตัวเล็กกว่าค้างนิ่งไปนานทีเดียว จนอีกร่างขยับเข้ามาใกล้อีกนิด “เจ้านายครับ?”

“จาร์วิส!?” โทนี่อุทาน

“ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบคุณครับ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ช่างประหลาดเหลือเกินครับ”

“ยังไง? ใคร? อะไร?” เขางงเป็นไก่ตาแตกไปแล้วตอนนี้

“ที่ไหนและทำไมด้วยหรือเปล่าครับ” จาร์วิสต่อให้ “ผมจำได้ว่าผมเคยสอนคุณเรื่องการใช้คำถามคุณไปแค่ครั้งเดียว แม้ตอนนั้นคุณจะยังเป็นเด็กแต่คุณก็เชี่ยวชาญเรื่องการค้นคว้าข้อมูลกับการแก้ปัญหามากทีเดียวเลยนะครับ”

“ร่างนาย…?” โทนี่ยังคงงงๆอยู่

“ต้นแบบที่คุณเรียกมันว่าร่างเทียมนั่นแหละครับ คุณท่าน— คุณพ่อของคุณเป็นคนสร้างผมขึ้นมาเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับการดูแลในกรณีที่มีอะไรเกิดขึ้นกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณ รวมถึงพ่อบ้านที่คุณรู้จักในชื่อจาร์วิส” จาร์วิสตอบแล้วยิ้มให้กับเจ้านายของตน

โทนี่ลืมไปเลยว่าตนเองเพิ่งกลับจากภารกิจ เขาซักต่อ “แล้วใครเป็นคนรันระบบนาย?”

“อันที่จริงผมไม่ค่อยมั่นใจครับเจ้านาย ผมตื่นขึ้นมาในหมอกประหลาดที่อยู่รอบๆโรงเรียนนี้ แล้วผมก็เดินมาจนมาเจอที่นี่และได้เจอคุณ สำหรับหนุ่มอังกฤษอย่างผม ฝ่าหมอกเล็กน้อยเท่านี้เห็นจะเป็นเรื่องเล็กไปครับ” พ่อบ้านหนุ่มว่า

เด็กหนุ่มนิ่งอยู่นาน จนอีกฝ่ายเรียก “เจ้านายครับ?”

“อะ ห๊ะ?” โทนี่สะดุ้งจากภวังค์ “ว่า?”

“อาหารเย็นพร้อมแล้ว จะรับตอนนี้เลยไหมครับ”

 

 

 

โทนี่รู้สึกไม่ค่อยชินนักที่นั่งกินอาหารเย็นแล้วมีคน—ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ใช่คน—เดินวนเวียนอยู่ในบ้าน นานเท่าไหร่แล้วที่ที่นี่ไม่มีพ่อบ้านประจำ เขาเองก็จำไม่ค่อยได้ จนสร้างปัญญาประดิษฐ์เองแล้วสั่งให้พวกหุ่นยนต์ทำความสะอาดให้นี่แหละ แต่เขาไม่เคยหาชุดให้พวกมันใส่ —แล้วก็ไม่คิดว่าจะต้องทำแบบนั้นด้วย

เมื่อมื้ออาหารจบลง โทนี่ยังคงนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่ เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นใกล้ๆ จาร์วิสที่ทำงานง่วนเมื่อครู่เดินมาใกล้ๆโต๊ะอาหาร เมื่อไรโทนี่เองก็ไม่รู้

“เจ้านายครับ เมื่อครู่ผมไม่ได้ถามคุณก่อน คุณอยากให้ผมรันโปรแกรมวิเคราะห์ตัวต้นแบบของ Hulkbuster ต่อไหมครับ”

“อืม” โทนี่เผลอเออออไปโดยไม่ได้หยุดนึกก่อน “ว่าแต่เดี๋ยวนะ นายคือจาร์วิสนั้นด้วยเหรอ? นายคือระบบของฉันอะนะ?” เด็กหนุ่มถามขึ้น

“ผมดาวน์โหลดระบบลงในตัวผมตั้งแต่แรกที่เข้ามาแล้วครับ ผมคาดว่าคุณคงไม่ว่าอะไรเนื่องจากคุณตั้งชื่อระบบนั้นตามชื่อของผม อย่างไรก็ตามขอบคุณสำหรับเกียรตินั้นด้วยนะครับ”

“นี่มัน…ประหลาดชะมัด” โทนี่งึมงำ

“เวลาคุณทำงานกับครอบครัวสตาร์ค คุณจะปรับตัวรับมือกับความประหลาดได้เร็วมากครับ”

“รวมร่างกันแล้วจำเป็นต้องกัดเจ็บขนาดนี้มั้ย” โทนี่กลอกตา “ว่าแต่ตอนนั้นฉันเข้ามาแล้วแล้วทำไมเงียบ”

“เกรงว่าผมจะอยู่หลายๆที่ในเวลาเดียวกันไม่ได้ครับเจ้านาย”

เรียวคิ้วขมวด “นายหมายถึงโหลดระบบเอไอเข้าไปแล้วแยกกันทำงานไม่ได้สินะ”

“คิดว่าเป็นเช่นนั้นครับเจ้านาย”

“งั้นฉันจะปรับระบบให้แล้วกัน ว่าแต่…”

“ครับเจ้านาย?”

“อ่างน้ำร้อนฉันล่ะ?”

 

 

 

ตอนนี้โทนี่นอนอยู่ในอ่างอาบน้ำ คิดถึงเรื่องเมื่อเย็นแล้วเขาเองก็ยังมึนๆไม่หาย จู่ๆก็มีหุ่นหน้าตาเหมือนพ่อบ้านสมัยเด็กเด๊ะๆมาเดินอยู่ในบ้าน ตอบนู่นตอบนี่เขาทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก มีใครแอบมาอ่านความคิดเขาเมื่อตอนเดินกลับมาที่ตึกหรือยังไง

โทนี่เรียกจอโฮโลแกรมมาแก้โค้ดของปัญญาประดิษฐ์คู่ใจ แม้จะรวมกับโปรแกรมที่อยู่ในร่างเทียมที่พ่อของเขาสร้างให้แล้ว แต่เขาเองก็ยังรู้สึกไม่คุ้นเคยนัก โทนี่ไม่เคยสร้างระบบนิสัยให้ปัญญาประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าจาร์วิสที่เขาสร้างขึ้นมีนิสัยกวนๆก็เถอะ แต่กวนๆกับโบราณๆรวมกันเขาไม่เคยคิดไว้เลย อีกอย่างพ่อบ้านของเขาไม่เคยเรียกเขาว่าเจ้านาย เป็นตัวปัญญาประดิษฐ์ของเขาเองต่างหากที่โทนี่ตั้งให้เรียกตัวเขาเองแบบนั้น

หรือเขาควรปรับระบบอัพเกรดจาร์วิสที่พ่อสร้างให้เป็นระบบของเขาเองแต่ยังคงข้อมูลอื่นๆไว้ดี?

เป็นความรู้สึกที่โทนี่เองก็แปลกใจ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะรู้สึกผูกพันกับสิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้ทั้งนั้นการที่รู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับร่างเทียมของพ่อบ้านที่พ่อสร้างไว้ให้และเพิ่งได้เจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงนี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาคิดว่าปกติเหมือนกัน

“เจ้านายครับ ผมคิดว่าคุณใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานกว่าปกติ ถ้าหากมีอะไรกรุณาเรียกผมนะครับ”

“อือ”

แต่พอมาคิดดูอีกทีเขาก็คิดว่าเพราะจาร์วิสดูแลเขามาตั้งแต่เด็กหรือเปล่า เขาใช้เวลาอยู่กับจาร์วิสมากกว่าพ่อกับแม่ด้วยซ้ำ เรื่องของเรื่องคือตอนนี้เขาจะทำยังไงกับจาร์วิสทั้งสองดี

 

 

 

“เจ้านายครับ ผมเกรงว่าถ้าคุณออกมาจากห้องน้ำแล้วก็ควรที่จะรีบแต่งตัวให้เรียบร้อยนะครับ”

“ทำไมอะ”

“คุณจะเป็นหวัดเอาได้นะครับ”

“ไม่”

ในห้องมืดสลัว โทนี่นั่งอยู่ที่ปลายเตียงนอน มีเพียงกางเกงขายาวหลวมๆสีดำอยู่บนร่างเท่านั้น พ่อบ้านหนุ่มยืนมองอยู่ห่างๆ ระหว่างทั้งคู่มีเพียงโฮโลแกรมกั้นไว้เท่านั้น เด็กหนุ่มเรียกโค้ดขึ้นมาปรับแก้อีกครั้ง

“ฉันจะเอาระบบของฉันออกจากตัวนายแป๊บนึง”

“ครับเจ้านาย”

“มานี่สิ” โทนี่เลื่อนจอไว้ข้างๆ ลุกขึ้นยืนอยู่กลางห้อง จาร์วิสเดินมาอยู่ตรงหน้าเขา

เด็กหนุ่มพิมพ์โค้ดแยกระบบออกจากกัน มือเรียววาดมือไปตรงหน้าร่างสูงตรงหน้า กลุ่มก้อนพลังงานสีส้มตามมาที่มือเขา แล้วโทนี่ก็โยนขึ้นก้อนพลังงานขึ้นไปบนอากาศ—ก้อนพลังงานขยายใหญ่เป็นโฮโลแกรมล้อมรอบตัวทั้งคู่ สีส้มเรืองส่องแสงรางๆในความมืด

“ผมจาร์วิส ยินดีรับใช้ครับเจ้านาย” เสียงสังเคราะห์จากปัญญาประดิษฐ์ดังแว่วๆมาจากลำโพงที่มุมห้อง

“คุณหนูครับ” ร่างเทียมของพ่อบ้านหนุ่มร้องทัก โทนี่รีบปรามทันที “ฉันโตแล้ว อย่าเรียกฉันว่าแบบนั้น”

“ครับ…?”

“หรือฉันควรรวมโค้ดนายสอง—เอ้อ—สองคนจริงๆ ฉันไม่อยากให้นายเรียกว่าคุณหนูอะ”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณไม่ลบระบบของผมทิ้งแล้วใส่ระบบของคุณแทนล่ะครับ”

นัยน์ตาสีฟ้าของพ่อบ้านหนุ่มกับนัยน์ตาสีน้ำผึ้งสบกันในความมืด

มือเรียวของเด็กหนุ่มคว้าแขนอีกฝ่าย “นายหมายถึงลบข้อมูลทุกอย่างทิ้งน่ะเหรอ? ให้ฉันลบตัวนายทิ้งไปน่ะเหรอ? ฉันไม่อยากทำแบบนั้น คือนายเข้าใจมะว่าพ่อสร้างนายเพื่อดูแลฉัน ฉัน…ฉันไม่อยาก… ไม่อยาก—”

“คุณ—โทนี่” พ่อบ้านหนุ่มตัดสินใจเรียกเจ้านายตนเองด้วยชื่อจริง

“ถ้ารวมโค้ดฉันยังเหลือนายอยู่จาร์วิส นายที่เป็นพ่อบ้านของฉัน แต่ถ้าลบทิ้งไปเท่ากับว่าฉันทิ้งสิ่งที่พ่อเก็บไว้ให้ ทิ้งความทรงจำไป ทิ้งครอบครัวของฉันไป— อึก” หยาดน้ำใสไหลลงมาที่ข้างแก้มเด็กหนุ่ม มือเรียวกำแขนเสื้อสูทไว้แน่น พ่อบ้านหนุ่มถือวิสาสะค่อยๆรั้งตัวอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอด เขารู้จักการมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์โดยชุดคำสั่งที่ถูกเขียนไว้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่จาร์วิสตัดสินใจด้วยตนเอง

There, there. I’m here, Tony.

โทนี่ซบหน้ากับไหล่ของร่างสังเคราะห์ แม้จะไม่ใช่ไออุ่นอย่างที่มนุษย์ทั่วไปมีแต่เขาก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาหน่อยๆ ท่อนแขนของเด็กหนุ่มโอบกอดร่างนั้นไว้แน่น ในขณะที่พ่อบ้านหนุ่มเองก็กระชับกอดเช่นกัน

ร่างสูงที่กว่ายืนนิ่งราวกับจะเป็นที่พักพิงให้อีกฝ่าย เซนเซอร์บนผิวเนื้อตรวจจับได้ถึงความชื้นบนลาดไหล่กว้าง

ในห้องเงียบไปนานทีเดียว โทนี่คิดว่านอกจากร่างที่กอดเขาอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้คิดไปเอง เขารู้สึกเหมือนก้อนพลังงานนั้นก็กำลัง ‘กอด’ เขาอยู่เหมือนกัน

“ตามแต่การตัดสินใจของคุณครับ”

“แต่ฉันยังตัดสินใจไม่ได้อะ” เสียงอู้อี้ดังขึ้นมาแผ่วๆ

“ตอนนี้ผมเป็นของคุณแล้วนะครับ” จาร์วิสเงียบไปเหมือนกับจะคิดทบทวนว่าตนเองพูดอะไรผิดไปหรือไม่ “ผมหมายถึงตอนนี้คุณคือเจ้านายของผม ผมเป็นเพียงร่างเทียมที่มีคลื่นสมองของคุณจาร์วิส คุณท่านเคยพูดกับผมไว้ว่า กาลเวลาผ่านไป เทคโนโลยีจะยิ่งพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่ใจของมนุษย์นั้น อารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อกัน ความผูกพันอันที่จริงมันเปลี่ยนแปลงได้ยาก คุณไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ท่านรู้ว่าถ้าคุณได้เจอกับผม แล้วไม่ว่าคุณจะดัดแปลงผมให้ทันสมัยขึ้นเท่าไร อย่างน้อยๆคุณจะยังคงเสี้ยวหนึ่งของผมไว้ ให้ผมยังเป็นคนเดิมตามที่ท่านสร้าง”

โทนี่ไม่ตอบ เพียงแต่รัดกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น

“คุณท่านคงเข้าใจครับว่าคุณเองผูกพันกับคุณจาร์วิสมากแค่ไหน ท่านบอกผมว่าท่านเสียใจที่ไม่ได้ดูแลคุณให้ดี ท่านคิดว่าการสร้างผมเพื่อให้มาพบคุณคือการที่ทำให้คุณไม่รู้สึกว่าขาดครอบครัว แม้อันที่จริงแล้วผมจะไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องกับคุณโดยตรงก็ตาม ผมคิดว่าคุณท่านเป็นคนที่ละเอียดอ่อนมากคนหนึ่งนะครับ และผมเชื่อว่าคุณท่านกับคุณมาเรียรู้จักคุณลึกซึ้งกว่าใครๆ”

จาร์วิสเงียบไปครู่หนึ่ง “หลังจากนี้ไม่ว่าคุณจะทำอะไรกับผม ผมเชื่อว่าคุณจะทำให้ส่วนหนึ่งของผมยังคงไว้อยู่ เพราะความทรงจำของคุณที่มีร่วมกับครอบครัว คุณคงไม่อยากลืมมัน และคุณก็อยากให้ผมจำแน่ๆ เพราะคุณก็คงเข้าใจดีว่าการที่มีความทรงจำเก่าๆหลงเหลืออยู่คนเดียวนั้นเจ็บปวดแค่ไหน”

โทนี่ไม่เคยนึกว่าปัญญาประดิษฐ์จะมีความคิดลึกซึ้งได้เพียงนี้

ทั้งห้องเงียบไปครู่ใหญ่ จู่ๆโทนี่ก็โพล่งขึ้น “นายเป็นพวกผู้ส่งสารรึไง แล้วนายก็ไม่ควรรวมระบบเองนะรู้มั้ย แรมสมัยนั้นก็มีแค่กระจึ๋งเดียว ถ้ากระตุกละฉันขี้เกียจซ่อม เข้าใจ๊?”

“ครับ?”

“ฮึ่ย ไม่พูดแล้ว ปฏิกิริยาการรับมุกฉันของนายท่าทางจะห่วยพอๆกับแคปจริงๆ”

“ครับ…”

“ทำไมพูดแต่ครับๆห๊ะ”

“คุณยังไม่ได้สั่งให้ผมเรียกคุณว่าอะไรน่ะครับ”

“เออเนอะ” โทนี่เงยหน้าขึ้น “แต่ยังไงฉันก็จะปรับระบบนายอยู่แล้วนิ”

“ครับผม”

“จาร์วิส”

“ครับ?/ครับเจ้านาย?” ทั้งสองจาร์วิสตอบขึ้นมาพร้อมกัน

“เห้อมมม” โทนี่กุมขมับ “ฉันจะปรับระบบแล้ว จาร์วิส—นายที่เป็นพ่อบ้านน่ะแหละ ฉันจะลบระบบปฏิบัติการทิ้งแล้วใช้จาร์วิสของฉันเป็นระบบปฏิบัติการแทน แต่ความทรงจำของนาย—เอ้อ ข้อมูลของนายจะยังคงอยู่”

“รับทราบครับ”

“เจ สำรองข้อมูลจาร์วิสไว้ ลบระบบทิ้ง แล้วติดตั้งส่วนหนึ่งของระบบนายลงในตัวจาร์วิส เสร็จแล้วอย่าลืมก๊อปปี้ข้อมูลที่สำรองไว้กลับเข้าไปด้วย”

“รับทราบครับเจ้านาย”

“จาร์วิส”

“ครับ?”

“ขี้เกียจลงไปแล็บแล้ว” โทนี่ผละออกจากอ้อมกอด “เอาเตียงนี่แทนเตียงที่แล็บไปก่อนละกัน”

“ครับ…?” พ่อบ้านหนุ่มตอบเหมือนกำลังงงๆ

“ขึ้นไปสิ ฉันอุ้มไม่ไหวหรอกนะ”

“รับทราบครับ” ร่างสังเคราะห์ทำตามอย่างว่าง่าย เด็กหนุ่มเองก็ขึ้นไปบนเตียงอีกฝั่งเช่นกัน

ร่างนั้นมองเจ้าของเตียงอย่างงงๆ “เสร็จแล้วคืนนี้ไม่ต้องไปไหนนะ นอนกับฉัน” โทนี่ว่า

เงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วก็ตอบกลับมา “…ครับ”

เหมือนจะเพิ่งนึกอะไรออก โทนี่รีบแก้ “ฉันแค่ใช้คำผิด ไม่ต้องเลย ฉันรู้ว่านายคิดอะไรอยู่”

“ผมรู้ครับว่าคุณไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น แต่ผมไม่ได้คิดอะไรเลยครับ คุณหรือเปล่าที่คิดอะไร?”

“นายนี่มัน… นอนเงียบๆไปซะ เจ รันคำสั่งซะ”

As your wish, sir.

โทนี่นั่งพิงหัวเตียง เรียกจอโฮโลแกรมที่เปิดทิ้งไว้มาใกล้ๆ หน้าจอแสดงการทำงาน เปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าค่อยๆคืบไปช้าๆ เรียวนิ้วเลือกฟังก์ชั่นการทำงานที่จะใส่เข้าไปในระบบของพ่อบ้านของเขา ตาของอีกฝ่ายลืมโพลงในความมืด ประกายสีฟ้าสดล้อกับแสงจากมวลก้อนพลังงานของปัญญาประดิษฐ์

“พรุ่งนี้ฉันคงต้องยกเครื่องนายใหม่แล้วล่ะนะ”

โทนี่หันไปหา ไม่มีเสียงตอบรับจากร่างที่เขาเรียก

เด็กหนุ่มกระตุกยิ้ม พรุ่งนี้ต้องสนุกแน่ๆ

อินเตอร์เฟซสีฟ้าเรืองกระพริบ

90%

เหงื่อชื้นๆบนฝ่ามือบอกได้ว่าเขาตื่นเต้นแค่ไหน

95%

เทียบกับเรื่องอื่นๆที่เขาเคยทำนี่อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก…

99%

แต่การได้เจอคนสำคัญอีกครั้งหลังจากที่เสียไปก็เป็นอีกเรื่องดีๆในชีวิต

“กระบวนการเสร็จสิ้น การปรับปรุงระบบประสบความสำเร็จ” เสียงปัญญาประดิษฐ์เอ่ยขึ้น

ร่างที่นิ่งไปนานกระพริบตา “เจ้านายครับ”

“ทดสอบระบบแล้วชัตดาวน์ซะ พรุ่งนี้เช้านายต้องเข้าห้องเย็นกับฉัน” โทนี่ว่าติดตลก

เหมือนจะไม่เข้าใจที่โทนี่พูด แต่ก็รับคำแต่โดยดี “รับทราบครับ”

“ต่อไปนี้นายคือคนคนเดียวกันแล้ว —แม้จะไม่ใช่คนก็เหอะ” มือเรียวโบกปัดอย่างไม่ได้ใส่ใจ

จาร์วิสเงียบไปครู่หนึ่ง “การทดสอบระบบเสร็จสิ้น ขณะนี้วันที่ 14 เมษายน 2017 เวลา 23:55 น.—”

โทนี่สอดตัวลงในผ้าห่ม ตะแคงหันหน้าไปทางอีกร่างบนเตียงแล้วคว้ามากอด

เสียงทุ้มชะงักไปอึดใจราวกับกำลังประมวลผล “—Good night, sir.

ร่างเล็กกว่าเงียบไปนานหลังจากประโยคสุดท้ายของอีกฝ่ายเงียบลง

 

Welcome home, J.

 

 

 

 

 

Bonus scene

“ได้เวลาขึ้นเขียงแล้ว ที่รัก ฉันไม่ได้เล่นเป็นหมอมานานละ”

“…เจ้านายครับ จากการวิเคราะห์น้ำเสียงของคุณแล้ว ผมคิดว่าการเข้าห้องเย็นกับคุณอาจทำให้ห้องแล็บเสียหาย—”

“นี่ฉันอุ้มนายมาเองเลยนะ”

“…อันที่จริงผมเดินเองได้นะครับ”

“ก็นายไม่ยอมเดินมาอ้ะ”

“…คำพูดของคุณส่อแววทำลายล้างมากครับ”

“อุ ฉันมีพ่อบ้านหรือมีหมาเนี่ย กัดแทบไม่เว้นประโยค” โทนี่อุ้มจาร์วิส…ในท่าอุ้มเจ้าสาวเดินลงมาจากห้องนอนเข้ามาในห้องแล็บ ขาทั้งสองเดินลิ่วไปยังโต๊ะอะลูมิเนียมตัวยาวแล้ววางร่างในอ้อมแขนลงบนโต๊ะ “ทำไมพ่อต้องถอดแบบความสูงของนายมาเป๊ะๆแบบนี้ด้วยนะ? จะเลยโต๊ะอยู่แล้ว”

“ต้องขอเรียนว่าไม่ทราบครับเจ้านาย”

“ถอดเสื้อผ้าออก” โทนี่สั่ง

“…เจ้านายต้องการให้ผมถอดชุดออกทำไมครับ”

“เถอะน่า ฉันไม่ปล้ำนายหรอก”

แม้จะรู้สึกกังขาแต่จาร์วิสก็ทำตามแต่โดยดี

“ฉันแค่จะเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในให้นายใหม่ก็เท่านั้นล่ะน่า นอนลงสิ”

“…แค่นั้นหรือครับ?”

“ไม่”

 

 

 

“เจ้านายครับ เกรงว่าคุณจะรุนแรงกับผมเกินไปหน่อย—”

“อยู่นิ่งๆได้มั้ย กำลังจะเสร็จแล้ว”

“…คุณกำลังจะทำอะไรผม”

“ขอลองก่อนแป๊บนึง เอ้า…มันไม่เข้าอะ ช่องนายนี่เล็กชะมัด”

“เจ้านายครับ—”

“ขออีกทีนะ”

“—เกรงว่าคุณคงจะต้องขยายมันก่อนนะครับ”

“เออเนอะ” โทนี่คิดตาม
…แล้วก็เอื้อมมือไปหยิบไขควงมาถอดชิ้นส่วนปรับขนาดช่องติดตั้งแรมของพ่อบ้านหนุ่มก่อนจะใส่แรมตัวใหม่เข้าไปแทนที่…

 

 

 

 

 

(Another) Bonus scene

“ต้องขอเรียนว่าผมไม่คิดว่าคุณจะชอบเล่นแต่งตัวตุ๊กตานะครับเจ้านาย”

“เงียบน่า ฉันเลือกชุดใหม่ให้นายอยู่”

“…แล้วทำไมถึงไม่ให้ผมใช้ชุดเดิมล่ะครับ”

“นายจะใส่สูทสามชิ้นทั้งๆที่ไม่ได้ไปงานเลี้ยงหรืออะไรเนี่ยนะ?”

“จากการค้นข้อมูลการแต่งกายศตวรรษที่ 21 …จริงของคุณครับเจ้านาย”

“อีกอย่างนะหน้าร้อนแบบนี้น่ะร้อนจะตาย เห็นนายใส่แล้วฉันอึดอัด ไม่ชอบ”

“ผมเข้าใจแล้วครับ แต่ว่า—”

“อะไร?”

“แต่คุณไม่เห็นจำเป็นจะต้องให้ผมยืนเปลือยอยู่กลางแล็บเลยนี่ครับ…”

“จำเป็นดิ จะวัดไซส์ด้วย ที่สำคัญไม่เปลือยหมดซะหน่อย ฉันยังเหลือชั้นในให้นายตัวนึงนะ”

โทนี่ไถลเก้าอี้ทำงานวนรอบๆตัวจาร์วิส “ตู้วหูววว ทำไมเมื่อกี๊ฉันไม่เห็นว่าพ่อปั้นไอ้นั่นมาให้นายด้วย”

“ทางออกของของเสียอินทรีย์ —สารแบบเดียวกับที่พบในช่องอกของคุณหลังใส่ปฏิกรณ์อาร์คไงครับ”

ว่าแล้วก็ก้มไปดูใกล้ๆ “ขอดูชัดๆหน่อยดิ—”

“เจ้านายครับ!”

“โห่ย ไม่เห็นต้องดุเลยนี่นา”

“…คุณเลือกชุดใหม่ให้ผมได้แล้วนี่ครับ”

“เชิร์ตขาว ไทดำ กางเกงแสล็คดำ รองเท้าดำ นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี้ย แต่ฉันว่านายจะดูเซ็กซี่ปรอทแตกถ้าใส่แบบนี้อะนะ”

“…เรื่องที่คุณคิดอะไรอยู่นั้นผมไม่ทราบครับเจ้านาย”

“ผมนายถ้าสีบลอนด์สว่างกว่านี้ท่าจะแจ๋วไปเลย” โทนี่ว่าพลางวัดตัวให้จาร์วิสแล้วหยิบดินสอจดลงโน้ตบนตัก

“…เห็นได้ชัดว่าคุณตั้งใจแต่งตัวผมให้เหมือนสเปคในฝันของคุณนะครับ”

“อะไรจาร์วิส”

“กัปตันโรเจอร์สไงครับ—”

“เงียบน่า—”

“แต่ก่อนอื่นผมขออนุญาตเรียนว่าคุณควรจะใส่ชุดให้ผมก่อน—”

“จาร์วิสไปไหนเนี่ย โทนี่ ทำไมคุณไม่ไปประชุมเช้า— โอ้ ไม่นะ โทนี่” เพ็ปเปอร์ที่เดินนำคนอื่นๆเข้ามาในแล็บถึงกับชะงักกึก เมื่อเห็นโทนี่ สตาร์คก้มๆเงยๆง่วนอยู่ตรงหน้าผู้ชายที่เธอเองก็ไม่รู้จัก แถมยังอยู่ในชุดชั้นในตัวเดียว คนอื่นๆที่ตามเข้ามาถึงกับชะงักไปตามๆกัน —เพ็กกี้ถึงกับเอามือทาบอก กัปตันอเมริกาที่เพิ่งกระดกน้ำดื่มไปก่อนผ่านเข้าประตูแล็บแทบพ่นน้ำทิ้ง ได้ยินเสียงบัคกี้พึมพำแว่วๆ “Oh, man”—

 

 

 

ก่อนที่โทนี่จะหันไปตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ

“เหอะน่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่แย่ที่สุดที่คุณจับได้ว่าผมทำซะหน่อย”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk: *กุมขมับอีกรอบ*

คือต้องผูกเรื่องใหม่ให้ต่างจากในเกมส์นิดนึง

ไม่นิดแหละถ้าจะพูดให้ถูก

ใครไม่ได้เล่นเกมส์แล้วหลงมาอ่านคงจะงง ต้องขอโทษด้วย จริงๆนะ
5555555555555555555555555555555555

แล้วมันยากคือต้องแต่งให้จาร์วิสแข็งๆเข้าไว้
…หมายถึงคำพูด 5555555555555555555

แต่จะเห็นได้ว่าช่วงกลางๆเรื่องจาร์วิสพูดอย่างยาวมากกกกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว)

เป็นความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ความคิดของจาร์วิส ซึ่งอันที่จริงไม่ค่อยเมคเซ้นส์
และสามารถแถเรื่องนี้ได้โดยการบอกว่าใช้คลื่นสมองจาร์วิสตัวจริง

มุกที่บอกว่าใช้คลื่นสมองคือมาจากหลายๆอัน เช่นอีเว้นท์อัลตรอนเมื่อต้นปี อัลตรอนใช้คลื่นสมองของโทนี่ จนอัลตรอนถามโทนี่ว่าตอนสร้างทำไมไม่เอาเสียงตัวเองมาเป็นเสียงให้ตัวมันเลยล่ะ

ส่วนที่ฮาของมุกคลื่นสมองคือโรโบแคปกับโจคัสต้า อัลตรอนสร้างหุ่นยนต์แคป นิสัยเหมือนแคปทุกอย่าง รวมถึงความซื่อบื้อระดับสิบและความเร็วในการรับมุกเป็นศูนย์

โจคัสต้านี่ไม่ต้องพูดถึง มีความย้อนแย้งในตัวเองขั้นสุดเพราะได้คลื่นสมองของเจเนท แวน ไดย์น ผู้ปกป้องโทนี่ยิ่งชีพ คือมันย้อนแย้งตรงที่ว่าต้องสู้กับโทนี่ทั้งๆที่หลงใหลได้ปลื้มในคิ้วกับความยาวขนตาของโทนี่นี่แหละ OTL
(แจนเคยบอกว่าคิ้วโทนี่สวย ซึ่งเออ จริง 5555555555555555555555)

ความยากอีกอย่างของเรื่องนี้คือจะแต่งโดยไม่ใช้ฟิลเตอร์สาววายได้ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกก
เพราะจิ้นคู่นี้มาตั้งแต่ไอรอนแมนภาคหนึ่ง

อิมเมจจาร์วิสเพื่อความฟิน ขอเป็นเฮียพอล เบตทานี่ คนหล่อไร้คิ้วผู้พากย์เสียงจาร์วิสในหนัง(ซึ่งตอนนี้รับบทวิชั่น)

โทนี่จักรวาลเรา(Avengers Academy)นี้จะสูงกว่าเจ๊ดาวหน่อยนะ ขอโทษฮะเจ๊ 55555555
ในเกมส์ความสูงแคปกับโทนี่เท่ากัน หักลบความหนารองเท้าบู๊ทไอรอนแมนไปก็เหลือซัก 180 ประมาณนี้ย์
ฟิคที่ผ่านๆมาแคปจะอยู่ที่ 184 ตามความสูงพี่คริส
ถ้าให้โทนี่ตัวเท่าเจ๊โทนี่กับแคปจะมีความพ่อลูกมาก ส่วนต่างก็สิบเซ็นต์อะ ฟฟฟฟฟฟฟฟ
ยิ่งอยู่กับจาร์วิสที่สูง 190-191 แล้ว แค่ 180 ยังคุยกันลำบาก
ถ้าสูงเท่าเจ๊จริงโทนี่อาจจะต้องแหงนหน้าคุยจนคอเคล็ดก็ได้

 

ปล. มุกจากหนังก็ยังมีอยู่นาจาาาา
พูดมากจริงๆ ทอล์คจะยาวกว่าฟิคละ 5555555555555555555555

ไปละ บรัย

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

[Avengers AU: Avengers Academy] He’s adopted. (Tony & Steve & Bucky & Dog(?))

Title: He’s adopted.
Genre: …fluff? I don’t know LOL
Rate: General audiences
Relationships: Domestic! Avengers Academy students, Tony Stark & Steve Rogers & James Buchanan “Bucky” Barnes & Dog(?)
Note: ฟิคสั้นคั่นพอร์น— #ผิด คั่นเวลาต่างหาก เอาพล็อตมาจากทัมแล้วมาปรับแก้ ตามนี้ย์

21838
อันนี้คือไปสถานสงเคราะห์สัตว์เลี้ยง แต่เราไม่ไง ฮาาาาาา

เชิญชม

 

 

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

 

 

ท่ามกลางฝนตกปรอยๆ ร่างสูงสองร่างใต้ร่มคันใหญ่เดินลิ่วไปตามถนนในแมนฮัตตัน อุณหภูมิที่จัดว่าเย็นบวกกับละอองฝนที่ทวีความเย็นให้แผ่ซ่านทำให้คนเดินถนนบางตาลง และนั่นก็เป็นเรื่องดีทีเดียวสำหรับพวกเขาที่จะได้ไม่ตกเป็นเป้าสายตาง่ายๆ อันที่จริงคงจะไม่เป็นการยากนักที่ทุกคนจะจดจำพวกเขาได้ ในเมื่อทั้งคู่เป็นนักเรียนจากโรงเรียนฝึกฮีโร่ชื่อดังอย่างอเวนเจอร์สอคาเดมี่ สตีฟ โรเจอร์ส –กัปตันอเมริกา– กับเพื่อนคู่หู บัคกี้ บาร์นส์ เดินกลับจากห้างสรรพสินค้า ในอ้อมแขนข้างหนึ่งของคนผมบลอนด์หอบถุงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยชีสและของโปรดอื่นๆของเจ้าของสตาร์คทาวเวอร์ –ที่ตอนนี้ยังทำงานง่วนอยู่ในแล็บ– ในปริมาณที่มากกว่าปกติที่มีในตึกถึงสองเท่า ส่วนเจ้าของแขนเหล็กที่มีขนมสายไหมอยู่ในมือเดินถือร่มตัวปลิวสบายใจเฉิบ แต่ก็ยังดีที่เจ้าตัวยังชะลอฝีเท้าและมองไปรอบๆด้วยความสนอกสนใจ

ถามว่าทำไมเป็นพวกเขาที่มาซื้อของโปรดของโทนี่น่ะเหรอ?

ก็คนที่เดินข้างๆเขานี่ไง…

เจ้าของแขนเหล็กชอบหนีมาหมกตัวในมุมห้องแล็บของโทนี่ที่ตึก สตีฟเคยถามว่าทำไม ได้คำตอบกลับมาสั้นๆว่า ‘แอร์เย็นดี’

โธ่ บัคกี้

ยิ่งกว่านั้นคือถ้าช่วงไหนไม่มีภารกิจแล้ว แทบจะย้ายสำมะโนครัวจากหอพักที่อยู่ใกล้ๆกันมาอยู่ที่ตึกเลยทีเดียว… กลางคืนก็นอนที่หอนั่นแหละ พอเช้ารับประทานอาหารเสร็จก็หายตัวเข้าไปในตึกแล้ว กลับมาอีกทีก็ตอนเย็นๆ เผลอๆก็หลังเวลาอาหารเย็นที่หอพักด้วยซ้ำไป

สตีฟถามโทนี่ว่าเขาจะโอเคหรือที่เพื่อนสนิทเขาฝังฝากตัวเองไว้กับที่นั่นแล้ว เด็กหนุ่มโบกมือปัดราวกับไม่ได้ใส่ใจ ‘ดีซะอีก คุณจะได้เข้ามาที่นี่บ่อยๆด้วยไง’

สาบานได้นะว่าเขาไม่ได้คิดจะร่อนโล่ใส่หน้าหนวดๆของลูกชายเพื่อนเขาเลย…

เมื่อเห็นสตีฟทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ตนแบบที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ เด็กหนุ่มหัวเราะแล้วพูดต่อ ‘นี่แคป เขาก็เป็นเพื่อนพ่อผมเหมือนกับคุณนี่นะ แค่นี้ดูแลได้น่า บางทีพวกคุณก็ดูแลพ่อผมไม่ใช่หรือไง? บางทีเขาก็ดูผมทำงานแล้วถามนู่นถามนี่บ่อยๆ บางครั้งก็ช่วยงานผมเหมือนกันแหละ เขาก็ดูจะชอบอะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์นะแคป แล้วผมกับเขาก็ชอบเพลงแนวเดียวกัน ก็สนุกดี ไม่เป็นไรหรอก’

เอาเป็นว่าสตีฟเองก็ยังคงเกรงใจโทนี่อยู่ดีแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ว่าอะไรก็เถอะ เขาจึงตัดสินใจออกมาซื้อของเข้าไปฝากเป็นการตอบแทน อย่างน้อยก็เป็นอะไรเท่าที่เขาจะทำได้แล้วกันล่ะนะ

 

 

 

ระหว่างทางสตีฟขอแวะร้านกาแฟและฝากของไว้กับบัคกี้ที่บอกว่าจะขอรออยู่นอกร้าน เมื่อคนผมบลอนด์ออกมา ก็ไม่พบเพื่อนซี้ของตนเสียแล้ว จะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรตาม ก็นึกขึ้นได้ว่าเจ้าตัวทำโทรศัพท์พังและตอนนี้มันก็อยู่ที่โทนี่

ซวยแล้วไง…

สตีฟตามหาบัคกี้ทันที ตาสีฟ้าพยายามกวาดมองไปไกลๆก็เห็นร่างคุ้นตาอยู่แถวแนวถังขยะที่ตั้งห่างออกไปเกือบร้อยเมตร

สตีฟรีบเดินไปหาทันที ภาพที่เขาเห็นเมื่อเข้ามาใกล้ๆคือเพื่อนของเขานั่งเล่นกับลูกหมาตัวน้อยที่อยู่ในกล่อง เขาเดาว่าเจ้าตัวคงกินสายไหมเสร็จแล้วจะเอาไม้มาทิ้ง แล้วก็เจอกับเจ้าตัวเล็กสี่ขานี่

เหมือนจะรู้ตัว คนที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นหันมามอง “สตีฟ เจอนี่อะ” ว่าแล้วก็ชี้ให้เขาดูพลางเอี้ยวตัวให้เขาเห็นถนัดขึ้น ขนสีน้ำตาลสวยของมันเปียกมะล่อกมะแล่ก ในกล่องนั้นมีผ้าขนหนูที่ตอนนี้ดูจะชุ่มไปด้วยละอองฝน ดูเหมือนว่าน่าจะถูกทิ้งไว้ตรงนี้นานแล้ว แววตาสีฟ้าของมันมีท่าทีหวาดกลัวอยู่ในที มือขวาของคนที่นั่งอยู่เอื้อมไปใกล้ๆ แล้วจึงลูบหัวมันเบาๆ หัวเล็กๆขยับเข้าหาไออุ่น บัคกี้ยิ้มชอบใจ

สตีฟคิดว่าเขารู้ว่าอีกคนจะพูดอะไรต่อ

“เอาไปเลี้ยงได้มะ” นั่นไง…

“บัค” สตีฟทำสีหน้าแบบคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“น่าสงสารจะตาย” ว่าแล้วบัคกี้ก็อุ้มลูกหมาตัวนั้นขึ้นมา

พอเห็นแล้วเขาก็พูดไม่ออก เพราะขาหน้าซ้ายของลูกหมาตัวนั้นด้วนขาดไป…

“…”

“นะสตีฟ?”

“…”

“นะ?”

“อือ”

“เย้ รักนายว่ะ”

“ฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้ว ไปเถอะน่า เอ้านี่กาแฟนาย”

“ขอบใจ”

 

 

 

พวกเขากลับมาถึงโรงเรียนในสภาพที่เปียกพอๆกับลูกหมาในอ้อมแขนเหล็ก แม้จะมีร่มกางก็เถอะ เพราะจู่ๆฝนก็สาดลงมาอย่างหนักตอนที่พวกเขาเดินเข้ามาในประตูโรงเรียน ‘ช่วยบอกธอร์ริต้าทีนะว่าอย่าเรียกฟ้าเรียกฝนบ่อยๆ’ ระหว่างเดินเข้ามาที่สตาร์คทาวเวอร์บัคกี้บ่นกับสตีฟถึงหญิงสาวผู้ถือค้อนโยเนียร์(อีกอัน) ก่อนจะรีบหุบปากเพราะเสียงฟ้าร้องอีกครืนใหญ่ ‘ของเขาแรงจริง’ บัคกี้พูดขึ้นอีกครั้งเมื่อก้าวเข้ามาในตึกแล้ว

“สวัสดีตอนเย็นครับ กัปตันโรเจอร์ส คุณบาร์นส์ ยินดีรับใช้ครับผม” ปัญญาประดิษฐ์หนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งคู่เข้ามา

“จาร์วิส โทนี่อยู่ที่แล็บเหรอ” บัคกี้ว่า ส่วนสตีฟเอาของที่ซื้อมาไปเก็บ

“ครับคุณบาร์นส์ เจ้านายอยู่ในห้องแล็บมาตั้งแต่เช้าแล้วครับ” เสียงสังเคราะห์ตอบกลับ

“ยุ่งหรือไงน่ะเจ” เขาก้มมองลูกหมาตัวเล็กในอ้อมกอดเขา

“ครับผม เจ้านายกำลังง่วนอยู่กับการซ่อมโทรศัพท์มือถือของคุณอยู่ครับ”

บัคกี้ไหวไหล่ “อยากทำตัวน่าหมั่นไส้เองนี่”

พอดีกับสตีฟที่ออกมาจากห้องครัวพอดี “ไปที่แล็บกันสตีฟ” บัคกี้พูดขึ้นแล้วเดินนำสตีฟไป

“อ้าว รอด้วยสิบัค” คนผมบลอนด์รีบสาวเท้าตามไปทันที

 

 

 

นี่น่าจะเป็นครั้งที่สองที่สตีฟขึ้นมาที่แล็บของโทนี่ นิ้วเรียวของบัคกี้กดรหัสเข้าห้องแล็บแล้วเปิดประตูเข้าไป เสียงเพลงร็อคที่สตีฟเหมือนจะเคยได้ยินจากโทรศัพท์ของบัคกี้ดังก้อง “เฮ้ๆ เบาเสียงทีสิเจ หูนายจะตึงเข้าซักวันนะโทนี่” ประโยคหลังบัคกี้พูดกับเจ้าของห้อง

“อ้าว เอาอะไรมาให้ซ่อมอีกหรือไง” โทนี่ยังไม่หันมามองเขา

ตาสีฟ้าเทากลอกขึ้น “ดัมมี่จับนายดามคอไว้หรือไง”

“ก็นายไม่ตอบ—” ในที่สุดโทนี่ก็หันมาหาพวกเขา สตีฟไม่พูดอะไรแค่ยิ้มแหยๆให้

“เอากัปตันมาซ่อมเหรอ ซักเจ็ดวันค่อยมารับคืนนะ” เสียงห้าวยียวนพูดขึ้นก่อนคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม

“ฉันเป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์” สตีฟแทรก

“ไปทะเลาะกันในห้องนอนไป” บัคกี้แทบกุมขมับ “นี่” แขนเหล็กยื่นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆสี่ขาให้อีกฝ่ายดู

โทนี่วางแก้วน้ำลงแล้วมองงงๆ “หมา?”

“อือ”

“งี้ดด” เสียงเล็กๆร้องครางขึ้น

“เอามาให้ซ่อม?”

“บ้าละ”

“เอามาให้ฉัน?”

“เออ”

“ฉันไม่ใช่หมอนี่”

“แล้วไงเล่า”

โทนี่มองดูเจ้าตัวเล็กอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็นิ่งไป “มันเหมือนนายเลย”

“ใข่มะ” บัคกี้พูดขึ้น

“หน้าตาก็เหมือนนายด้วย”

“พูดงี้ต่อยกันดีกว่า”

“ไม่ว่าง” คนตัวเล็กว่า “แต่บังเอิญนะ นี่มันข้างเดียวกันกับนายเลยอะ”

“…” ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วโทนี่ก็พูดขึ้น “มีผ้าสะอาดอยู่ในตู้ข้างๆตู้เครื่องดื่มตรงนั้น พวกคุณจัดการไปก่อนที ผมขอจัดการไอ้นี่ต่ออีกแป๊บนึง” ว่าพลางชี้โทรศัพท์เจ้าปัญหาของเจ้าของแขนเหล็ก

“ไม่ได้รีบนะ” บัคกี้ว่าแล้วเดินนำไป สตีฟเดินตามไปเงียบๆ

“แต่ได้ยินว่านายติดโทรศัพท์—”

“รู้ดี”

“ก็คนมันฉลาด”

“เหมือนหมาอะ”

“เอ้านี่พูดให้ดีๆนะครับ จะไฝว้เหรอ”

“โอ๊ย ไปทะเลาะกันที่อื่นไป” สตีฟโวยขึ้น

 

 

 

หลังจากที่สองคู่หูเช็ดตัวให้เจ้าลูกหมาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มันซุกอยู่ในกองผ้าบนโต๊ะแล็บ รอบโต๊ะนั้นมีเด็กหนุ่มสามคนยืนล้อมอยู่ แต่ละคนทำหน้าเครียดอย่างกับสัตว์ประหลาดบุกโลก “จะเอามันมาเลี้ยงจริงๆอ้ะ?” โทนี่พูดขึ้น

“ไม่งั้นมันก็ตายน่ะสิ” บัคกี้พูดขึ้นเสียงอ่อย

“ก็นะ” สตีฟไม่รู้จะว่ายังไงดี “คนอื่นก็เอาสัตว์มาเลี้ยง คงไม่มีปัญหาอะไรมั้ง”

“เรื่องนั้นผมไม่ห่วงหรอก” โทนี่ว่า “ผมหมายถึงขาหน้ามันเนี่ย ถ้าพวกคุณไม่ว่างมันจะมีปัญหาเอาน่ะสิ”

ทุกคนในห้องเงียบกริบอีกครั้ง แต่ละคนมองหน้ากันไปมา

“พรุ่งนี้เราสองคนมีภารกิจ” สตีฟพูดขึ้นมาเบาๆ

“…” บัคกี้ทำท่าจะพูดอะไรแต่ก็เงียบไปอีกครั้ง นิ้วเหล็กเขี่ยขนนุ่มๆบนหัวเล็กเบาๆ

โทนี่มองการกระทำนั้น แล้วเหลือบมองสตีฟ ทำปากขมุบขมิบไม่ให้คนที่เล่นอยู่กับลูกหมาได้ยิน ‘แคป เอาไงดี’

‘ไม่รู้สิ’ สตีฟส่ายหน้า

นัยน์ตาสีน้ำผึ้งมองอีกคนที่ตอนนี้ทรุดตัวคุกเข่าเอาคางเกยโต๊ะแล้วเฝ้าดูสิ่งมีชีวิตสี่ขาที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนนั้น นิ้วเหล็กเปลี่ยนมาเขี่ยเท้าเล็กๆเล่นแทน

“ผมว่าผมนึกอะไรออกแล้วล่ะ เอามันไว้นี่นะ บัคกี้ ขอสแกนแขนอีกทีสิ”

 

 

 

สามวันหลังจากนั้น สตีฟและบัคกี้ก็กลับมาจากภารกิจ เมื่อพวกเขาออกมาจากโรงเก็บควินเจ็ทก็เจอลูกหมาน้อยตัวเดิมอยู่ในอ้อมแขนของโทนี่ ที่เพิ่มเติมคือเมื่อโทนี่ปล่อยมันลงกับพื้น มันก็วิ่งมาหาพวกเขาอย่างดีใจที่เห็นเจ้าของกลับมา

บัคกี้ยิ้มกว้าง เขารีบอุ้มมันขึ้นมา ขาเหล็กแบบที่คล้ายแขนเหล็กของเขาติดอยู่กับตัวของมัน

สตีฟที่เห็นเพื่อนมีความสุขก็ยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆกับความช่างคิดของโทนี่

ฝีเท้าของคนที่รออยู่ด้วยเข้ามาใกล้ๆ “ลืมถามว่าจะตั้งชื่อว่าอะไร เลยเรียกมันว่าบัคกี้ไปแล้ว” โทนี่ตอบหน้าตาย

“ชื่อบัคกี้เนี่ยน่ารักสุดละ”

“หมายถึงหมานะไม่ใช่คน”

“เออ ขอบใจ”

“เรื่อง?”

“บัคกี้”

สองคนที่เหลือมอง ‘บัคกี้’ ในอ้อมแขนของ ‘บัคกี้’

บัคกี้ทำหน้าเหรอหรา “อะไร”

“หงิง”

ทั้งสามคนมองหน้ากัน แล้วก็หัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

 

 

 

สรุปแล้ว โรงเรียนอเวนเจอร์สอคาเดมี่ก็มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นทางการอีกหนึ่งตัว…

 

 

 

 

 

Talk: ฟิคสั้นคั่นเวลาจริงๆนะ…

เรื่องต่อไปอยากแต่งอะไรพอร์นๆ–

แค่กๆ–

แต่คงไม่เล่นกับเด็กๆ น่าจะรุ่นใหญ่ แต่ก็วงวารเด็กมันนะ

อันที่จริงคือคนแต่งยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะให้ใครอยู่ล่างอยู่บน

คือเด็กมันก็แค่อายุสิบแปด ส่วนแคปแค่เก้าสิบ #โดนโล่ฟาด

พอร์นนี่ก็อย่างว่า ดูท่าแล้วน่าจะ without plot ตามท้องเรื่อง…

ได้แต่งหรือเปล่านี่อีกเรื่อง ฮ่าาาาาาาาาาาาาา

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

[Avengers AU: Avengers Academy] Sick (Tony x Steve)

Title: Sick
Genre: Fluff (Maybe…not?)
Rate: Teen And up audience (PG-13)(?) [Writer: Not sure about that (…)]
Relationships: Tony Stark/Steve Rogers — (Freeform)

Note: ตันมาก ปีใหม่กินเยอะจัดเลยได้แค่นี้ #เกี่ยว?

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

 

 

 

“มากันครบแล้วใช่ไหม?”

“เอ่อ ท่านผอ.คะ?”

“ว่าไงเพ็ปเปอร์”

“โทนี่ สตาร์คยังไม่มาค่ะ”

นิค ฟิวรี่ ชายผิวสีวัยกลางคน ผู้อำนวยการแห่งอเวนเจอร์สอคาเดมี่หันมามองทางโต๊ะประชุมในตึกอำนวยการของโรงเรียน ที่นั่งหนึ่งข้างๆกัปตันอเมริกาว่างอยู่

“มีใครเห็นโทนี่ไหม?”

ทุกคนในโต๊ะสั่นหน้า

“ว่าไงกัปตัน คุณเห็นโทนี่บ้างไหม? คุณน่าจะรู้อะไรมากกว่าพวกเรานี่” ฟิวรี่ถามเด็กหนุ่มอย่างเจาะจง

สมาชิกสามคนที่นั่งใกล้หัวโต๊ะประชุมเนื่องจากความอาวุโส บัคกี้ บาร์นส ที่นั่งอยู่ข้างๆกัปตันอเมริกาหันไปส่งสายตาให้เพ็กกี้ คาร์เตอร์ -ที่ถูกโทนี่พามาสู่โลกปัจจุบันโดยบังเอิญ- อย่างรู้กัน

ส่วนสตีฟ โรเจอร์สที่ถูกถามถึงอีกคนที่ยังไม่มาประชุมวันนี้พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติหลังจากถูกแซวกลายๆกลางที่ประชุม “ไม่ทราบครับผอ. อันที่จริง ผมไม่เห็นเขาเลยตั้งแต่หลังคริสต์มาส”

“น่าแปลกนะ” ฟิวรี่ว่า “ฉันรู้ว่าเขามักจะมาสาย อันที่จริงเราเรียกประชุมเลทมาซักพักแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มาเสียที”

“รายนั้นถ้าป่านนี้ไม่มา อาจจะขังลืมตัวเองอยู่ในแล็ปก็ได้นะคะผอ.” เจเน็ท แวน ไดย์น ออกความเห็น

“หรือว่าถ้าหมอนั่นป่วยล่ะครับ” สตีเฟ่น สเตรนจ์ นักเวทย์ที่เพิ่งเข้ามาเรียนเอ่ยขึ้นบ้าง

“เป็นไปได้นะครับ ช่วงนี้ทีม A-Force ก็กำลังมีภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากออลฟาเธอร์ แล้วเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น” สตีฟพูดขึ้น

“คุณหมายถึงไอ้ชุดแบล็คสมิธอะไรของเขาด้วยหรือเปล่า” ฟิวรี่ถาม ทุกคนหัวเราะคิกคักเมื่อนึกตามที่ว่า ไม่เว้นแม้แต่สตีฟที่แซมเคยบอกว่าเป็นเสือยิ้มยากเมื่ออยู่ในเวลางาน ก็แอบยิ้มไปกับทุกคนด้วยเมื่อนึกถึงชุดประหลาดที่เมื่อโทนี่บอกเขาว่ามันคืออะไร สิ่งอีกฝ่ายบอกมาไม่ใช่สิ่งแรกที่เขานึกถึงหลังจากที่เห็นมันเป็นครั้งแรก

 

พนันสิบเหรียญว่าเขาไม่เคยเห็นอะไรที่ตลกแต่กลับดูดีแบบแปลกๆแบบนั้นเลย

 

“ถ้าอย่างนั้น ไฟล์รายละเอียดการประชุมจะถูกส่งไปหาเขา เราควรเริ่มประชุมได้แล้ว กัปตัน หลังประชุมเสร็จผมขอให้คุณไปดูเขาที่ตึกด้วย”

สตีฟไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมต้องเป็นเขา แต่ก็ยอมรับโดยดี “รับทราบครับ”

 

 

 

 

 

หลังประชุมเสร็จ นักเรียนในโรงเรียนก็ค่อยๆทยอยเดินออกจากห้องประชุม

ใครคนหนึ่งพูดว่า “เฮ้ วันนี้นิวเยียร์อีฟนี่”

ได้ยินเสียงใครอีกคนพูดขึ้น “จริงดิ? พวกเราลืมไปได้ไง”

เสียงคุยจ้อกแจ้กของเหล่านักเรียนฮีโร่ดังไปตลอดโถงทางเข้า ก่อนจะค่อยๆซาลงหลังจากทุกคนแยกย้ายไปทำภารกิจของตนเอง

“คุณมีคิวไปไหนต่อนะ สตีฟ?” เพ็กกี้ที่เดินตามหลังสตีฟมาถามขึ้น “อ้อ ลูกชายฮาเวิร์ดใช่ไหม?” เธอยิ้มกรุ้มกริ่มแบบที่ทำให้สตีฟแอบรู้สึกร้อนๆหนาวๆ “ใช่ เพ็ก ว่าแต่คุณมีอะไรจะให้ผมช่วยเหรอ”

“เปล่า ฉันหมายถึงว่าเด็กคนนั้นน่ะก็น่ารักดี ใช่ไหมล่ะ”

“เอ้อ เขาก็เป็นเด็กดีนะเพ็ก แต่ออกจะติดนิสัยพ่อมาเยอะไปหน่อย” สตีฟว่าติดตลก นึกถึงเพื่อนของเขาในตอนนั้นที่ชอบทำตัวดราม่า บ้างาน หลงตัวเอง ลูกชายก็เหมือนกันเปี๊ยบ

“ถ้าคุณจะจีบเขา ฉันเชียร์นะ เด็กคนนั้นก็ดูจะสนใจคุณอยู่” เพ็กกี้ว่าแล้วหัวเราะ ทำเอาสตีฟที่เพิ่งหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มแก้กระหายน้ำแทบพุ่ง

เขาคิดว่าโชคดีที่ห้ามตัวเองไว้ทัน “คุณล้อผมเล่นแน่ๆเพ็ก โทนี่เนี่ยนะ?” เขาหัวเราะออกมาบ้าง แต่แล้วก็ต้องชะงัก “เดี๋ยวนะ คุณเห็นรูปนั้นแล้ว? คุณใช้สมาร์ทโฟนเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?” สตีฟถามออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เจ้าตัวเพิ่งรู้ เขารู้เพ็กกี้เป็นคนฉลาด แต่เธอเพิ่งมาอยู่ได้แค่สองเดือน และเทคโนโลยีสมัยนี้ก็เกินจะเข้าใจได้ในเวลาอันสั้นจริงๆ

เพ็กกี้ไม่ตอบคำถามนั้น แต่ยิ้มให้สตีฟแทนคำตอบ “ฮาเวิร์ดเคยบอกว่าถ้าเขามีลูกเขาจะให้ฉันเป็นแม่ทูนหัว” เธอว่า “แอนโทนี่ไม่รู้หรอก แล้วสมัยนี้อะไรๆก็เปิดกว้างแล้ว เอาจริงๆนะ เมื่อก่อนฉันก็คิดเหมือนกันแหละว่าคุณกับบัคกี้อาจมีซัมธิงรอง แบบที่สาวๆสมัยนี้เขาเรียกว่าจิ้นใช่ไหมนะ?”

สตีฟยังคงงงๆกับสิ่งที่เธอพูด

“เอาเป็นว่าฉันอนุญาตให้คุณจีบลูกชายฉันได้นะ อ้อ ถ้าไม่ติดธุระอะไร เด็กๆกับบัคกี้มีงานโอเพ่นไมค์วันปีใหม่ที่หน่วยชีลด์ ถ้ายังไงหอบแอนโทนี่มาด้วยก็ดีนะ” เธอหัวเราะร่าก่อนเดินแยกไปอีกทาง ปล่อยให้กัปตันอเมริกาคิดมากกับคำพูดของเธอ

 

 

ทำไมทุกคนชอบทิ้งระเบิดใส่ผมล่ะเนี่ย ผมเป็นทหารนะไม่ใช่พนักงานเก็บกู้วัตถุระเบิด…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สตีฟเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย สองเท้าพาเขามาหยุดอยู่ตรงหน้าสตาร์คทาวเวอร์ที่เขาไม่ได้แวะเข้ามาเลยนับจากวันฮาโลวีน –ใช่ คืนนั้นแหละ

จริงๆตอนนี้ก็ยังเป็นเวลาสายๆ เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ เพราะทั้งจาร์วิสและเพ็ปเปอร์เคยบอกเขาว่าถ้าโทนี่ไม่ได้ขลุกอยู่ในแล็ปทั้งวันทั้งคืนติดๆกันหลายวัน ก็ต้องนอนตื่นสายโด่ง อย่างเช่นใกล้ๆเที่ยง

 

นั่นมันไม่สายแล้วมั้ยล่ะนั่น…

 

ขายาวๆก้าวเข้าไปในตัวตึก เสียงสังเคราะห์สำเนียงบริติชทักขึ้น “สวัสดีครับกัปตันโรเจอร์ส ยินดีที่ได้พบคุณครับ”

“สวัสดีครับจาร์วิส” สตีฟยังไม่ค่อยคุ้นชินกับการคุยกับอากาศเท่าไรนัก เรียวปากเม้มแก้เก้อ “โทนี่อยู่ที่ไหนครับ”

“เจ้านายอยู่ในห้องนอนและสั่งว่าไม่ให้ใครรบกวนครับ”

“งั้น…เขาสบายดีหรือเปล่า”

ปัญญาประดิษฐ์หนุ่มเงียบไปอึดใจหนึ่ง “… เจ้านายสบายดีครับ”

แม้จะเป็นเสียงสังเคราะห์ฟังดูราบเรียบ แต่สตีฟคิดว่ามีอะไรซ่อนอยู่ “แน่ใจนะจาร์วิส”

“…” จาร์วิสเงียบไป

“จาร์วิส?” สตีฟเรียกอีกครั้งหนึ่ง คิ้วขมวด

“เอ่อ… จากการสแกนร่างกาย อุณหภูมิร่างกาย 38 องศา ชีพจรเต้นแรงและเร็วครับ”

“ขอบคุณมาก” สตีฟว่าแล้ววิ่งขึ้นไปบนห้องนอนของเจ้าของตึกทันที

 

 

เมื่อขึ้นมาถึงห้องนอนของเจ้าของตึก สตีฟผลักประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ ไฟในห้องมืดหมด มีเพียงแสงลอดจากม่านเข้ามาเท่านั้น แต่ก็เพียงพอที่จะมองเห็น เด็กหนุ่มสาวเท้าไปยังเตียงนอนคิงไซส์ โทนี่ สตาร์คในตอนนี้ดูไม่จืดเลยสักนิด คนตัวเล็กขดอยู่ในกองผ้าห่ม ริมฝีปากแห้งผากและเริ่มแตกจนเลือดซิบ ตัวสั่นเทาอย่างคนจับไข้ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม สตีฟนั่งลงบนขอบฟูก มือใหญ่เอื้อมไปอังหน้าผากของคนที่นอนอยู่—

“ฮื่อ… คุณ…?” โทนี่พยายามปรือตาขึ้นมอง แต่เปลือกตากลับหนักอึ้งจนแทบลืมไม่ขึ้น

“ไง พ่อคนอวดเก่ง” เสียงทุ้มเจือแววไม่พอใจเอ่ยขึ้น “ทำไมไม่เรียกฉัน— หรือเพ็ป หรือใครซักคน นายไข้ขึ้นสูงมากนะ”

“…เข้ามาได้ยังไง?” คนตัวเล็กย้อนถาม ไม่ยอมตอบอีกฝ่าย

“เดินเข้ามา” สตีฟตอบหน้าตาย “ฟิวรี่สั่ง” …แล้วก็อยากมาหาตั้งนานแล้ว เพียงแต่เขาไม่ได้พูดต่อ

“ออ.. คงเห็นแล้วมั้งว่าเป็นยังไง” เสียงห้าวฟังดูแหบพร่ากว่าเก่า “ผมจะนอนต่อ”

“ไม่” สตีฟแย้ง “ฉันจะเช็ดตัวให้” ก่อนที่เจ้าของห้องจะได้ทันพูดอะไร สตีฟก็วิ่งไปเตรียมน้ำและผ้ามาเสียแล้ว

โทนี่จิ๊ปากอย่างขัดใจ เขาหัวเสียไม่น้อย เขาไม่ชอบให้ใครเห็นว่าเขาป่วย แล้วยิ่งคนดูแลเขากลับเป็นสตีฟ เขายิ่งไม่ชอบใจใหญ่ รายนี้ก็ห่วงคนอื่นมากจนเกินเหตุ นี่ยังไม่นับที่ว่าชอบทำให้เขาใจเต้นแรง และปกติแล้วอย่างมากเขาก็แค่เป็นหวัด พักวันเดียวก็หาย แต่กลับกลายเป็นว่าอาการของเขาหนักขึ้นทุกวันและลากยาวมาตั้งแต่หลังคริสต์มาส จนวันนี้นิวเยียร์อีฟแล้ว เขาก็ยังไม่หายเสียที

ฝีเท้าหนักๆเข้ามาใกล้ “เช็ดตัวนะโทนี่”

คนบนเตียงมีท่าทีอิดออด “ไม่เอาอะ”

“ไม่ได้” สตีฟนั่งลงข้างๆโทนี่ “นายคงไม่ได้อยากขึ้นหน้าหนึ่งว่าซูเปอร์ฮีโร่มหาเศรษฐีเป็นไข้จนช็อกตายหรอกนะ?”

“…” โทนี่เงียบไป แล้วเอ่ยขึ้น “ก็ได้”

“ดี” คนตัวสูงเลิกผ้าห่มลงหน่อยๆ “นายไม่ได้ใส่เสื้อผ้า?”

“อือ ก่อนหน้านี้ผมอาบน้ำ พอออกมาก็ไม่มีแรงทำอะไรแล้ว”

คิ้วหนาขมวดมุ่น “นายไม่รู้หรือไงว่าคนเป็นไข้ห้ามอาบน้ำ?”

“รู้ แต่แล้วไงล่ะ ก็ผมอยู่คนเดียวนี่” ประโยคหลังเหมือนคนตัวเล็กจะพึมพำกับตัวเอง แต่สตีฟได้ยินชัดทุกคำพูด “นายก็เรียกฉันสิ”

“ผมมีตารางภารกิจทุกคน ผมเช็คดูแล้ว แล้วคุณก็ยุ่ง” โทนี่ว่า

“มีแต่ตารางฝึก ไม่ฝึกวันเดียวฉันก็ไม่ตายหรอกน่า นายน่ะ เงียบก่อนเถอะ พูดมากแบบนี้ไม่เหนื่อยหรือไง” สตีฟตอบขณะบิดผ้าขนหนูในมือแล้วซับหน้าให้คนที่นอนอยู่

โทนี่อ้าปากจะเถียง แต่ด้วยความอ่อนเพลียจึงไม่ได้ปริปากว่าอะไรอีก คนตัวสูงซับหน้าให้เขาอย่างเบามือ สัมผัสเย็นๆของผ้าทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาทีละนิด

“ดีขึ้นมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถาม โทนี่เพียงแค่พยักหน้า

สักพักผ้าก็ถูกเปลี่ยนใหม่และวางแปะบนหน้าผาก แล้วสตีฟก็ค่อยๆเช็ดตัวให้คนป่วย ไล่ตั้งแต่แขน ลำตัว แผ่นหลัง จนพอเขาเริ่มจะเช็ดส่วนถัดไป คนตัวเล็กก็ชิงเอ่ยขึ้นมาก่อน

“ผมน่าจะทำเอง” โทนี่ปรือตาขึ้นมอง สตีฟที่คุกเข่าอยู่ข้างๆเงยหน้ามองงงๆ “ห๊ะ?”

“คือ…” โทนี่ว่า เลือดฝาดแล่นริ้วบนใบหน้า “คุณจะเช็ดตัวให้ผมทั้งตัวจริงดิ?”

“ก็ใช่น่ะสิ” สตีฟตอบโดยไม่ทันคิด “นายน่ะแค่จะลืมตาก็ไม่ไหวแล้ว แต่ก็น่าแปลกนะ ยังพูดได้อย่างกับนกแก้วนกขุนทองเลย”

“ไม่กัดกันซักวันคุณจะนอนไม่หลับหรือไง”

“…” สตีฟนิ่งไป “อันที่จริงที่ตารางฝึกมันเยอะขนาดนั้น ส่วนใหญ่ฉันยัดลงไปเองทั้งนั้นล่ะ”

“ว่างเหรอ”

“…อืม” คนตัวสูงเพิ่งนึกขึ้นได้ “เฮ้”

“อะไรครับ”

“ต่อไปก็ท่อนล่างแล้วสิ”

“ก็ใช่ไง”

“เอ่อ..”

“ไม่ต้องทำให้ก็ได้นะ คุณน่าจะลำบากใจหรือเปล่า?”

“ไม่ๆ”

“…”

“ทีตอนนั้นนายยังอาบน้ำให้ฉันเลย”

“…” โทนี่ไม่รู้จะพูดอะไรดี นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกลอกไปมา

“ทำไม เห็นกันถึงไหนต่อไหน ตอนนี้เพิ่งจะเขิน แล้วนี่เดี๋ยวก็คลุมไว้ ตรงนั้นน่ะฉันไม่ทำให้หรอก”

“แหม่ อันที่จริงผมก็ไม่ได้หน้าด้านขนาดนั้นไง แต่ผมเปล่ามองคุณนะ เห็นแค่แวบๆเอง” สตีฟคิดว่าเหมือนจะเห็นโทนี่หน้าแดงๆ ไม่รู้ว่าเพราะพิษไข้หรือว่าอะไร

“โธ่ ฮ่าๆ” สตีฟหัวเราะ เขาไม่ใช่พวกชอบโชว์นะ แต่แค่คิดว่าแกล้งคนตัวเล็กแล้วสนุกดี

ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะก็ยิ่งขัดใจ โทนี่คว้าหมอนอีกใบปาใส่สตีฟ “คุณน่ะเงียบไปเลย” คนถูกปาหมอนใส่เอาแต่หัวเราะร่า โทนี่จึงตอกกลับไปอีกดอก “แต่ผมเห็นนะ ตอนนั้นคุณมองผมไม่วางตาเลย”

คราวนี้เป็นสตีฟบ้างที่หน้าแดง “เงียบน่า” มือใหญ่ถลกผ้าห่มที่คลุมปลายเท้าอยู่ขึ้นมาจนถึงโคนขา เขาจัดแจงย้ายตัวเองมานั่งแทรกอยู่ตรงหว่างขาของคนป่วย

“นี่…” โทนี่แย้งขึ้น “ผมรู้ว่าคุณน่ะไม่ได้คิดอะไร”

“อืม ทำไมอะ” โธ่เอ๊ย…ซื่อไปไหมเนี่ย

“คุณไม่คิดว่าท่านี้มันจะล่อแหลมไปหน่อยเหรอ?”

สตีฟชะงักไป เขามองอีกคนเต็มๆตาอีกครั้ง ตอนนี้เขานั่งแทรกระหว่างเรียวขาทั้งสองข้างของโทนี่ ร่างนั้นมีเพียงผ้าห่มคลุมกายหมิ่นเหม่แค่ช่วงกลางลำตัว ผิวคล้ำแดดดูซีดลงไปจากการหมกตัวอยู่ในห้องหลายวัน รอยแผลเก่าจากการต่อสู้ทิ้งรอยประปราย แสงสีฟ้าเรืองจากปฏิกรณ์อาร์คกระทบดวงตาสีน้ำผึ้งทำให้แววตาคู่นั้นเรืองแสงเป็นสีเหลืองอำพัน นัยน์ตาปรือเยิ้มจากพิษไข้เอ่อคลอด้วยน้ำเลี้ยง คนที่นอนอยู่หลุบตามองเขาก่อนจะเสมองไปทางอื่นเมื่อสบกับสายตาที่มองมาอย่างสำรวจ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน

 

เออว่ะ…

 

ใจเขาเต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ สตีฟนิ่งไปนานจนร่างด้านใต้ทัก

“เลิกมองได้ยัง?”

“อ้อ อืม โทษที แต่มุมอื่นมันไม่ถนัดแล้วอะ”

“งั้นเร็วๆเข้าเถอะ ผมหนาว”

สตีฟชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเริ่มเช็ดตัวให้อีกคนต่อ ผ้าชุบน้ำแตะลงที่ต้นขาขาว ขาเรียวกระตุกขึ้นนิดๆด้วยความเย็น “ฮื่อ.. แคป” โทนี่ร้องขึ้น

“เย็นไปเหรอ?” สตีฟเงยหน้ามอง

“มะ…ไม่เป็นไร ผมทนได้”

สตีฟเริ่มเช็ดขาให้โทนี่อีกครั้ง ผ้าเย็นๆทำให้คนป่วยรู้สึกดีขึ้น แต่ในบางครั้งก็มีเสียงร้องเบาๆหรืออาการสะดุ้งเพราะความเย็นจากคนที่นอนอยู่ ทั้งชีวิตนี้เขาเคยดูแลคนป่วยมาก็เยอะ แต่ครั้งนี้เขาคิดว่านี่เป็นการดูแลคนป่วยที่น่าจะยากและเป็นอันตรายต่อหัวใจเขาที่สุดแล้วล่ะมั้ง…

จนเสร็จแล้ว มือใหญ่ก็ดึงเอาผ้าห่มมาคลุมให้ทั้งตัว โทนี่หันกลับมามอง “คุณ…”

“หืม?” สตีฟขานรับ

เสียงพูดงึมงำดังขึ้น “ขอบคุณนะ”

คนฟังยิ้มกว้าง “ไม่เป็นไรหรอก นอนพักนะ นี่เที่ยงแล้วเดี๋ยวไปทำอะไรให้กิน”

คนตัวเล็กไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมเหลือแต่ตา ร่างสูงยืดตัวลุกขึ้นแล้วคว้าอุปกรณ์เดินออกจากห้องไป

 

 

“ทำไมคุณต้องทำให้ผมขนาดนี้ด้วยนะ”

 

 

ผ่านไปสักพัก สตีฟกลับเข้ามาในห้องพร้อมซุปร้อนๆ เขาตั้งใจจะป้อนให้ แต่โทนี่ปฏิเสธ จึงจบลงที่คนป่วยกินซุปนั้นเองโดยมีคนตัวสูงนั่งดูอยู่ไม่ห่าง มื้ออาหารจบลงด้วยดี โทนี่ทำท่าจะไม่ยอมกินยา แต่สุดท้ายแล้วก็ยอมกินเพราะคำพูดของสตีฟ ‘ถ้าอย่างนั้นฉันจะป้อนให้เอง’ เขาไม่รู้จะทำหน้ายังไงเลยเมื่อได้ยินคำพูดนั้นประกอบกับสีหน้าที่แสดงถึงความตั้งใจที่จะดูแลเขาสุดๆ

 

มันจะไปป้อนกันปกติได้ยังไงล่ะครับคุณปู่…

 

เก็บถ้วยเสร็จแล้ว สตีฟเดินไปดูชั้นหนังสือของโทนี่ ‘คุณจะไปหยิบมาอ่านก็ได้นะ’ เจ้าของห้องบอก ปกติแล้วเขาสั่งซื้อเข้ามาแล้วก็มาเก็บไว้เฉยๆ เอาเวลาไปทำงานอื่นเสียหมด หนังสือส่วนใหญ่เป็นหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่สตีฟไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็ยังโชคดีที่มีหนังสืออื่นๆอยู่บ้าง สตีฟเลือกมาสองสามเล่ม ทำท่าจะลากเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานมาใกล้ๆ โทนี่ก็ชิงขัดขึ้น

“ลากมาทำไม คุณก็ขึ้นมานั่งกับผมสิ”

สตีฟเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่โทนี่ไม่ได้พูดอะไรอีก สตีฟขึ้นมานั่งบนเตียงอีกฝั่ง แสงสว่างจากไฟหัวเตียงแทนที่ความมืดในมุมหนึ่งของห้อง หนังสือเล่มโตถูกเปิดอ่านช้าๆทีละหน้า ทั้งห้องมีเพียงเสียงพลิกกระดาษเบาๆ

หลังจากเงียบไปนาน เจ้าของห้องก็ถามขึ้น “แคป คุณอ่านอะไรอยู่อะ”

“หนังสือทำอาหาร” สตีฟพูดขึ้นมาเบาๆ “ไม่ยักรู้ว่านายมีหนังสือแบบนี้ด้วย”

“ก็นะ ซื้อเข้ามา แล้วก็โดนทิ้งอยู่ในชั้นแบบนั้นแหละ” เสียงห้าวฟังดูสดใสขึ้นมาหน่อย “เคยอ่านไอ้นั่นหรือยัง”

“ไหน?”

“‘เข้าครัวกับวิชั่น’”

“อ่อ อ่านแล้ว เจ้าตัวเอามาให้เองกับมือ”

“ฮ่าๆ แล้วคุณคิดว่าไง”

“สนุกดีจะตาย ฮ่าๆ แต่ถ้าลองทำตามนี่ไม่มั่นใจว่าจะกินได้มั้ย”

“วิชั่นได้ยินคงเสียใจแย่ คุณคงจะชอบทำอาหารมากเลยสิ”

“อืม ก็ทำกินเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” สตีฟอมยิ้มเมื่อนึกถึงสมัยก่อน “ยิ่งอยู่ในค่าย บางทีก็ต้องหุงหากินกันเอง”

“สนใจมาเป็นพ่อครัวให้ผมป้ะล่ะ” โทนี่พูดติดตลก

“นายไม่รู้เหรอ ถ้าไปถามใครแบบนี้มันหมายถึงขอแต่งงานกลายๆเลยนะ”

“ห๊ะ จริงอะ?”

“อืม”

“…”

“…”

“แต่ผมคิดงี้จริงๆนะ ดัมมี่ก็พึ่งไม่ได้ โรงอาหารในหน่วยชีลด์ยังอร่อยกว่าเยอะ”

“ซีเรียสเหรอ”

“อาฮะ แต่นี่คุณไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก ผมก็เพื่อนร่วมรบของคุณนี่ ย้ายที่ทำจากในค่ายมาเป็นที่นี่ก็พอ”

“…ไม่ใช่”

โทนี่หน้าเจื่อนลง “…”

“นายเป็นยิ่งกว่านั้น นายให้อะไรกับฉันมากจริงๆ ฉันตกใจนะที่รู้ว่าข้าวของทุกอย่างในหอพักที่ฉันอยู่นั่นน่ะนายเป็นคนจัดการ—”

“ถ้าจะพูดให้ถูก นั่นน่ะเงินเดือนเก่าของคุณตอนที่พ่อตามหาคุณ เขาเชื่อว่าคุณอาจยังไม่ตายหรือถ้าตายก็ต้องหาร่างคุณให้เจอ—”

“—แต่ของเก่าๆพวกนั้นหาไม่ได้แล้วนะ โทนี่ ในศตวรรษนี้น่ะ นายต้องใช้ทั้งเงินทั้งเวลากว่าจะได้แต่ละชิ้น แล้วเวลามองไปมันก็ทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมาบ้างและคิดว่าที่นี่คือบ้าน”

“…” มือเรียวเลื่อนไปปิดหนังสือในมือใหญ่ “ฝนตกแล้วกัปตัน”

“ห๊ะ?” สตีฟทำหน้างงๆ

สัมผัสเจือไอร้อนที่ปาดผ่านข้างแก้มทำให้เขารู้สึกตัวว่าน้ำตาไหล “Homesick ล่ะสิ” โทนี่พึมพำ

“คงงั้น”

“ให้ตายสิ ผมปลอบคนไม่เก่ง” โทนี่พูดขึ้น “แต่อย่าร้องเลยนะครับ”

“อืม”

“ตอนเด็กๆก่อนไปเรียนโรงเรียนประจำ แม่ผมเคยบอกว่า คนเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้ามีคนที่เรารักและรักเราอยู่ ไม่ว่ามันจะแย่แค่ไหนที่นั่นก็เป็นเหมือนบ้าน หาใครซักคนที่จะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้ตัวเองแล้วเราจะผ่านมันไปได้”

“…”

“คุณมีทั้งคุณคาร์เตอร์ บัคกี้—” มือเรียวเลื่อนมากุมมือใหญ่ไว้ “แล้วทุกคนในโรงเรียนก็รักคุณ แคป”

“…”

“…”

“ขอบใจ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ”

“ไม่นึกว่านายจะพูดอะไรแบบนี้เป็น”

“…ที่จริงที่พูดไปนี่ก็เขินๆอยู่นะ”

“นอนพักเถอะนายน่ะ พูดมาทั้งวันละ”

“แล้วคุณอะ?”

“เดี๋ยวเฝ้า”

“…”

“วันนี้ประชุมเสร็จแล้วก็ว่าง”

“ทำไมอะ”

“…นี่นิวเยียร์อีฟแล้วนะ”

“อ้าว จริงดิ?”

“นี่ไม่รู้อะไรเลยสินะ”

“แหงล่ะ”

“งั้นนอนไป เดี๋ยวเย็นๆจะปลุก”

“ครับบบ”

 

 

 

 

 

 

 

 

โทนี่ตื่นนอนแล้ว อาการไข้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยังคงเหลืออาการมึนหัวนิดหน่อย รอยยับข้างๆตัวเขา ไอเย็นของอากาศที่เข้ามาแทนที่ไออุ่นที่เคยอยู่ข้างๆบอกเขาว่าอีกคนลุกไปแล้ว…

เด็กหนุ่มยันตัวขึ้นนั่ง สายตาเหลือบไปเห็นโล่ของกัปตันอเมริกาวางพิงโต๊ะทำงาน หมายถึงอีกคนยังอยู่ในตึก เขาคงหลับไปนานทีเดียว “จาร์วิส?”

“สายัณห์สวัสดิ์ครับเจ้านาย ขณะนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มตรง อุณหภูมิด้านนอก 2 องศาครับ” จาร์วิสรายงานยาวไม่ปล่อยให้เขาขัดคอ

“แคปล่ะ?”

“กัปตันโรเจอร์สกำลังเตรียมอาหารอยู่ในห้องครัวครับเจ้านาย”

“อืม เปิดประตูซิ”

 

 

 

 

 

 

 

 

สตีฟลุกมาได้พักหนึ่งแล้ว เขากำลังคิดว่าจะทำอะไรให้คนป่วยเป็นมื้อค่ำดี จากที่ถามจาร์วิสว่ามีอะไรบ้างที่เจ้าตัวชอบและไม่ชอบ ก็รู้ว่าโทนี่ไม่ชอบผักยกเว้นผักในชีสเบอร์เกอร์ ซึ่งคนป่วยควรกินผัก… เมนูจบลงที่สเต็กแซลมอนคู่กับสลัดทูน่า ย่อยง่ายสำหรับคนป่วยและได้สารอาหารครบ

“ทำอะไรอะ” คนตัวเล็กกว่าเอาคางเกยไหล่กว้างของคนตัวสูงเพื่อจะชะโงกดูเตา คนที่ทำอาหารอยู่ถึงกับสะดุ้ง “มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แล้วนายดีขึ้นแล้วเหรอ”

“อือ ดีขึ้นแล้ว ไม่รู้ได้ยาดีหรือหมอดี” เสียงห้าวที่ยังแหบอยู่หน่อยๆพูดขึ้น

สตีฟเกลียดที่ตัวเองหน้าแดงได้ง่ายเหลือเกิน “อย่างแรกมั้ง”

เขาได้ยินคนข้างหลังหัวเราะหึหึ “หอม” ว่าแล้วก็สูดกลิ่นเข้าไปเต็มปอด ไม่รู้ตั้งใจจะสูดอะไรกันแน่ ไออุ่นจากร่างกายกับลมหายใจร้อนของอีกฝ่ายทำให้สตีฟยังไม่กล้าหันไปมองอีกคน กลัวว่าจะเป็นตากุ้งยิงเจอของดีเข้า

“นายไม่ได้โป๊ใช่มั้ย” สตีฟถามขึ้น โทนี่เงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อสตีฟก้มมองดูกระทะก็เห็นมือหนึ่งหยิบเฟรนช์ฟรายที่เขาพักไว้เข้าปาก

“ไม่อะ” แรงกดบนไหล่ของเขายังไม่หายไป “ก็ขี้เกียจเปิดตู้เลยเอาผ้าห่มห่อตัวมา แบบใครนะ— เชอร์ล็อค โฮล์มส์ในซีรี่ส์ที่ยัยแจนเคยบังคับให้ผมนั่งดูด้วยน่ะ”

“เชอร์ล็อค โฮล์มส์นี่มันเรื่องก่อนยุคของฉันอีกนะ” สตีฟว่า

“สมัยนี้เอามาทำซีรีส์เวอร์ชั่นในโลกปัจจุบันน่ะ รู้สึกเมื่อกี๊แจนส่งข้อความมาบอกว่าซีซั่น 4 ออกวันพรุ่งนี้มั้ง”

“แล้วนายก็ต้องมาดูเป็นเพื่อนเธอสินะ” สตีฟหัวเราะน้อยๆ

“แหงล่ะ ไม่งั้นก็คงบ้านแตก ที่ตลกคือเธอบอกว่าคนที่แสดงหน้าเหมือนสเตรนจ์ยังกับแกะ” โทนี่เองก็หัวเราะให้กับความแฟนเกิร์ลของเพื่อนสาวคนสนิท “เสร็จยัง”

“เหลือสลัดทูน่า” สตีฟหันไปบอกอีกคน เห็นเด็กหนุ่มหน้าหนวดทำหน้าประหลาดเมื่อได้ยินคำว่าสลัดแล้วก็หัวเราะใหญ่ “ทำไมทุกคนชอบยัดให้ผมกินผักอะ ไม่เข้าใจเลย”

“จะได้ไม่ป่วยเป็นอาทิตย์แบบนี้ไง” ร่างสูงย้อน

“โอ๊ย เจ็บอะ” คนตัวเล็กกว่าแกล้งกุมหัวใจตัวเองแล้วทำท่าโอเวอร์แอคติ้ง

“ไม่ช่วยหรอก” สตีฟหัวเราะ

“ใครบอกกัปตันอเมริกาเป็นคนใจดี ไม่จริงเลยซักกะนิด” โทนี่เดินหนีไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร

“นายไปได้ยินมาจากไหน ฮ่าๆ อันที่จริงถ้าเด็กดีฉันก็ชอบนะ”

“แล้วคุณชอบผมหรือเปล่า” โทนี่ถามทะลุปล้องขึ้นมา ทำเอาสตีฟไปไม่เป็น เขาเงียบไปครู่หนึ่ง “ไม่บอก”

“โห่ยยยยย ชอบผมก็บอก”

“งั้นไม่ต้องกินละ”

“ง่า คุณก็รู้ว่าผมล้อเล่น”

“หึหึ”

 

อาหารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะและรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน สตีฟเล่าให้โทนี่ฟังเรื่องที่ประชุมไปเมื่อเช้า รวมถึงเรื่องที่เพ็กกี้ชวนไปงานที่หน่วยชีลด์ จากนั้นคนตัวเล็กกว่าก็ชวนคุยเรื่องต่างๆ จนเมื่อรับประทานกันเสร็จสตีฟก็เป็นฝ่ายอาสาล้างจานให้ เขาไล่โทนี่ไปแต่งตัว และไม่ลืมสั่งให้กินยา (ได้ยินเสียงโทนี่บ่นดังๆ ‘จู้จี้ยังกับคนแก่’ เขาตะโกนกลับไปว่า ‘ก็เด็กกว่าพ่อนายแค่ปีนึง นายไม่รู้เหรอ’)

สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็มานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นด้วยกัน โทนี่ที่แต่งตัวแล้วยังไม่วายหอบผ้าห่มมาด้วย ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘มันอุ่นดี’ สตีฟก็ไม่ได้แย้งอะไร พวกเขาตัดสินใจดูหนังด้วยกัน โทนี่เสนอหนังไซไฟมาสองสามเรื่อง แล้วสตีฟก็เลือกดูสตาร์เทร็ค ตลอดเวลาที่หนังฉาย พวกเขาคุยกันตลอด บางครั้งก็วิจารณ์ตัวละคร บางครั้งสตีฟก็ถามนั่นนี่ด้วยความสงสัย โทนี่ก็ไม่ได้เกี่ยงอะไร ในบางทีที่สตีฟเพิ่งเข้าใจมุกเขาก็หัวเราะออกมาบ้าง อันที่จริงพวกเขานั่งอยู่ใกล้กันมาก แต่พวกเขาก็ยังคงยื่นหน้าไปใกล้ๆกัน กระซิบกระซาบราวกับยังมีคนอื่นๆอยู่ในห้อง เพราะอะไรทั้งคู่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน—

“อ้าว จบแล้ว” โทนี่ทักขึ้น

“เวลาผ่านไปเร็วเหมือนกันนะเนี่ย” สตีฟรำพึง “จะดูต่อมั้ย” เขาถามต่อ

“ไม่ดีกว่า อีกแค่ชั่วโมงกว่าๆก็จะปีใหม่แล้ว” โทนี่หันไปมองคนข้างๆ “ทำอะไรกันต่อดี”

“ฉันถ้าเป็นเวลาปกติก็ดื่ม” สตีฟพูดติดตลก “ถึงจะไม่เมาก็เถอะ”

“แย่นะ ส่วนของผม อยากดื่มเพื่อให้ลืมๆอะไรไป แล้วสุดท้ายก็พบว่าแอลกอฮอล์โดนเอาไปซ่อนไว้หมด”

“ฮ่าๆ แต่นายก็ไม่ควรดื่มมากนะ”

“ปกติแล้วคุณฉลองปีใหม่ยังไง”

“นายหมายถึงสมัยก่อนน่ะเหรอ”

“อาฮะ คงต้องงั้นแหละ เพราะโรงเรียนเราเพิ่งเปิดเมื่อต้นปีนี้ แล้วตอนปีใหม่คุณก็ยังพักฟื้นอยู่”

“ถ้าตอนแม่อยู่ก็ทำอะไรกินสองคนแม่ลูก พอแม่เสียแล้วก็ออกมาดูพลุวันปีใหม่คนเดียว บางทีก็ไปหาบัคกี้”

“…” โทนี่เงียบไป “ผมเองปกติแล้วก็จัดปาร์ตี้บ้าง แต่พอเริ่มจะเคาท์ดาวน์ ผมก็ปลีกตัวมาอยู่คนเดียวแทบจะทันที”

“กลายเป็นว่าพอจะเข้าปีใหม่แล้ว สุดท้ายก็เหมือนกับว่านายฉลองคนเดียวใช่มั้ย”

“ก็ประมาณนั้น”

“เหมือนกันเลยนะ โทนี่”

“…”

“วันนี้อนุญาตให้ดื่มได้สามแก้ว”

“…”

“โอเคมั้ย”

“… ฉลองด้วยกันมั้ย”

“…”

“ก็คุณบอกว่าคุณฉลองคนเดียวไม่ใช่เหรอ วันนี้โทนี่ สตาร์คจะพาเด็กชายโรเจอร์สไปดูพลุวันปีใหม่เอง”

“ลามปาม”

“แต่เรื่องพาไปดูพลุนี่เรื่องจริงนะ”

“…”

“…”

“โอเค”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้สตีฟและโทนี่ขึ้นมาบนดาดฟ้าของสตาร์คทาวเวอร์ ในมือทั้งคู่ถือแก้วไวน์ไว้ ไวน์แดงในมือโทนี่ถูกรินใส่แก้วทั้งสองใบ “เอาผ้าห่มมั้ย” โทนี่หัวเราะ พวกเขาใส่ชุดหนาๆก่อนออกมาข้างนอกแล้ว แต่ลมหนาวเดือนธันวาคมก็ยังพัดแรงอยู่ดี

“อันที่จริงก็ดีนะ” สตีฟเองก็หัวเราะตามเหมือนกัน ก่อนจะรับผ้าห่มอีกฝั่งมาห่อตัวให้อยู่ใต้ผืนผ้าห่มเดียวกันกับเจ้าของ “ปีนี้หนาวนะ” เขาว่า

โทนี่ยักไหล่ “ยังไม่หนาวเท่าปีก่อนๆหรอก”

“ทำไม มีฉันแล้วอุ่นขึ้นเหรอ”

“เดี๋ยวนี้หยอดมุกแบบหน้าตายเป็นแล้วเหรอ”

สตีฟไม่ตอบแต่ยกแก้วไวน์ขึ้น “เชียร์ส”

“เชียร์ส” เสียงแก้วไวน์กระทบกันดังขึ้น เจ้าของแก้วทั้งสองปล่อยให้ของเหลวสีแดงเข้มไหลลงคอไป

“อีกสิบนาทีก็ปีใหม่แล้วนะ” สตีฟพูดขึ้น

“อืม ไม่น่าเชื่อเลยว่าปีนี้ใกล้จะจบแล้ว”

“นายมีอะไรอยากจะขอในวันปีใหม่มั้ย”

“ไม่รู้สิ อันที่จริงก็ขอมาทุกปีจนไม่รู้จะขออะไรแล้ว” มือเรียวกระชับแก้วในมือพลางยกขึ้นจิบ

“แน่ใจเหรอ” นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองรอบๆ

“อันที่จริงก็พอจะมี”

“ขอสิ”

ได้ยินเสียงแว่วไกลๆจากงานเลี้ยงที่หน่วยชีลด์ว่าเหลือเวลาอีกห้านาที สตีฟเร่งอีกคน “เร็วเข้า”

โทนี่หัวเราะหึหึ “เรื่องแบบนี้เขาให้บอกกันที่ไหนเล่า”

“นายไม่ได้ถือเคล็ดอะไร แต่แค่ไม่อยากบอกฉันมากกว่า” สตีฟหันมามองหน้าโทนี่ ตอนนี้ไหล่ของพวกเขาเบียดกันแต่ไม่มีใครว่าอะไร “เดี๋ยวค่อยบอก” โทนี่ว่า

 

เหลืออีกสามนาที ไวน์ในแก้วหมดไปแล้ว โทนี่รินไวน์ในแก้วทั้งคู่ใหม่ สตีฟพูดขึ้นเมื่อมองท้องฟ้า “ตัวนายอุ่นดีนะ”

“นี่คุณขอให้ได้ผมไปนอนกอดหรือเปล่า” คนตัวเล็กกว่าพูดติดตลก

“นายคิวเยอะ ฉันรู้หรอก” เสียงทุ้มดูจะประชดประชันหน่อยๆ

“นี่แสดงว่าคุณขอจริงๆใช่มั้ย” สตีฟคิดว่าเสียงพร่านั้นดูจะใกล้เขามากขึ้น ด้วยความสงสัยเขาหันไปหาโทนี่

จมูกโด่งคลอเคลียกับลมหายใจอุ่นๆของคนตัวเล็กกว่า… บังเอิญอีกแล้วแฮะ

 

สองนาที

 

“ยังไม่ตอบผมเลยนะ” สตีฟรู้สึกเหมือนมีอะไรอุ่นๆพันรอบเอวเขานะ…

“…”

“แคป”

“…”

“สตีฟ?”

“นายหัดเรียกชื่อฉันตั้งแต่ตอนไหน”

“ก็ตอนนั้นแหละ”

 

หนึ่งนาที

 

“นี่ คุณ นาทีสุดท้ายแล้วนะ”

“…”

ดวงแก้วสีน้ำผึ้งจ้องมองนัยน์ตาสีฟ้าสดราวกับท้องฟ้ายามสดใส

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

 

สามสิบวินาที

 

“ผมดีใจนะ ที่วันนี้ได้ฉลองกับคุณ”

“…”

“โอเค อาจจะไม่ดีหน่อยๆที่ผมป่วย และคุณก็เป็นธุระดูแลผม”

“…”

“… แต่ผมรู้สึกขอบคุณคุณ จริงๆนะ”

 

10

“จำตอนที่เราทะเลาะกันในซีวิลวอร์ได้มั้ย”

“…”

 

9

“เราทะเลาะกันแทบตาย”

“…”

 

8

“ผมไม่นึกเลยว่าคุณจะไม่โกรธผม”

“…”

 

7

ประกายสีอำพันในแววตาไหววูบ “ขอบคุณนะครับ”

“…”

 

6

“…”

“โทนี่”

 

5

“ครับ?”

“…”

 

4

“…”

“ขออีกทีนะ”

 

 

3

“ห๊ะ?”

“ขอบคุณนะ”

 

2

“…”

“ฉันดีใจนะที่ได้เจอนาย” และอยู่เคียงข้างนายในวันสำคัญแบบนี้

 

1

“…”

“Happy New Year, Tony”

 

0

ไออุ่นบนริมฝีปากทำให้คนที่ฟังรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

ลมหายใจอุ่นเจือกลิ่นหอมหวานเป่ารดเหนือกลีบปาก

 

1

สัมผัสได้ถึงรสปร่าแปร่งของแอลกอฮอล์ที่ติดปลายลิ้นอีกฝ่าย ความแสบร้อนของมันแปรเปลี่ยนเป็นความหวาน

ความอบอุ่นก่อขึ้นในใจ

 

2

ร่างสองร่างแนบชิดกัน ริมฝีปากขยับเข้าหากันอย่างอ้อยอิ่ง

อากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นมาโดยกะทันหัน

หัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

 

3

ริมฝีปากผละออกจากกัน เหลือเพียงสายใยบางๆ ที่เชื่อมกันไว้

สามวินาทีแรกของปีใหม่เนิ่นนานทีเดียวในความรู้สึก

 

 

 

 

 

 

“ไม่อยากดูพลุแล้ว”

“ทำไม”

“คุณน่าสนใจกว่าเยอะ”

“…”

“อดบอกแฮปปี้นิวเยียร์ในวินาทีแรกของปีเลย”

“อยากช้าเอง”

“ก็คุณอยากจูบผมเอง”

“…”

“บอกแล้วไง ว่าเพื่อนกันเขาไม่จูบกัน”

“…”

“…ฮัลโหล คุณยังฟังที่ผมพูดอยู่มั้ย”

“…นายก็จูบตอบเหมือนกันแหละ”

“…”

“ทำเป็นพูด นายก็ดูชอบนี่”

“…อืม ยังสกิลเด็กอนุบาลอยู่นะ”

“…”

“รับสมัครคนสอนหรือเปล่า”

“…”

“Let’s get a room, Cap”

“Hate you”

“Awww I love you, too”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk: เลทอีกแล้ว *เดินเข้ามาอัพแบบมึนๆแล้วจากไป*

 

 

อีกเรื่องที่อยากบ่นคือมันจูบกันมาสองเรื่องแล้วยังไม่ได้ขอเป็นแฟนเป็นเรื่องเป็นราว *facepalm*

 

 

 

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

[Avengers AU: Avengers Academy] Woof! (Tony x Steve)

Title: Woof!
Genre: Fluff (Maybe…not?)
Rate: Teen And up audiences (PG-13)(?) [Writer: Not sure about that (…)]
Relationships: Tony Stark/Steve Rogers, James Buchanan “Bucky” Barnes/Natasha Romanoff

Note: เป็นการลงฟิคที่โคตรเลท… และเนื้อเรื่องไม่เคยสัมพันธ์กับชื่อเรื่อง ฟฟฟฟฟฟฟ

เรื่องนี้เป็นตอนต่อของ [Avengers AU: Avengers Academy] Hello Halloween! (Tony x Steve)

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

 

 

“เจ้านายครับ สายเข้าจากคุณบาร์นส์ครับ”

“อืม รับซิ”

 

(เกราะแดง)

“ว่ามากรัมปี้แรคคูน”

(ลงมาข้างล่างหน่อย มาที่สวนที)

“ไม่ว่าง”

(มาช่วยหน่อย)

“ไม่”

(ถ้าฉันบอกว่าเรื่องสตีฟล่ะ)

“… เมื่อกี๊นายบอกว่านายอยู่ไหนนะ”

 

 

 

เด็กหนุ่มสองคนยืนมองหมาป่าตัวโตที่อยู่ในชุดเครื่องแบบคุ้นตาคาบฟริสบี้วิ่งวนไปมา

คงจะดีกว่านี้ล่ะนะ ถ้าไม่ใช่ว่าหมาป่าตัวนั้น แท้จริงแล้วคือกัปตันอเมริกา..

“เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ยบัค” โทนี่ สตาร์ค -เจ้าของชุดเกราะเหล็กไอรอนแมน- กระพริบตาปริบๆมองหมาป่— กัปตันหนุ่มในชุดหมาป่า

“ฉันก็ไม่รู้ สตีฟเอาชุดมาใส่ ฉันก็เลยถามว่าเอาฟริสบี้มาเป็นพร็อบมั้ย แล้วไอ้แสบนั่นก็เป็นงี้ไปแล้ว”

บัคกี้ บาร์นส์ -วินเทอร์โซลเยอร์- เล่าเรื่องคร่าวๆให้โทนี่ฟัง ก็เพราะด้วยช่วงเดือนนี้ทางโรงเรียนอเวนเจอร์สอคาเดมี่มีอีเว้นท์วันฮาโลวีนเพื่อต่อสู้กับเหล่าวายร้าย ซึ่งชุดแคปหมาป่าของกัปตันอเมริกาเป็นชุดที่โทนี่ทำไว้ให้เจ้าตัวใส่วันฮาโลวีน -ซึ่งก็คือวันนี้นี่แหละ-

“นายทำอะไรกับชุดนั่นไว้มั่งเนี่ยโทนี่” บัคกี้ถามกลับ

“อะไรล่ะ สองสามวันก่อนที่แคปมาลองยังโอเคอยู่เลยนี่” โทนี่แย้ง “ฉันไม่ทำอะไรประหลาดๆกับชุดนั้นหรอกน่า”

“ก็แหม” เจ้าของแขนเหล็กเกาหัว “นายก็ออกจะทำอะไรประหลาดๆอยู่แล้วนี่”

“นั่นมันวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์น่ะเข้าใจมั้ย”

“เอาเป็นว่านายยอมรับแล้วสินะ”

โทนี่กลอกตา “บ้าอะไรล่ะ ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น”

“แล้วมันเพราะอะไรล่ะ” บัคกี้ทอดสายตาไปยังกัปตันอเมริกาที่บัดนี้นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นหญ้า “แล้วยิ่งกว่านั้นคือใครเป็นคนทำ”

เจ้าของเกราะแดงว่า “ไม่รู้แฮะ ถ้าในโรงเรียนเราอาจจะเป็นพวกมีเวทย์มนตร์ก็—”

พวกสายเวทย์ก็มีแต่เอนชานเทรสกับโลกินี่.. แต่คนที่ผ่านแล็ปมากที่สุดคือโลกิ

อีกฝ่ายเลิกคิ้ว “หืม?”

“ฉันว่าฉันนึกออกละ” ว่าแล้วก็วิ่งหายไป ทิ้งให้คู่เพื่อนซี้ –หนึ่งคนปกติ อีกคนเป็นบ้า(?)- อยู่กันตามลำพัง

“อ่าว อะไรของเขาวะเนี่ย— เฮ้ย! สตีฟ อย่าไปกัดดอกไม้เพ็กเล่นสิ!”

 

 

 

เจ้าของสตาร์คทาวเวอร์ยืนกอดอกมองเพื่อนร่วมสถาบันที่ขึ้นมาทำภารกิจของตนบนดาดฟ้าตึก

“โลกิ”

เด็กหนุ่มอีกคนหยุดภารกิจชั่วครู่ “มีอะไรรึ มนุษย์เกราะ”

โทนี่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่อีกฝ่าย “นายทำอะไรกับชุดนั้น”

“อะไรของเจ้า ข้าไม่เห็นจะรู้เรื่อง” โลกิแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ซึ่งโทนี่รู้ว่าหมอนี่แค่แกล้งทำ

“นายก็รู้ว่าฉันพูดถึงอะไร” โทนี่ว่า แอบคิดในใจว่าไอ้พวกเทพพวกนี้นี่ทำไมชอบเล่นตัวจังวะ

อีกฝ่ายหันกลับมามองเขาพลางทำหน้าจิตๆแบบที่ตนทำประจำเวลาใช้เล่ห์กล “แหม เจ้าก็รู้ว่าข้าชอบแกล้งคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย แถมกัปตันอเมริกาก็ดันยอมรับข้อเสนอข้าเองว่าจะแต่งชุดในเทศกาลฮาโลวีนของมิดการ์ดอะไรนี่อยู่แล้ว ถ้าข้าจะเล่นกลอะไรซักหน่อยเพิ่มความสนุกก็ไม่เห็นจะแปลกนี่”

โทนี่คิดว่าเขากลอกตาจนตาจะเขแล้วตอนนี้ “แต่นั่นมันไม่ได้อยู่ในข้อตกลงซักหน่อย ไม่แฟร์นี่”

“แล้วโดยปกติเจ้าเคยทำอะไรแล้วไม่ใช้เล่ห์กลบ้างรึ” เทพหนุ่มย้อน

“อุก เจ็บนะนี่”

โลกิหัวเราะหึๆ “มนตร์บนชุดนั้นจะทำให้เขาควบคุมตัวเองได้น้อยลง และจะแสดงพฤติกรรมออกมาตามลักษณะของชุดที่เขาแต่ง พูดง่ายๆว่าแต่งเป็นอะไรเขาก็เป็นอย่างนั้น ถึงแม้จะถอดชุดแล้วก็ยังไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม และข้ารู้ว่าเจ้าจะถามว่าอะไร ไม่มีทางแก้ เอาเป็นว่าภายในพรุ่งนี้ หรืออาจจะอีกสองสามวันเขาจะกลับมาปกติ”

โทนี่ที่เตรียมจะอ้าปากถามแทรกก็ได้แต่ทำปากพะงาบๆ ทำหน้ามึนเหมือนปลาทองฮุบอากาศ

นี่ มัน อะ ไร วะ เนี่ย ????

 

แหม เห็นคนที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะงงแล้วมันตลกจริงๆ #โลกิไม่ได้กล่าว

 

มองหน้ากันอยู่ชั่วครู่ แล้วโทนี่ก็กลับเข้ามานั่งในแล็ปของตนดังเดิมอย่างใช้ความคิด

 

แล้วเดทคืนนี้จะทำไงดีเนี่ย ?

 

 

 

 

 

คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วเด็กหนุ่มหน้าหนวดก็หลับผล็อยฟุบอยู่บนโต๊ะ

 

 

 

ทำไมมันเปียกๆที่แก้ม ?

ทำไมกลิ่นดินกลิ่นหญ้าถึงอยู่ในตึก ?

แล้วทำไมลมที่เป่ามามันถึงอุ่นๆ ?

แม้จะง่วงงุนแต่ความสงสัยมีมากกว่า โทนี่ สตาร์คปรือตาพลางเงยหน้าขึ้น

“เฮ้ย!” หมาป่าตัวเบ้อเริ่มเอาคางเกยโต๊ะอยู่ตรงหน้าเขา เด็กหนุ่มตกใจสะดุ้งจนตกเก้าอี้โครม

“อั่ก! โอ๊ยยย” โทนี่ร้องโอดโอย

“งี้ดด โทนี่” สตีฟ โรเจอร์สที่ก่อนหน้านี้อยู่ฟากตรงข้ามรีบกระโดดขึ้นมานั่งบนโต๊ะเพื่อดูอีกฝ่าย “นายโอเคมั้ย”

โทนี่แหว “คุณคิดว่าผมโอเคเหรอ หลังผมจะหักมั้ยเนี่ย” เขายันตัวขึ้น “คุณเลียหน้าผมเหรอ” ว่าพลางมองดูอีกฝ่ายเต็มๆตา ตอนนี้สตีฟในชุดหมาป่าดูตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

“งื่ออ” สตีฟครางตอบเบาๆ เอียงคอมอง “มือปลุกไม่ได้” ว่าพลางชูเท้าหน้าที่เปื้อนดินให้ดู

โทนี่ยิ้มจางๆแบบที่ไม่เคยเป็น มือเรียวลูบขนสีน้ำตาลเบาๆอย่างที่ทำกับสุนัขทั่วไป หมาป่า(จำเป็น)หลับตาพริ้ม “นายมีนัด”

“รับทราบครับกัปตัน” ว่าทีเล่นทีจริงแล้วโทนี่ก็ผละไปใส่ชุดที่ตัวเองทำไว้

ฮาโลวีนปีนี้เขาเลือกที่จะทำชุดจากอะไรที่ใช้แล้วก็ทิ้ง ชุดไอรอนแมนจากกล่องกระดาษ เพราะเขาเคยบ่นว่าเก็บแล้วก็ไม่ได้ใช้ต่อ สุดท้ายก็ไปซุกอยู่มุมแล็ปให้เพ็ปเปอร์บ่น (The Wasp –แจน เจเน็ท แวน ไดย์น- เจ้าแม่แฟชั่นและงานตกแต่งที่หูดีนรกได้ยินแล้วก็ตอกกลับมาว่า ‘นายก็หัดใช้บริการตู้เก็บของในแล็ปซะมั่งสิยะ’)

ตอนนี้นอกจากชุดจากกล่องที่เขาใส่แล้วก็มีแต่เสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่เขาใส่ประจำและเกราะมือขวากับที่เท้าทั้งสองอย่างที่เคย ระหว่างที่ใส่ชุดอยู่ สตีฟมองไปรอบตัวๆอย่างสนอกสนใจ เพราะเจ้าตัวก็ไม่ค่อยได้เข้ามาที่นี่ เจ้าตัวไม่ได้ว่าอะไรมากนัก โทนี่เข้าใจว่าเป็นหมาป่าก็คงจะร้องหรือหอนมากกว่า –เพราะถ้าไม่ได้หูแว่วไปเอง อันที่จริงตอนที่หลับไปเขาก็เหมือนจะได้ยินเสียงหมาหอนเหมือนกัน…- แต่ในบางครั้งที่สตีฟรู้สึกตัวก็จะพูดได้บ้างเป็นประโยคสั้นๆ -ซึ่งนั่นก็นับว่าค่อยยังชั่ว- บางทีอาจจะเล่นซนไปนิด เป็นมุมที่ไม่ได้เห็นเป็นปกติ แต่เขาคิดว่านั่นก็น่ารักดีนะ….

“ได้เวลาไปเดทแล้วกัปตัน” โทนี่ว่ายิ้มๆ “ลงมาเถอะ”

“งี้ด” สตีฟกระโดดลงมาจากโต๊ะ แล้วคว้ามือโทนี่ไว้

อีกคนไม่ได้ว่าอะไร แล้วก็พาสตีฟออกมาที่ดาดฟ้าตึก

“เกาะแน่นๆล่ะ”

เมื่ออีกฝ่ายเกาะเขาไว้แล้ว เจ้าของชุดเกราะก็รวบตัวกัปตันหนุ่ม ทะยานสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังงานเทศกาลฮาโลวีนในแมนฮัตตัน

 

 

 

“แหม มาเหมือนคนปกติไม่ได้หรือไงโทนี่” นาตาชา โรมานอฟฟ์ -สปายสาวโค้ดเนม แบล็ค วิโดว์- ที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีแดงสกรีนลาย ‘นี่คือชุดฮาโลวีนของฉัน’ ทักขึ้นเมื่อเห็นทั้งคู่ลงมาจากท้องฟ้า “กลัวสาวๆไม่รู้เหรอว่านายคือใคร”

“เธอไม่น่าถามเลยแนท แล้วอีกอย่างนะ ให้ไปขึ้นซับเวย์ตอนนี้คงจะบันเทิงน่าดู” เสียงโทนี่พูดกลั้วหัวเราะ “ว่ามั้ยล่ะแคป”

หูแหลมๆนั้นลู่ลง “เงียบไปเลย”

เจ้าตัวออกอาการงอนจนโทนี่ต้องรีบง้อ “โถ่อย่างอนสิ เดี๋ยวเลี้ยงขนมนะ— บัคนายหัวเราะอะไร” โทนี่หันไปทำตาขวางใส่บัคกี้ที่อยู่ในชุดธรรมดา (แค่มีแขนเหล็กนี่ก็น่าจะฮาโลวีนพอแล้วมั้ง ก็คนปกติเค้าไม่มีกันหรอก– บัคกี้บอก)

บัคกี้ไหวไหล่ “เปล๊า ไปเดินเที่ยวกันเถอะ” ทิ้งระเบิดไว้แล้วก็จับมือนาตาชา –ซึ่งบัคกี้น่าจะเป็นคนเดียวที่แตะเนื้อต้องตัวเธอแล้วไม่โดนยิง Widow’s Bites ใส่- เดินนำไปทางจุดชมขบวนพาเหรด ปล่อยให้อีกสองคนเดินตามหลังไป

ทุกคนเดินเที่ยวชมงานเทศกาลฮาโลวีนกันอย่างสนุกสนาน ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ถ้าไม่นับบางครั้งที่สตีฟตื่นคน –แหงล่ะ คนเยอะขนาดนี้- จนงานใกล้จะเลิก ทุกคนก็ได้ของกินเล็กๆน้อยติดมือมานั่งกินและพักเหนื่อยในสวนสาธารณะ

“สตีฟ อย่าไปเล่นไกลนักนะ” บัคกี้เตือน สตีฟไม่ได้ว่าอะไร เขาทำท่าทีเหมือนสนใจนิดหน่อยแล้วก็เล่นกับของเล่นที่นาตาชาเตรียมมาเผื่อ (ถึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่บางทีก็ต้องมีแผนสำรองบ้าง– เธอกล่าว) สามคนที่เหลือนั่งกินไป คุยกันไปเรื่องสัพเพเหระ สักพักหนึ่งทุกคนก็ได้ยินเสียงหอนดังแว่วมาไกลๆ

โทนี่นึกขึ้นได้ “เฮ้ เราลืมแคปไปเลย” ทุกคนมองไปรอบๆ ก็ไม่เจอแม้แต่เงา “ฉันว่าเราควรรีบหาแคปละ” นาตาชาว่า

“งั้นแยกกันไปมั้ยล่ะ สวนนี้ก็กว้างอยู่นะ” บัคกี้เสนอ ทุกคนตกลงจึงแยกย้ายไป

 

 

 

โทนี่วิ่งหาสตีฟได้สักพักแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววของอีกคนเลย

“แคป แคป! คุณอยู่ไหน!” เขาวิ่งไปพลางร้องเรียกอีกคนไปจนเหนื่อย “เจ สแกนหาที”

ปัญญาประดิษฐ์หนุ่มตอบรับ “ครับเจ้านาย” ครู่หนึ่งจึงตอบกลับมา “กัปตันโรเจอร์สอยู่ใกล้ๆกับสระน้ำใหญ่ครับ”

“โอเค พาฉันไป”

“As your wish, sir.”

 

 

 

เกราะขาพาเจ้าของของมันแลนด์ดิ้งลงข้างๆสระน้ำใหญ่ เขารีบร้องเรียกอีกคนอย่างร้อนรน “กัปตัน!”

“โทนี่! งี้ดดด” โทนี่หันไปตามเสียง เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสระน้ำพยายามตะเกียกตะกาย แต่แล้วก็จมลงไป

“สตีฟ!” เขาไม่รอช้าสลัดชุดเกราะแล้วรีบกระโดดลงไปช่วยทันที

“งืออ โทนี่ โทนี่!” สตีฟพุ่งตัวขึ้นมาอีก พยายามร้องเรียกก่อนทำท่าจะจมลงไปอีกครั้ง คราวนี้โทนี่พุ่งเข้าไปช่วยไว้ไม่ให้จมลงอีกได้ทันก่อนจะพาอีกคนขึ้นมาบนฝั่ง

 

ทั้งคู่อยู่บนพื้นหญ้า เปียกไปทั้งตัว โทนี่กอดสตีฟที่นอนตักเขาอยู่ไว้พลางเรียกอีกคน “เฮ้ สตีฟ สตีฟ คุณโอเคมั้ย” มือเรียวถอดหัวหมาป่าของชุดออก สตีฟปรือตาขึ้นมอง “ฮื่อ โทนี่?”

“ทำไมคุณถึงลงไปในสระแบบนั้น รู้มั้ยว่ามันตราย” เขาโกรธจนตัวสั่นแล้วตอนนี้

“อือ ของเล่น” สตีฟมองโทนี่ตาปริบๆ แล้วชี้ของเล่นที่ลอยไปกลางสระ “ของแนท”

“ให้ตายเถอะ สตีฟ! ขนบนชุดคุณมันอมน้ำแล้วผมจะทำยังไงถ้าคุณเป็นอะไร ผม— ทุกคนเป็นห่วงคุณจะแย่ไม่เห็นเหรอ!” โทนี่ขึ้นเสียงดัง

“งี้ดด อย่าดุสิ” คนในอ้อมกอดกำชายเสื้อยืดของคนตัวเล็กกว่าแล้วกระตุกเบาๆ ดวงแก้วสีฟ้าคลอน้ำเลี้ยงวาววาม “ขอโทษ”

โทนี่ เมื่อเห็นสายตาของอีกคน ก็นิ่งไป “อืม ผมก็ขอโทษ” ว่าพลางปาดหยาดน้ำบนใบหน้าของอีกฝ่ายออก “กลับบ้านกันนะ?”

อีกคนไม่ว่าอะไร นอกจากพยักหน้า ปล่อยให้เจ้าของเกราะเหล็กพาตนกลับไปยังโรงเรียน

 

 

 

 

 

“แคป คุณต้องอาบน้ำ”

“ไม่เอาอ่า”

“ไม่แคป คุณป่วยเป็นนะ มาให้ผมถอดชุดเดี๋ยวนี้เลย”

 

ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่สตาร์คทาวเวอร์ และก็เพราะพวกเขาตัวเปียกกันทั้งคู่นี่ล่ะจึงเป็นเหตุผลให้พวกเขาควรรีบอาบน้ำให้เร็วที่สุด แต่ก็เพราะอีกคนหนึ่งที่ไม่เป็นปกตินี่ล่ะ -อย่างน้อยก็ช่วงนี้ล่ะนะ- ที่ทำให้เรื่องง่ายๆกลายเป็นเรื่องยาก…

“มานี่เลยแคป มาอาบน้ำเลยนะ”

“ไม่เอา! ไม่อาบ!”

กว่าโทนี่จะลากสตีฟเข้ามาในห้องน้ำได้ก็ใช้เวลาพักใหญ่ โดนตะกุยไปก็หลายแผล นานจนเสื้อยืดที่ใส่อยู่ดูจะแห้งไปแล้ว เหลืออีกคนนี่แหละที่ยังไม่มีเสื้อผ้าอะไรแห้งหรือหลุดออกจากตัวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

แล้วตอนนี้ร่างใหญ่นั้นก็ลงไปนั่งจุมปุ๊กอยู่กับพื้นห้องน้ำเรียบร้อย…

 

นี่เขาเลี้ยงมนุษย์หมาป่าหรือเลี้ยงเด็ก…วะ?

 

โทนี่เท้าเอวมอง “แคป”

อีกคนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ไม่ดื้อสิ”

“ไม่อยากอาบ”

“ถ้าอยู่กับผมคุณต้องอาบ”

นิ่ง

โทนี่หย่อนตัวคุกเข่าลงตรงหน้า

“อาบน้ำกันนะครับ สตีฟ”

เรียกชื่อแล้วเหมือนจะได้ผลแฮะ..

“อาบให้ได้มั้ย” แน่ะ เอียงคอมองอีก อย่าจ้องได้มะ เดี๋ยวคนหล่อตาย..

“อือ อาบด้วยกัน โอเคมั้ย”

“อือ ถอดให้หน่อย”

“ให้ผมถอดให้จริงดิ?” เรียวคิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้น

สตีฟแค่พยักหน้า

โทนี่ไม่ได้ว่าอะไรอีก เขาถอดชุดหมาป่าที่อีกคนใส่อยู่ออกให้ ในใจพยายามไม่นึกอะไรเกินเลย

แหม่ คนเราก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนมั้ยล่ะ..

กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาพอสมควร พยายามที่จะไม่มองอะไรๆของอีกฝ่าย…

(… คิดอะไรกันอยู่ ผมหมายถึงกล้ามอกมั้ยล่ะ– โทนี่)

“เสร็จแล้ว” โทนี่บอกแล้วก็ลุกขึ้นพาไปที่อ่างอาบน้ำที่จาร์วิสเตรียมไว้ ร่างสูงลุกขึ้นเดินตามอีกคนไป

“ลงไปได้เลย” สตีฟทำตามที่ว่า แล้วจู่ๆก็ดึงเจ้าของตึกให้ลงมากับนั่งเขาด้วย—

“เฮ้ย!”

เพราะความลื่น และด้วยแรงดึงของซูเปอร์โซลเยอร์ทำให้คนตัวเล็กกว่าถลาลงไปในอ่างอาบน้ำอย่างช่วยไม่ได้…

ร่างที่อยู่ในอ่างนั้นกลายเป็นเบาะรองรับตัวเขาไปโดยปริยาย ใบหน้าฟุบเข้ากับแผ่นอกกว้างอย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อโทนี่เงยหน้าขึ้นมา ก็กลายเป็นว่าเขาทั้งคู่อยู่ในระยะประชิด จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

แล้วท่าทางตอนนี้ก็ล่อแหลมสุดๆ ตอนนี้เขาคร่อมอยู่บนตักของคนตัวสูงโดยที่อีกฝ่ายไม่มีเสื้อผ้าอะไรติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว…

อืม…เยี่ยม

 

“เปียกหมดแล้ว” โทนี่พูดขึ้น

“อาบด้วยกัน”

“อื้ม”

โทนี่ยันตัวขึ้นจากตักอีกคนมานั่งพิงอีกฝั่ง เขาถอดเสื้อออก

สตีฟที่นั่งอยู่อีกฟาก ก็กระตุกขากางเกงอีกฝ่าย

“หืม?”

“ช่วย” แล้วก็เอื้อมมือมาจะกระตุกเชือกกางเกงออก

“มะ ไม่ต้องแคป ผมถอดเองได้น่า” โอเค หน้าคงไม่ได้แดงหรอกนะ

ใจเย็นโทนี่ แคปแค่ไม่ค่อยรู้ตัว นะโม นะโม…

“ไม่รู้แหละ” จะห้ามก็คงไม่ทัน สตีฟดึงกางเกงเขาลงแล้วเรียบร้อย

“ซนแล้วนะแคป”

“หึหึ” คนตัวใหญ่หัวเราะในลำคอ

 

ทั้งคู่อาบน้ำด้วยกัน อ่างอาบน้ำดูเล็กไปถนัดตาเมื่อเด็กผู้ชายตัวโตๆสองคนอยู่ในนั้น –โอเค โทนี่อาจจะตัวเล็กกว่านิดหน่อย- น้ำอุ่นๆทำให้ทั้งคู่รู้สึกผ่อนคลายจากเรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน อันที่จริงแล้วนี่นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขาอาบน้ำด้วยกัน แม้จะแปลกๆหน่อยตรงที่ว่าทั้งคู่ดูจะไม่ขัดเขินเท่าไรนัก เพราะต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าผู้ชายทั้งคู่ ไม่เห็นมีอะไรน่าอาย และตอนนี้ก็เหนื่อยพอที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้ โทนี่จัดแจงอาบน้ำให้สตีฟหลังจากที่วันนี้เล่นซนมาทั้งวัน คลุกดินคลุกหญ้าบ้าง ปีนนั่นปีนนี่ เขาเองก็อาบน้ำไปพร้อมๆกับสตีฟที่คอยแกล้งแหย่เขาเล่นบ้าง ทุกสิ่งน่าจะเป็นไปได้สวย—

 

โทนี่ที่ตอนนี้คุกเข่าประจันหน้ากับสตีฟที่พิงกับขอบอ่างอยู่เอ่ยขึ้น

“สระผมนะ”

“อือ”

แชมพูสระผมกลิ่นเย็นๆอยู่ในฝ่ามือของโทนี่ มือเรียวขยี้แล้วพร้อมจะโปะลงบนเรือนผมสีทอง—

“อยู่นิ่งๆ”

“เบื่อแล้วอ่ะ”

“ไม่ได้ สระผมก่อน”

“นายก็ต้องสระ” แล้วก็คว้าขวดแชมพูมาเทใส่ฝ่ามือบ้าง

“เร็วหน่อย ผมไม่ได้นั่งแบบคุณ คุกเข่าบนพื้นแบบนี้มันเจ็บนะ”

สตีฟพยักหน้า “อือ พร้อมกัน” แล้วทั้งคู่ก็แปะมือบนเรือนผมของกันและกัน ต่างฝ่ายต่างก็สระผมให้กัน จนกระทั่ง—

“โอ๊ยเข้าตาอะแคป” โทนี่ว่า หลับตาปี๋พลางควานหาผ้าเช็ดมาฟองบนหน้า

“นี่” อีกคนหยิบผ้ามาชุบน้ำแล้วยื่นไป “นั่งลงดีๆสิ”

คนตัวเล็กกว่าทำตามอย่างว่าง่าย

ผ้าชุบน้ำในมือใหญ่เกลี่ยเช็ดฟองออกให้อย่างเบามือ เบาแม้โทนี่เองก็ยังประหลาดใจ

สัมผัสของผ้าหายไปแล้ว ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ

“ก้มหน้ามา” สตีฟว่า รองน้ำใส่อุ้งมือแล้วรั้งอีกคนมาใกล้ๆ “ล้างตานะ” โทนี่ทำตาม

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็เห็นคนตรงหน้าเอียงคอมอง อมยิ้มน้อยๆอย่างชอบใจ “หายยัง?”

โทนี่ยิ้ม “หายแล้ว”

เจ้าตัวเพิ่งสังเกตว่าตัวเองอยู่ใกล้อีกฝ่ายมากแค่ไหน ก็ตอนที่สัมผัสได้ถึงลมอุ่นๆแถวริมฝีปาก..

เดี๋ยวนะ…ทำไมใกล้กันอีกแล้ว

คนตัวเล็กพูดขึ้นมาแก้เขิน “เอ้อ ล้างผมกันได้แล้วมั้ง” อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ

 

โอเค รอดไป..

 

 

 

ตอนนี้พวกเขาอยู่กันคนละฟากห้องนอน ในมือโทนี่มีชุดเสื้อผ้าของคนตัวสูง เขาแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่อีกคนที่ยืนจังก้าในชุดวันเกิด…ล้อเล่น ยังพอจะมีผ้าขนหนูที่พันรอบเอวสอบนั้นอยู่ แต่ก็หมิ่นเหม่จะหลุดลงมาเพราะการวิ่งไล่จับเมื่อครู่

“แคป คุณควรใส่เสื้อผ้า”

“ไม่”

หลังจากอาบน้ำเสร็จโทนี่ก็พบข้อความจากชุด Iron Widow ของนาตาชา เธอฝากให้เขาดูแลสตีฟคืนนี้ด้วยเพราะทั้งเธอและบัคกี้มีภารกิจด่วน…

มีอะไรน่าดีใจไปกว่านี้มั้ยเนี่ย?

“อย่างน้อยคุณควรใส่กางเกง—”

“ไม่เอา ไม่ใส่”

“คุณนอนเตียงเดียวกับผมคุณต้องใส่”

“อึดอัด”

“คุณไม่มีหางงอกมาซักหน่อย อย่างน้อยมาใส่กางเกงเร็ว”

“…”

คนตัวเล็กย่างสามขุมเข้าไปใกล้ๆ คนตัวใหญ่ถอยกรูดไปชิดผนังห้อง

ท่อนแขนแข็งแรงทาบกำแพงกักตัวอีกฝ่ายไว้ มุมปากนักประดิษฐ์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ เสียงพร่ากระซิบถามอย่างลองเชิง

“คุณไม่ใส่อะไรเลยแบบนี้ ไม่กลัวว่าผมจะอดใจไม่ไหว ทำอะไรๆคุณมั่งเหรอ”

ดวงแก้วสีฟ้าหลุกหลิก ราวกับกำลังชั่งใจ

“…”

นัยน์ตาสีน้ำผึ้งหรี่มองคนตัวใหญ่อีกครั้ง ในตอนนี้โทนี่คิดว่าเหมือนเห็นคนตรงหน้าหูตกหางลู่(?)

“…”

“ก็ได้”

ในที่สุดเจ้าหมาน้อย(?)ตัวแสบก็ยอมใส่เสื้อผ้า โอเคก็แค่กางเกงแหละ แต่ยังดีที่ใส่ ทั้งคู่ขึ้นไปบนเตียงใหญ่ ไฟทุกดวงในห้องถูกปิดลง โทนี่นั่งพิงหัวเตียงเรียกจอโฮโลแกรมมาเช็คดูอะไรนิดๆหน่อยๆอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่ตัก เงยหน้าขึ้นมาก็เจออีกคนนอนตักเขาอยู่

“แคป คุณยังไม่ง่วงอีกเหรอ”

นัยน์ตาสีฟ้าสวยสะท้อนแสงไฟจากอาร์ครีแอคเตอร์บนอกเขา “รอนาย”

โทนี่เลิกคิ้ว “รอผมเหรอ? ผมไม่ง่วงเท่าไหร่หรอก คุณนอนพักก่อนเถอะ”

ปากอิ่มยื่นอย่างขัดใจ “ไม่ จาร์วิส”

ปัญญาประดิษฐ์ที่เฝ้าดูอยู่ตลอดตอบรับ “ยินดีรับใช้ครับกัปตันโรเจอร์ส”

“ปิดที” ไม่ทันที่โทนี่จะแย้งหน้าจอโฮโลแกรมทั้งหลายที่เขาเปิดขึ้นมาก็หายวับไป

“จาร์วิสสสส นี่ใครเป็นเจ้านายแกกันแน่ห๊ะ” คนตัวเล็กว่าอย่างหัวเสีย

“ไม่ต้องห่วงครับเจ้านาย ผมเซฟข้อมูลที่คุณเปิดไว้เมื่อครู่เรียบร้อย และผมอยากจะขอเรียนเพิ่มเติมว่าตอนนี้คุณไม่ได้พักผ่อนมานานเกิน 48 ชั่วโมงแล้วครับ”

สตีฟเบิกตา นัยน์ตาเจือแววไม่พอใจ “นายทำไมไม่นอน”

“ผมแค่ไม่ง่วงแคป”

“ไม่ นายต้องนอน”

“ทำไมล่ะ เป็นห่วงผมมากเหรอ”

“เออ”

“…”

“…”

“อีกทีได้ป่ะ”

“นายได้ยินแล้ว”

“อีกรอบนะ?”

“…”

“สตีฟ?”

“…เป็นห่วงนาย พอใจยัง”

“น่ารัก” นี่เขาชมผู้ชายด้วยกันว่าน่ารักเหรอ…?

“เงียบไปเลย”

“หึหึ”

“อะไร!”

“เปล๊า นอนเลยมั้ย”

“อือ”

สตีฟกลับไปนอนอย่างเดิม ส่วนโทนี่เองก็ไถลตัวลงมานอนเช่นกัน เขานอนมองเพดานห้องอยู่อย่างนั้น หันดูนาฬิกาข้างเตียงก็พบว่าปาเขาไปตีหนึ่งแล้ว ควรหลับจริงๆเสียที แต่ไม่ทันจะหลับตาก็ถูกอีกคนบนเตียงรวบไปกอด แผ่นอกกว้างแนบชิดกับท่อนแขนของโทนี่ ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดข้างแก้ม

“แคป?” โทนี่ที่กำลังงงๆถามขึ้น

“หืม?”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“…”

“…”

“ขอบคุณนะ”

“เรื่อง?”

“วันนี้”

“ก็คุณเคยบอกว่าเราเพื่อนกันไง เพื่อนกันก็ต้องช่วยกันดิ”

“…”

“หรือจะเอาบอยเฟรนด์?”

“…” สตีฟไม่ตอบ

“เขินเหรอ กิ้วๆ”

“หลงตัวเองอะ เบื่อนายแล้ว”

“จริงอ้ะ”

“… ล้อเล่น”

“เดี๋ยวนี้หัดล้อเล่นแล้วเหรอ”

“วันนี้นายแปลกๆ”

“ยังไงครับ”

“นายนิ่งกว่าปกติอะ”

“เหรอ..?”

“อือ”

“ผมแค่เป็นห่วงคุณ”

“…”

“…”

“…”

“เฮ้นี่ ผมซีเรียสนะ”

“…ขอบใจ”

“ขออะไรอย่างหนึ่งดิ”

“อะไร”

โทนี่หันไปหาสตีฟ

ใกล้อีกแล้ว…คราวนี้ใกล้กว่าเดิมอีก

“อะไรอะ จูบเหรอ”

“ไม่ๆ”

“…”

“…”

ตึกตัก…ตึกตัก…

“คือ ผมลืมแล้วอะ”

“แก่แล้วไงถึงลืม”

“คุณแก่กว่าผมป้ะล่ะ”

“…ใจเต้นแรงจังนะ”

“คุณนี่หูดีนรกจริงๆ”

“ปากมอม”

“ก็เช็ดดิ”

“…”

“ด้วยปากก็ดีนะ”

“ทะลึ่ง”

“ผมรู้ว่าคุณชอบ แล้วถ้าให้เดา ซึ่งไม่เคยพลาด คุณกำลังหน้าแด— อุ๊บ”

— ริมฝีปากที่กำลังพูดพร่ำถูกปิดด้วยริมฝีปากอิ่มของร่างสูง สัมผัสนุ่มหยุ่นบนริมฝีปากทำให้คนตัวเล็กเผลอไผล ก่อนไออุ่นจากสัมผัสจะเลือนหายไป—

“…คุณ?”

เจ้าของผมบลอนด์ทองเลิกคิ้ว “หืม?”

“จูบผมเหรอ”

“ไม่พอเหรอ อีกทีมั้ย” เหมือนโทนี่จะเห็นอีกคนยิ้มมุมปากอยู่นะ

โอย เกิดอะไรขึ้นกับคนดีศรีอเมริกาครับเนี่ย

“…”

“…”

“ที่จริง อีกรอบก็ดีนะ”

“ฉันล้อเล่น— อื้อ”

—ริมฝีปากบางทาบทับเรียวปากอิ่มอีกครั้ง แต่คราวนี้รุกล้ำมากกว่าเดิม โทนี่กลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมส์ สัมผัสผะแผ่วแต่หวามไหวทำให้สตีฟส่งเสียงในลำคออย่างช่วยไม่ได้ เรียวลิ้นแตะกลีบปากนิ่มของคนอายุมากกว่า ก่อนจะรุกล้ำเข้าไปในโพรงปาก ปลายลิ้นแตะกับอีกคนอย่างหยั่งเชิง คนมากประสบการณ์กว่ากระตุกยิ้มเมื่อคนตัวใหญ่จูบตอบอย่างเก้ๆกังๆ แล้วจึงชิมความหวานในโพรงปากร้อน—

“ฮะ.. อืม”

—สตีฟเริ่มหายใจไม่ทัน มือใหญ่ขยุ้มอกเสื้อของอีกฝ่าย มือเรียวของเด็กหนุ่มนักประดิษฐ์เกลี่ยเรือนผมสีทองแผ่วเบา ฟันคมขบริมฝีปากล่างจนเจ่อแดง แล้วจึงผละออกมาช้าๆ

“ฮื่อ..” คนตัวใหญ่ที่กำลังหลับตาอยู่หอบเบาๆจากการจูบเมื่อครู่

นิ้วกร้านของโทนี่แตะกลีบปากแดงนั้นเบาๆ “อ้าว เหนื่อยแล้วเหรอครับกัปตัน” เขาพูดติดตลก

“เงียบไปเลยนะ!” โทนี่รู้สึกเหมือนเห็นลูกหมาตัวเล็กๆกำลังขู่คนแปลกหน้า เอาเป็นว่าตั้งแต่จูบเมื่อกี๊จนถึงตอนนี้ถ้าอีกคนข่วนเขานี่คงได้เพิ่มอีกหลายแผล

“ดุผมเหรอ อีกทีดีมั้ย”

ใบหน้าซุกลงกับหมอน “ไอ้เด็กบ้า พอแล้ว” เสียงนั้นตอบกลับมาอู้อี้

โทนี่กลั้นยิ้มไม่อยู่ โธ่เอ๊ย นี่มันลูกแมวต่างหาก “หันหน้ามาสิครับ”

สตีฟหันหน้ากลับมาช้าๆ “…อะไร?”

หน้าผากของทั้งคู่แนบกัน ทำให้สายตาประสานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

มือเรียววางทาบบนแผ่นอกเปลือยเปล่า “ใจเราเต้นแรงเหมือนกันเลย”

…ฉ่า…

ถ้าไม่ได้คิดไปเองสตีฟคิดว่าเขาได้ยินเสียงแบบนั้นจริงๆ

เหมือนมีใครเอากระทะมานาบบนหน้า ใบหน้าหล่อเหลาเห่อแดง

แล้วเขาก็คิดว่าอีกคนก็คงจะรู้แน่ๆ เพราะแสงเรื่อๆที่ลอดผ่านเสื้อยืดของโทนี่ออกมาก็ถือว่าสว่างทีเดียว

เหมือนจะรู้ว่าสตีฟคิดอะไร “นอนมั้ย” โทนี่ถามขึ้นมาเบาๆ

“อืม”

“กอดมั้ย”

“ก็ได้”

จมูกโด่งซุกกับไหล่เสื้อยืดที่อีกคนใส่

“แสงจะแยงตานะ”

“พูดมาก”

“ผมพูดจริง”

“…ไม่หรอก”

“…”

“แสงนี้ทำให้ฉันได้เจอนาย”

“…”

“…ไม่ใช่เหรอ…?”

“จริงของคุณ”

“นายคือเพื่อน ตื่นมาตอนแรกฉันคิดว่าจะไม่มีใครแล้ว” สตีฟหมายถึงตอนที่เขาตื่นมาในโลกปัจจุบันใหม่ๆ

“ผมก็ดีใจนะที่เจอคุณ”

“…อือ”

“ว่าแต่…”

“…”

“เพื่อนกัน เขาไม่จูบกันหรอกนะครับ”

คนที่เขากอดอยู่ต้องยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่แน่ๆ สตีฟคิด

“…”

“ฮ้าวว ผมง่วงแล้ว นอนดีกว่า”

“…”

โทนี่ นายจะทำอะไรก็ได้ แต่นายจะทิ้งระเบิดไว้แบบนี้ไม่ได้!

จนเมื่อสตีฟมั่นใจแล้วว่าโทนี่หลับไปแล้วจริงๆ เขาเงยหน้ามอง ใบหน้าของโทนี่ยามหลับดูสงบ และดูดีไปอีกแบบ

เด็กคนนี้ถอดแบบพ่อมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว แต่ก็มีบางส่วนที่สตีฟคิดว่าโทนี่ได้มาจากมาเรีย -หมายถึงดูจากรูปเธอน่ะนะ กว่าสองคนนั้นจะเจอกันเขาก็โดนแช่แข็งไปหลายสิบปีแล้ว- แพขนตาที่ถือว่ายาวจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นของเด็กผู้ชาย โครงหน้าที่เขาเพิ่งจะได้สังเกตใกล้ๆวันนี้ ไรเคราเบาบางที่เจ้าตัวปล่อยไว้ไม่ดูแลจากการโหมงานหนัก

เรื่องงานนี่ เขาล่ะเชื่อเด็กคนนี้เลยจริงๆ บ้างานเหมือนฮาเวิร์ดไม่มีผิด

สตีฟคิดว่าควรเลิกคิดแล้วนอนจริงๆเสียที “ฝันดี โทนี่” เขาพึมพำ และผล็อยหลับไป

“…”

ดวงแก้วสีน้ำผึ้งปรือขึ้นมาหนึ่งข้าง

ได้ยินอะไรดีๆแล้วสิ

 

“ฝันดีครับ กัปตัน”

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น โทนี่สาละวนอยู่ในครัว ปกติแล้วเขาไม่ค่อยทำอาหารเช้าเอง แต่วันนี้เขาต้องทำเองเพราะเพ็ปเปอร์ที่มักจะมาช่วยเตรียมให้ต้องไปเยี่ยมนักเรียนใหม่ที่จะเข้ามาเป็นนักเรียนโรงเรียนอเวนเจอร์สอคาเดมี่ ได้ยินว่าเป็นนักเวทย์แถมจบด็อกเตอร์ตั้งแต่อายุสิบสี่ รู้สึกว่าชื่อสเตรนจ์—

ตอนนี้เขาคิดว่าทอดไข่ แฮม ขนมปัง กาแฟ แค่นั้นก็น่าจะพอ

จนเขาเตรียมอาหารเช้าเสร็จก็เหลือบไปเห็นหมาน้อยตัวโต(?) ยืนพิงประตูห้องครัวอยู่ โทนี่ร้องทักหยอกๆ

“แปดโมงแล้ว ดูเหมือนจะได้เวลาอาหารเช้าของคุณแล้วนะ”

อันที่จริงสตีฟตื่นหลังโทนี่ครู่เดียว แต่เขามัวแต่นอนคิดถึงเรื่องเมื่อคืนจนเกือบแปดโมง เขาเดินเข้ามา “ฉันช่วยอะไรมั้ย”

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ” โทนี่บุ้ยไปทางโต๊ะอาหาร

“ของเล่นบนโต๊ะนี่…” กำลังจะหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้สตีฟก็ทักขึ้น

“อ้อ กลัวคุณยังไม่หาย โลกิบอกว่าภายในวันนี้หรืออีกซักสองสามวัน” โทนี่ตามมานั่งลงตรงข้าม

“…” สตีฟมองหน้าโทนี่ “ฉันว่าฉันกลับมาเป็นเหมือนเดิมละ”

สีหน้าของโทนี่ดูเจื่อนไปในเสี้ยววินาทีหนึ่งแต่แล้วก็กลับมาเป็นปกติ “อ้อ ก็ดีแล้วนี่” เขาคิดว่าอีกคนคงไม่ได้สังเกต แต่หารู้ไม่ว่าทุกอย่างนั้นอยู่ในสายตาสตีฟตลอด ทั้งคู่ลงมือกินอาหารเช้าด้วยกัน “จาร์วิส มีอะไรใหม่ๆบ้าง” โทนี่พูดขึ้นขณะกำลังเคี้ยวหมูแฮม

“คุณมีข้อความส่วนตัว 12 ข้อความ 119 ข้อความในกรุ๊ปแชท และอีเมล์ใหม่จากผอ.ฟิวรี่ครับ” A.I. อัจฉริยะตอบ

“เปิดเมล์ซิ” โทนี่หยิบแท็บเล็ตขึ้นมา

เมื่ออ่านอีเมล์จบ โทนี่ก็เงยหน้ามองสตีฟที่กำลังก้มหน้าก้มตากิน ไม่ได้ปริปากอะไร

“แนทคงบอกเรื่องนี้ ฟิวรี่ให้คุณหยุดสามวัน เขาบอกว่าแม้จะหายแล้วก็เถอะ ให้คุณพักผ่อน” เขาพูดเปรยๆ

เอาเป็นว่าตอนนี้เหมือนเขามองเห็นใบหูสุนัขสีเดียวกับผมของคนร่วมโต๊ะอาหารตั้งขึ้น

“นายอ่านผิดหรือเปล่า ฟิวรี่ไม่เคยให้หยุดเกินวันเดียวหรอกนะ”

“จริงๆ” โทนี่ว่า พลางยื่นแท็บเล็ตไปให้อีกคนอ่านดู สตีฟเมื่ออ่านจบแล้วก็ยื่นคืนมาเงียบๆ

“แปลกๆนะ” สตีฟว่า

“ช่างเถอะ ดีแล้วล่ะ”

“อืม ฉันว่าเรากินต่อดีกว่า”

“วันนี้อาบน้ำด้วยกันอีกมั้ย ผมจะโกนหนวดให้—”

“หึ ไม่มีทางอะ”

“โหย ใจร้ายอ้ะ”

“อยากมีรอยโล่ฟาดบนหน้านายมั้ย กินไป”

“ค้าบบบบบ”

 

 

 

 

 

 

 

แถม

 

บัคกี้และนาตาชารีบเดินเข้ามาในสตาร์คทาวเวอร์หลังจากจบภารกิจ เด็กหนุ่มถามปัญญาประดิษฐ์ “สองคนนั้นอยู่ไหน เจ?”

“เจ้านายกับกัปตันโรเจอร์สอยู่ในห้องนอนครับคุณบาร์นส์ ทั้งคู่ยังไม่ตื่นเลยครับ”

ทั้งคู่ดูจะประหลาดใจหน่อยๆ “ฉันขึ้นไปได้ใช่มั้ย” นาตาชาถามขึ้น แต่ขาเธอก้าวฉับๆไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากพ่อบ้านประจำตึก “… ครับคุณโรมานอฟฟ์ รบกวนคุณใช้เสียงเบาด้วยนะครับ”

“เธอจะเข้าไปจริงดิ?” บัคกี้ถามขึ้นหลังจากหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนเจ้าของตึก สีหน้าเขาดูไม่แน่ใจนักว่าที่ทำอยู่จะเป็นการดี

“จาร์วิสยังเห็นดีด้วยเลยบัค” นาตาชายิ้ม “เปิดทีจาร์วิส”

“For you, Ma’am, Anything”

ประตูห้องนอนเปิดออก ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องเงียบๆ จนเข้าใกล้เตียงนอน

นาตาชาอุทานเบาๆ “…โอ๊ะโอ” มุมปากยกขึ้นข้างหนึ่งอย่างชอบใจ “เจอของดีแล้วสิ นอนกอดกันกลมเชียว”

เธอหันไปอีกที ก็เห็นบัคกี้เก็บอะไรใส่กระเป๋ากางเกงแล้ว…

 

แหม่ เรื่องแกล้งเพื่อนตัวเองนี่ไวจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Avengers Academy (45)

2016/11/1

JB 06:16 A.M.

JB ได้ส่งรูปภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“บัค! นายได้รูปนั้นมาได้ยังไง! แล้วทำไมฉันถึงมีหูหมาอยู่บนหัวห๊ะ! มานี่เลยไอ้เบื๊อก!”

“สุภาพหน่อยสตีฟ!”

 

 

 

 

 

Talk: You savage, Steve *โดนโล่ฟาด*

บางคนอาจจะคิดว่ากัปตันเราพูดไม่เพราะอย่างแรง แต่จริงๆแล้วคำว่าไอ้แสบกับไอ้เบื๊อกที่คู่สตัคกี้เค้าว่ากันเนี่ยเอามาจากซับหนังแคปภาคหนึ่ง *facepalm*

โทนี่ทำไมโคตรละมุน #หลุดคาร์แร็คเตอร์แรง

 

ปล. เค้าแต่งฉากเลิฟซีนไม่เก่ง…

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

[Captain America: Civil War] Cracks of My Broken Heart (Tony x Steve)

Title: Cracks of My Broken Heart
Genre: Angst
Rate: General Audiences (มั้งนะ…)
Relationships: Tony Stark/Steve Rogers
Timeline: Captain America: Civil War
Note: มึนมาก หลุดไปไกลมากและมันต้องออกมาประหลาดแน่ๆ เพราะเป็นงานแรกๆหลังจากที่ไม่ได้แต่งฟิคหรืออะไรมาหลายปีแล้ว OTL แต่งเศร้าๆไม่เป็นหรอก แต่ว่าวันนี้ไปเปิดเพลงฟัง แล้วเจอเพลงนี้ ‘Cracks of My Broken Heart’ เข้าไป ชวนให้นึกถึงซีวิลวอร์ -ซึ่งมันเจ็บปวดอ่ะแง- ยิ่งตอนสำคัญที่เป็นจุดจบของซีนต่อสู้ครั้งสุดท้าย อาร์ครีแอคเตอร์ที่แตกเป็นเสี่ยงๆ กับโล่ที่ถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี จำดีเทลซีนนี้ไม่ค่อยได้แล้วเพราะดูแค่รอบเดียวแถมแอบปิดตาเป็นระยะอีกต่างหาก ถถถถถ ซื้อแผ่นมาแล้วแต่ยังทำใจดูอีกรอบไม่ไหว…

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

 

 

โทนี่ สตาร์คในชุดเกราะเหล็กนอนนิ่งอยู่บนพื้นคอนกรีต ดวงหน้าประดับด้วยรอยช้ำ

‘ผมขอโทษโทนี่ แต่เขาเป็นเพื่อนผม’

เปลือกตาบวมช้ำหลับลงช้าๆ แค่นยิ้มสมเพชให้ตัวเอง

‘ผมก็เคยเป็นเพื่อนคุณ’

มือในเกราะเหล็กเลื่อนมาแตะบนอาร์ครีแอคเตอร์ — ที่ไม่ได้ถูกฝังอยู่ในอก

แม้อย่างนั้นแล้ว ทำไมมันเจ็บปวดแบบนี้นะ?

ดวงตาสีฟ้าที่สุกสกาวเหมือนดาวบนฟ้าคู่นั้นเปลี่ยนไป

 

 

 

. . .
เขากลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ กัปตันอเมริกาคร่อมอยู่เหนือร่างของไอรอนแมน

มือคู่นั้นเงื้อโล่ขึ้นเหนือหัว

ดังสายฟ้าฟาดลงที่กลางใจ—

‘เพล้ง’

—โล่ปักลงที่กลางอก

ต่างฝ่ายต่างหอบหายใจ

คนด้านบนดึงโล่ออก

อาร์ครีแอคเตอร์แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

 

 

อีกฝ่ายลุกไปแล้ว

‘โล่นั่นพ่อผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมา คุณไม่คู่ควรกับมัน’

และ ไม่รู้อะไรทำให้พูดไปแบบนั้น

สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ

 

‘เคร้ง’

 

โล่ที่พ่อทำให้คนคนนั้น ถูกทิ้งอย่างไม่ไยดี
พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนสองคนที่ค่อยๆเลือนหายไป

 

 

 

หัวใจของไอรอนแมนก็คืออาร์ครีแอคเตอร์ ใครสักคนกล่าวไว้

ใครต่อใครอาจจะไม่รู้ มันเปรียบเหมือนหัวใจของเจ้าของชุดเกราะเช่นกัน

แม้ตอนนี้มันจะไม่ได้ฝังอยู่ในอกเจ้าของก็เถอะ

แต่ตอนนี้

หัวใจของแอนโทนี่ เอ็ดเวิร์ด สตาร์ค สลายไปพร้อมกับหัวใจของไอรอนแมน

 

 

 

 

 

 

 

โทนี่ไม่รู้จะทำหน้าแบบไหนดีให้กับความรู้สึกที่ตัวเองมีเมื่อได้เห็นจดหมาย จ่าหน้าว่าจากสตีฟ โรเจอร์ส
ถึงตอนนี้ความรู้สึกมันก็ยังคงเดิม

รัก

เวรเอ้ย โง่จริงๆเลย

พลิกดูโทรศัพท์กิ๊กก๊อกในมือ สลับกับจดหมายที่ได้รับ
‘เมื่อไหร่ที่คุณต้องการผม ขอให้โทรมา’

รอยยิ้มจางๆผุดขึ้น

ให้ตายเถอะ

ผมโทรหาคุณทุกวันเลยได้ไหมล่ะ

อย่า อย่าส่งมาแต่จดหมาย

มารับผิดชอบหัวใจดวงนี้ที่คุณทำแตกไปด้วย สตีฟ

 

 

 

Talk: จบไม่ลง ไม่รู้จะจบยังไง OTL บ้าบอมาก แม่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง คือคิดไม่ออกแล้ว 5555555 อยากแต่งไง แต่จู่ๆนึกไงไม่รู้ลุกขึ้นมาแต่ง

ปล. 1. รักป๋ามากๆ
2. รักสตีฟม๊ากมากเหมือนกัน
3. แต่รักป๋ามากกว่ากระจึ๋งนึง
4. บัคกี้คนดีย์ไม่ต้องเสียใจ เค้าก็รักคนดีย์นะ *ยื่นกระสอบลูกพลัมให้*

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

[Avengers AU: Avengers Academy] Hello Halloween! (Tony x Steve)

Title: Hello Halloween!
Genre: Fluff, Chat Fic
Rate: General audiences
Relationships: Tony Stark/Steve Rogers, James Buchanan “Bucky” Barnes/Natasha Romanoff (mentioned)

Note: มีตอนต่อนะค้าบ [Avengers AU: Avengers Academy] Woof! (Tony x Steve)

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

2016/10/25

You know who I am 1:03 PM
ไงแคป ฮัลโลวีนนี้คุณจะแต่งตัวเป็นอะไรล่ะ

Capt. S. Rogers 1:05 PM
ฉันยังไม่รู้เลย แต่เห็นโลกิแต่งเป็นธอร์แหละ

You know who I am 1:07 PM
มีความเกย์สูงมาก ผมล่ะงงจริงๆเลยพี่ชายเจ้านั่นน่ะไม่รู้รึไงว่าน้องชายหลงรัก—– หยุดเลยแคป ผมรู้ว่าคุณอยากเอามืออุดปากผมเต็มแก่ แต่ผมไม่ไหวหรอกนะ ก็มือคุณเค็มอ้ะ

Capt. S. Rogers 1:05PM
สุภาพหน่อย นั่นเพื่อนเรานะ แล้วก็ เอิ่ม… ก็จริงอย่างที่นายว่าแหละ

You know who I am 1:07 PM
เรื่องไหนล่ะแคป เรื่องมือคุณเค็มอ่ะนะ

Capt. S. Rogers 1:08 PM
ให้ตายเถอะโทนี่ ฉันหมายถึงโลกิ เขาเป็นพวกปากแข็งน่ะ

You know who I am 1:08 PM
โอ๊ยยย คนนึงก็ซึน อีกคนก็ซื่อบื้อ น่าเบื่อชะมัด

Capt. S. Rogers 1:10 PM
เอ่อ… ซึน? มันหมายความว่าไงเหรอ

You know who I am 1:10 PM
คุณก็ลองกูเกิ้ลดูสิ

Capt. S. Rogers 1:11 PM
… ต้องให้เตือนความจำนายมั้ยว่าฉันใช้อะไรพวกนั้นไม่เป็น…?

You know who I am 1:12 PM
อ่อ แรงค์คุณยังไม่ถึงสินะ ผอ.ฟิวรี่ถึงยังไม่ให้เรียนคอมพิวเตอร์ แต่คุณก็แชทกับผมได้นี่ อีกอย่างนะ โทรศัพท์มันก็กูเกิ้ลได้ละน่า

Capt. S. Rogers 1:13 PM
เออ.. ก็นั่นแหละ

You know who I am 1:13 PM
เฮ้ๆ นี่คุยกับผมแล้วคุณอารมณ์เสียเหรอ?

Capt. S. Rogers 1:13 PM
ฉันเปล่า

You know who I am 1:14 PM
อ๊ะอา ผมเอาจาร์วิสลูกรักของผมลงไปในสตาร์คโฟนที่ผมให้คุณแล้วนี่ คุณอยากรู้อะไรก็ถามจาร์วิสเลยสิ

Capt. S. Rogers 1:17 PM
โอ้ โทนี่ แปบนึงนะ

You know who I am 1:17 PM
อาฮะ แต่เฮ้แคป เอาจริงๆนะ นี่ผมชักเมื่อยแล้วเนี่ย คุณหยุดซ้อมซักวันไม่ได้รึไง มาคุยกับผมดีๆสิ

Capt. S. Rogers 1:25 PM
โทษทีโทนี่ เมื่อกี๊โลกิมาหา

You know who I am 1:27 PM
อ่อ แหม ผมไม่ได้อยากรู้เลยนะว่าทำไม

Capt. S. Rogers 1:28 PM
ท้าฉันเรื่องแต่งตัววันฮาโลวีนน่ะ

You know who I am 1:28 PM
เออแฮะ ตอนแรกเราคุยเรื่องนี้กันอยู่ไม่ใช่อ่อ

Capt. S. Rogers 1:29 PM
อ่า นั่นสิ

You know who I am 1:29 PM
แล้วคุณว่าไงล่ะ ให้ตายเถอะคุณอยู่ไหนเนี่ย ผมจะบินไปหาคุณเดี๋ยวนี้เลย

Capt. S. Rogers 1:30 PM
ฉันว่าฉันคงต้องคิดจริงจังแล้วล่ะ แล้วก็นะ…ฉันไม่บอกหรอกว่าอยู่ไหน

You know who I am 1:30 PM
โอยยยยย ผมเมื่อยมือขวาแล้วเนี่ย

Capt. S. Rogers 1:30 PM
เจาะจงเรื่องมือขวาจังนะ

You know who I am 1:30 PM
หึหึหึ

Capt. S. Rogers 1:30 PM
หัวเราะอะไรของนาย

You know who I am 1:31 PM
เปล๊า ว่าแต่ผมเคยค้นเจอพวกแฟนอาร์ตคุณที่แฟนคลับคุณกับผมวาดล่ะ มันมีรูปที่คุณเป็นโกลเด้นไม่ก็หมาป่าในชุดกัปตันอเมริกาด้วยล่ะ

Capt. S. Rogers 1:32 PM
จริงเหรอ ว่าแต่ไอ้คำว่าแฟนคลับฉันกับนายนี่คืออะไรเนี่ย

You know who I am 1:34 PM
จำตอนนั้นได้มั้ยล่ะที่ผมบอกว่ามีพวก เอิ่ม.. พวกรูปหรืออะไรทำนองนี้ ของผมกับคุณ แบบว่าแฟนๆก็ชอบที่จะเห็นเราสองคนอยู่ด้วยกันไรเงี้ย

Capt. S. Rogers 1:35 PM
จำได้ เอิ่ม… ไม่อยากนึกเลยว่าฉันในนั้นจะเป็นยังไง

You know who I am 1:35 PM
ตอนนี้คุณต้องคิดตามที่ผมบอก แล้วหน้าแดงหูแดงกำลังจะคว้าโล่ไปฟัดกับหุ่นยนต์แน่ๆ

Capt. S. Rogers 1:39 PM
รู้ดีนักนะ นายจะไปรู้ได้ไง เฮ้ย อย่าบอกนะว่านายให้จาร์วิสส่องฉัน

You know who I am 1:39 PM
เอ้ยแคปคุณใจเย็น แล้วอย่าเพิ่งเอาโล่เฉาะโทรศัพท์นะ แหม.. ก็คุณน่ะนะ

Capt. S. Rogers 1:40 PM
ฉันทำไม

You know who I am 1:43 PM
คุณออกจะขาวปานนี้ แถมตอนนั้นที่คุณเถียงกับผมช่วงซีวิลวอร์คุณก็โมโหผมหน้าดำหน้าแดงขนาดนั้น คนอะไรไม่รู้หน้าแดงง่ายชะมัด ผมว่าแค่นี้ถ้าผมไม่รู้นี่ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว แต่อันที่จริงไอ้เรื่องไม่รู้นี่คงเป็นไปไม่ได้อ่ะ ก็แบบว่าคนมันอัจฉริยะอ่ะนะ

Capt. S. Rogers 1:44 PM
นายนี่มันหลงตัวเองเหมือนฮาเวิร์ดไม่มีผิด

You know who I am 1:44 PM
นินทากันซึ่งๆหน้าเลยนี่แคป

Capt. S. Rogers 1:45 PM
เปล่านินทาเลยโทนี่ นี่ตั้งใจให้รู้เลย

You know who I am 1:46 PM
เจ็บเปือดดดดด ระวังพ่อผมตามไปหักคอคุณนะ

Capt. S. Rogers 1:46 PM
หึหึหึ กลัวตายล่ะ

You know who I am 1:47 PM
เดี๋ยวนี้พัฒนาสกิลนี่คุณ ว่าแต่คุณไม่ซ้อมหรือไง

Capt. S. Rogers 1:48 PM
เปล่า มานั่งเล่นที่อเวนเจอร์สพาร์คกับบัคกี้

You know who I am 1:49 PM
หมอนั่นไม่ว่าเหรอให้คุณมานั่งแชทกับกิ๊กเนี่ย

Capt. S. Rogers 1:50 PM
อะไรโทนี่ ฉันกับบัคเป็นเพื่อนกัน นายจะเป็นกิ๊กฉันได้ไง แล้วพูดให้ดีๆนะ ใครไปกิ๊กกับนายมิทราบ

You know who I am 1:50 PM
เอ้า ก็ตัวติดกันซะขนาดนั้น

Capt. S. Rogers 1:51 PM
ทำไมล่ะ เพื่อนกันนี่ไปไหนมาไหนด้วยกันไม่ได้เหรอ

You know who I am 1:51 PM
อันที่จริงก็ถูกนะ แต่หมอนั่นแต่งเพลงให้คุณด้วยไม่ใช่เรอะ

Capt. S. Rogers 1:53 PM
นายนี่ทำไมชอบคิดอะไรอกุศลแบบนี้นะ ไม่มีอะไรในกอไผ่ อีกอย่างนะ นายไม่รู้เหรอเรื่องแนทกับบัค

You know who I am 1:53 PM
เรื่องอะไรอ้ะ

Capt. S. Rogers 1:53 PM
โอเค งั้นไม่บอกละ

You know who I am 1:54 PM
โธ่แคป แต่ เฮ้ เดี๋ยวนะ?

Capt. S. Rogers 1:54 PM
อะไรโทนี่

You know who I am 1:55 PM
งั้นผมก็มีโอกาสสินะ

Capt. S. Rogers 1:55 PM
โอกาสอะไรของนาย

You know who I am 1:55 PM
เปล๊า

Capt. S. Rogers 1:56 PM
โทนี่

You know who I am 1:56 PM
จ๋า

Capt. S. Rogers 1:57 PM
นายเป็นอะไรของนาย เอ้อ เมื่อกี๊เล่าให้บัคฟังเรื่องที่นายบอกเรื่องแคปหมาป่าอะไรนั่นล่ะ แล้วบัคก็บอกว่าเคยเห็นแล้ว

You know who I am 1:58 PM
ก็คุณก็รู้ว่าหมอนั่นชอบมาขลุกอยู่ในแลปผมที่ตึก แล้วหมอนั่นก็ขอให้ผมช่วยสอนอะไรเรื่องอินเตอร์เน็ตบ้าง ก็นั่นแหละ หมอนั่นลองเสิร์ชชื่อคุณแล้วก็ค้นไปเจอน่ะ

Capt. S. Rogers 1:59 PM
อ้อ แต่นี่ บัคกี้ไม่ได้ชื่อหมอนั่นซักหน่อย เมื่อไหร่นายจะเรียกบัคกี้ว่าบัคกี้ซักทีเนี่ย

You know who I am 2:00 PM
ปกติก็เรียกนะ แต่นี่เอือมอยู่ บอกแล้วว่าอย่าจับโทรศัพท์แรง ไม่ฟังแล้วยังเอานิ้วเหล็กไปจิ้มโทรศัพท์แรงๆอีก บอกแล้วว่าเดี๋ยวเป็นรอย จิ้มแรงเดี๋ยวจอแตก เป็นไงล่ะ ผมก็เพิ่งซ่อมเสร็จแล้วให้จาร์วิสเช็คให้อยู่เนี่ย

Capt. S. Rogers 2:00 PM
นั่นบัคกี้ล่ะ ฉันว่าโชคดีแล้วนะที่บัคไม่ได้ทำมันขาดเป็นสองท่อนน่ะ ฮ่าๆ ฉันว่่าฉันจะแต่งเป็นไอ้นั่นแหละ

You know who I am 2:01 PM
แคปหมาป่าอ่ะนะ

Capt. S. Rogers 2:02 PM
อืม ว่าแต่นายเถอะโทนี่

You know who I am 2:02 PM
ทำไมอ้ะ

Capt. S. Rogers 2:03 PM
จะแต่งตัวเป็นอะไร

You know who I am 2:04 PM
คิดแล้ว ทำอยู่ แต่ใช้เทปหมดไปสองสามม้วนแล้วเนี่ย

Capt. S. Rogers 2:05 PM
นั่นทำอะไรของนาย นายคงไม่ได้จะแต่งเป็นมัมมี่หรอกนะ ใช่มั้ย

You know who I am 2:06 PM
เอิ่ม ไม่ไหวมั้ง แล้วงี้ผมจะไปเดินเที่ยวในเมืองกับคุณยังไง อึดอัดจะตายชัก ผมทำชุดไอรอนแมนกล่องอยู่

Capt. S. Rogers 2:08 PM
นั่นไม่เดินลำบากกว่ารึไง คือหมายถึงว่า แบบ…กล่องมันไม่เทอะทะไปหน่อยเหรอ

You know who I am 2:09 PM
เทียบกับมาร์ควันแล้วไอ้นี่สบายกว่าเยอะ แล้วก็นะ ผมเดินลำบากแต่ผมก็มีคุณไปด้วยนี่ อีกอย่างนะเดินๆเที่ยวไปในนิวยอร์คแล้วไม่มีใครรู้ด้วยว่าผมเป็นใคร แหม บางทีผมก็อยากจะไปเดทกับคุณแบบไม่มีใครจำได้มั่งนะนี่

Capt. S. Rogers 2:12 PM
นายพูดเหมือนฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็กงั้นล่ะ

Capt. S. Rogers 2:13 PM
แต่เดี๋ยวนะ เดท? กับฉัน? เดทอะไรของนาย

You know who I am 2:13 PM
หึหึหึ คุณเขินก็บอกมาเถอะ ฮ่าๆ

Capt. S. Rogers 2:15 PM
บ้าน่า ใครที่ไหนเค้าไปเดทกันวันฮาโลวีน

You know who I am 2:16 PM
ผมกับคุณไง

Capt. S. Rogers 2:16 PM
เสียอารมณ์หมดเลยแบบนั้นน่ะ

You know who I am 2:17 PM
ไม่เหมือนใครดีออก

Capt. S. Rogers 2:18 PM
นายนี่ไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย

You know who I am 2:18 PM
ไม่ดีเหรอ ที่ผมให้คุณแบบที่ไม่เหมือนคนอื่นน่ะ

Capt. S. Rogers 2:20 PM
ก็ดี.. มั้งนะ?

You know who I am 2:20 PM
โอเค แบบนี้หมายความว่าคุณยอมรับว่าคุณจะไปเดทกับผมแล้วสินะ

Capt. S. Rogers 2:21 PM
… โทนี่

You know who I am 2:21 PM
จ๋าจ้ะ

Capt. S. Rogers 2:21 PM
ตกลงคือนายคิดว่าไปนี่คือไปเดทสินะ

You know who I am 2:22 PM
เยป

Capt. S. Rogers 2:24 PM
เฮ้อ ฉันไม่เก็ทมุกนายทุกทีเลย คนที่เป็นอัจฉริยะนี่ต้องคุยไม่รู้เรื่องหมดทุกคนหรือไง ไม่คุยด้วยแล้ว

You know who I am 2:25 PM
ใจร้ายอ้ะ ทำไมเวลาผมจริงจังคุณต้องขัดผมด้วย แล้วผมไม่ได้เล่นมุกนะ คุณไม่เห็นจำเป็นต้องบอกว่าเข้าใจหรือไม่เข้าใจมุกนั้นเลยแคป

Capt. S. Rogers 2:25 PM
จริงจังที่จะแกล้งฉันน่ะสิ แล้วไอ้นั่นน่ะเลิกเอามาล้อซักที ไงก็เถอะ ฉันกับบัคจะไปหาเพ็กแล้ว

You know who I am 2:26 PM
เดี๋ยวดิ แคปหมาป่าใช่ป่าว เดี๋ยวออกแบบให้ เย็นนี้มาลองชุดที่ตึกด้วยนะ

Capt. S. Rogers 2:27 PM
เออ รู้แล้วน่า เด็กบ้า

You know who I am 2:27 PM
อะแฮ่ม สุภาพหน่อย กัปตัน

 

 

 

 

 

ฮรากกกกกกกกกกกกกกก จบแล้ว *จุดพลุ*

 

ฟิคนี้เป็นฟิคประเดิมบล็อกเลย สำหรับ Avengers AU Avengers Academy อันนี้คือเอาคาร์แร็คเตอร์ของในหนังกับในเกมส์มารวมกัน 555 ทุกคนจะลดความจริงจังลงมานิดหน่อย เพิ่มความขี้เล่นสดใสขึ้นอีกเยอะ ยกเว้นนาตาชาที่ดูจะจริงจังกับทุกสิ่ง แต่สุดท้ายก็ติ่งแตกตอนเจอเอเจนท์คาร์เตอร์ ในเอยูอันนี้เราจะรู้สึกว่าแคปดูมีความขี้เล่นเพิ่มขึ้นนิดๆ(?) เอาจริงๆแล้วเราคิดว่าแคปในเกมส์นี่เหมือนแคปในหนัง+คริส อีแวนส์ ร้ายลึกนะรายนี้ คิดว่าแคปจะใสๆสุดท้ายแล้วก็เผยธาตุแท้ว่าตัวเองกวนตีน ดูเหมือนจะหน่อมแน้มแต่จริงๆแล้วฆ่าคุณได้ไรงี้ 5555555 และด้วยความต้องการส่วนตัว+รูปในไอจีก็ทำให้บัคกี้คนดีย์กับโทนี่เป็นเพื่อนกันจนได้ *ชูป้ายWinterIron* เรื่องต่อๆไปของเอยูนี้จะค่อยๆมีตัวละครเพิ่มขึ้น บอกเลยว่าโดยส่วนตัวแล้วอันนี้เป็นจักรวาลย้อมใจจาก Civil War ภาคหนัง ในหนังนี่แต่ละทีมฟาดใส่กันไม่ยั้ง แต่ในโรงเรียนเรานี่คือแข่งงัดข้อกัน….. OTL

 

ก็เพราะว่าช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงฮาโลวีน ในเกมส์ก็จะมีอีเวนท์ด้วย ปรากฏว่าแคปคอสเป็นแคปหมาป่า โทนี่ทำชุดไอรอนแมนจากกระดาษลัง ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องนี้มีตอนต่อ แต่จะลงเมื่อไหร่ยังไม่รู้ และคาดว่าตอนต่อไปจะมีฉากไม่เหมาะสมกับเยาวชน—— //นอกจากจะลงช้าแล้วยังรังแกเด็กๆอีก *โดนแคปปาโล่ใส่*

 

เอ๊ะ หรือไม่มีดี //ป๋า: แก จะ cockblock ชั้น เรอะ

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv