[Avengers AU: Avengers Academy] Capcakes are always on the menu, sir. (Happy Birthday Tony Stark)

Title: Capcakes are always on the menu, sir. (Happy Birthday Tony Stark)
Genre: Fluff…?
Rate: Teen And Up Audiences (PG-13)(?)
Relationships: Tony Stark/Steve Rogers — (Freeform), Domestic! Avengers Academy students
Note:

นึกชื่อเรื่องไม่ออก… Ha!
ขอบ่นตัวเองหน่อย… นิดนึง

เห็นบอกเปิดฟิควันเกิดคุณสตาร์คไว้สามเรื่องแบบนี้ อันที่จริงโคตรตันเลยนะ…

ไม่น่าบอกจะเปิดไว้เยอะๆเลย ฮือ
ไหนจะวันเกิดพี่คริสเดือนหน้าอีก…(จะได้แต่งมั้ยไม่รู้) ไม่นับต้นก.ค. วันเกิดสตีฟอีก(น่าจะ)สามวันจูบอีกหนึ่ง
ทีจริงไม่มีใครบังคับเปิดโปรเจคฟิคไว้รอนะ แต่แค่อยากแต่งแม้จะกร่อยและเลทก็ตาม อุวะฮะฮ่า

แต่ยังไงจะพยายามมาให้ทันทุกงานนะ…
#ตัดภาพไปที่ฟิคสโตนี่วันปีใหม่กับโทนี่จาร์วิสวันสงกรานต์ที่มาเลทแบบไม่น่าให้อภัย

คือเดือนหน้าก็เริ่มต้องไปทำธุระ จองหงจองหอ เฟิร์สเดท จะเข้ามหาลัยแล้วจ้า LOL
สาธุ ไม่ได้บนนะ ขอให้ได้หอในทีเถ๊อะ
ถ้ามันสนุกไม่สนุกยังไงอย่าลืมเม้นติชมกันได้เน้อ ไม่ค่อยมีคนเม้นเลอ เหงาจุง…

เชิญชม

 

 

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

 

 

 

 

 

 

“เจ้านายครับ”

 

 

“…”

 

 

“เจ้านายครับ”

 

“…”

 

“เจ้านายครับ…”

“…อือ?”

“เช้าแล้วนะครับ เช้านี้คุณมีประชุม—”

“อะไร… จะนอน”

“…อีกสิบห้านาทีนะครับ”

“อือ…”

“เจ้านายครับ”

“อะไรอีก…”

“มื้อเช้ารับอะไรดีครับ”

“เหมือนเดิม…”

“รับทราบครับเจ้านาย”

 

 

 

 

 

 

 

สิบห้านาทีถัดมา ร่างสังเคราะห์ของพ่อบ้านหนุ่มเดินกลับเข้ามาในห้องเดิมอีกครั้ง

“เจ้านายครับ”

“อืม…”

“ลุกได้แล้วครับ”

“รู้แล้วน่า”

แสงอาทิตย์รำไรของเช้าวันใหม่ส่องเข้ามาในห้องส่งความอบอุ่นแทนที่ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ โทนี่ปรือตาขึ้นช้าๆ เปลือกตากระพริบถี่ๆปรับสายตารับแสงสว่าง เด็กหนุ่มจิ๊ปากเบาๆที่พ่อบ้านของตนเข้ามาปลุกเสียแต่เช้า เขามัวแต่ทำงานเมื่อคืนและเพิ่งนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง…

หลังจากนอนนิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง สายตาเหลือบไปหาอีกร่าง “จาร์วิส?”

“ครับเจ้านาย?”

“อะไรอะ” โทนี่บุ้ยไปที่มือของร่างสังเคราะห์ที่ถือโต๊ะพับตัวเล็กๆไว้

Breakfast in Bed, sir.

คนที่นอนอยู่หรี่ตา “ทำไมวันนี้ถึงมาทำอะไรแบบนี้เนี่ย ฉันไม่เด็กแล้วนะ”

จาร์วิสไม่ตอบ แต่ย้อนถาม “วันนี้วันอะไรครับเจ้านาย”

โทนี่ยังไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย “อันที่จริงฉันสิควรถามนาย” แล้วก็หยุดคิดครู่หนึ่ง “…วันนี้อ่อ? วันจันทร์มั้ง”

“ที่เท่าไหร่ครับ?”

“จำไม่ได้อะ”

“ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไร… ลุกขึ้นก่อนเถอะครับ”

โทนี่ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง จาร์วิสจัดแจงวางโต๊ะพับที่ถืออยู่ลงตรงหน้าอีกฝ่าย จานอาหารเช้าสองจานถูกครอบไว้ เด็กหนุ่มสูดจมูกฟุดฟิด “แพนเค้ก?”

“ครับเจ้านาย”

มือเรียวของโทนี่เอื้อมขึ้นมาเปิดฝาออก “จาร์วิส…”

“ครับเจ้านาย?”

“…แพนเค้กนี่…”

“แบบที่คุณชอบไงครับ”

นอกจากจานไข่คน แฮม เบคอนแบบที่เขาชอบกินตามปกติแล้ว แพนเค้กรูปกัปตันอเมริกาในจานอีกใบทำเอาโทนี่ทั้งดีใจทั้งช็อกไม่น้อย ใครจะไปรู้ว่าหุ่นเสมือนของจาร์วิสจะรู้ถึงขนาดนี้ว่าเขาชอบอะไร ไม่มีใครรู้ว่าเขาชอบแบบนี้นอกจากจาร์วิส (หรือ… โอเค อาจจะเพิ่มพ่อหรือแม่เข้าไปด้วย) ต้องขอบคุณพ่อหรือเปล่าที่โปรแกรมความจำให้จาร์วิสจำเรื่องเล็กๆพวกนี้ได้…

สีหน้าช็อกของโทนี่ปิดไม่มิด “รู้ได้ไง”

“ต้องขอบคุณคุณท่านที่ลงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ให้ครับ” ยิ้มอ่อนๆประดับอยู่ใบหน้าของพ่อบ้านหนุ่ม

“นายบอกพ่อเหรอ” ริมฝีปากของเด็กหนุ่มยู่น้อยๆ

“ครับเจ้านาย อันที่จริง หากดูจากจำนวนของเล่นของสะสมที่คุณสะสมไว้น่าจะพอบอกได้อยู่แล้วครับว่าคุณเป็นแฟนบอย— เอ่อ อาจจะอันดับหนึ่งด้วยซ้ำไป— ของกัปตันอเมริกา—” จาร์วิสพูดยาวยืด

“เงียบน่า…” โทนี่แทบเอามือปิดหน้า

“—แล้วคุณชอบไหมครับ”

“…ฉันนึกว่าจะไม่มีอะไรแบบนี้อีกแล้ว”

Capcakes are always on the menu, sir.

“…ขอบใจนะ”

“ยินดีครับเจ้านาย รับกาแฟไหมครับ”

“เอาสิ”

 

 

 

 

 

“อะไรเนี่ย ยังไม่มีใครมาเลยเหรอ” โทนี่บ่นพึมพำเมื่อเปิดห้องประชุมมาแล้วไม่เจอใครเลย… ไม่แม้แต่คนเดียว

ขาเรียวก้าวไปที่ที่นั่งของตัวเองช้าๆ แอบนึกในใจว่าจะมีตัวอะไรโผล่พรวดพราดมาหาเขาหรือเปล่า…

นั่งอยู่พักหนึ่ง เด็กหนุ่มไม่รู้จะทำอะไรดีจนเกือบตัดสินใจจะฟุบหลับรอ แต่แล้วเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ปรากฏตัว ตาสีฟ้าของเจ้าตัวกวาดเข้ามาในห้องทันทีที่ประตูเปิดตามความเคยชิน และนั่นทำให้สตีฟถึงกับชะงักกึกอยู่หน้าประตู บัคกี้ที่เดินจิ้มหน้าจอทัชสกรีนตามหลังมาไม่ทันระวังก็ชนกับแผ่นหลังของคนข้างหน้าโดยไม่ตั้งใจ “อุก! นายหยุดทำไมเนี่ย”

คนที่นั่งรออยู่ในห้องหันไปมองแบบงงๆ “…อะไรแคป ตกใจเหรอ?”

นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่สตีฟเห็นโทนี่มาก่อนใครๆ ก่อนเขาด้วยซ้ำ…

“แน่ล่ะ นายน่ะถ้าไม่สายก็โดด” สตีฟไหวไหล่แล้วเดินไปนั่งที่ของตัวเองที่อยู่ข้างๆโทนี่

โทนี่เบะปากพลางทำท่ากุมหัวใจ “อุ เจ็บอะ…”

“ว่าแต่นี่มันอะไรเนี่ย นายมาก่อนพวกฉันอีกอะ” บัคกี้งึมงำระหว่างเดินมานั่งที่

“จาร์วิสปลุกแต่เช้าเลย ไม่รู้ทำไม ถามอีกนะว่าวันนี้วันอะไร แถมยังทำ Breakfast in Bed มาให้อีก แปลกๆอะ” โทนี่บ่นยาว พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้อีกสองคนในห้องฟังยกเว้นเรื่องแพนเค้กที่เขาไม่ได้พูด

สองคู่หูมองหน้ากัน เจ้าของผมบลอนด์ทำหน้าประหลาดใส่ ส่วนอีกคนก็ส่งสายตากลับมาประมาณว่า ‘จำไม่ได้แหงๆ’

“นั่นแหละโทนี่ วันนี้วันอะไร” สตีฟถามขึ้น

“วันนี้ก็วันจันทร์ไง” เด็กหนุ่มตอบหน้าตาย

“เออ… นั่นก็ใช่” บัคกี้กุมขมับ สตีฟคิดว่าเขาอยากเอาหน้าโขกโต๊ะ

เด็กหนุ่มทำหน้าเหรอหรา “ทำไมอะ วันนี้มีอะไรเหรอ—” ก่อนจะได้ถามต่อ นักเรียนคนอื่นๆก็ทยอยเดินเข้ามาในห้อง ที่ประหลาดคือ พอเปิดประตูห้องเข้ามาแล้วทุกคนก็มีปฏิกิริยาช็อกๆแบบเดียวกับสตีฟเด๊ะ

ทำไมอะ คนหล่อมาเช้ากับเขามั่งไม่ได้หรือไง…

โทนี่นึกอยากตั้งกล้องไว้เหลือเกิน ปฏิกิริยาของทุกคนเช้าวันนี้เวลาเห็นเขานั่งรอในห้องอยู่ก่อนแล้วตลกสุดๆ บางคนนึกว่าเข้าห้องผิดหรือไม่ก็ตาฝาด ขนาดเพ็ปเปอร์ยังทักว่า ‘ลมอะไรหอบคุณให้มาแต่เช้าขนาดนี้เนี่ย’ แจนถึงกับถ่ายรูปเขาไปลงทวิตเตอร์ ‘วันนี้โทนี่ สตาร์คมาเร็ว หิมะต้องตกในฤดูร้อนแหง!’

แม้แต่ผอ.ฟิวรี่ก็ยังพูดถึงเรื่องนี้ ‘นี่ฉันมาช้ากว่าคุณชายสายเสมอเหรอ?’

เอ่อ ถือเป็นเรื่องดีๆของเช้าวันนี้ละกัน…

การประชุมเป็นไปอย่างน่าเบื่อ(ในความคิดโทนี่)แบบที่เคย ในที่สุดหลังจากการพูดคุยเรื่องเหตุการณ์ต่างๆของเดือนนี้จบลง —การรับนักเรียนเข้าใหม่ การรวมทีม Guardians of the Galaxy การต่อสู้ของเหล่านักเรียนกับผู้บุกรุกในคราวนี้ ยังไม่รวมการแนะนำวิธีดูแลและพูดคุยกับต้นไม้อย่างกรู๊ทที่ไม่ได้เข้ามาประชุมด้วย และต่อด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจผอ.ฟิวรี่ของนาตาชา— ฟิวรี่ก็หันมาทางโทนี่ที่นั่งหลับในอยู่ “และ…ที่ผ่านมานายทำดีมากสตาร์ค ขอบใจมาก ดูแลตัวเองหน่อยล่ะ ฉันไม่อยากให้พ่อนายตามมาหักคอฉันโทษฐานใช้งานนายหนักเกินไป”

โทนี่ตื่นจากภวังค์ “อ่า… ครับผอ.” ตอบพร้อมกับหัวเราะแหะๆ

“ยังไงก็ตาม งานของเราก็ยังไม่จบจนกว่าสิ้นเดือน ปาร์ตี้วันนี้ละก็เพลาๆหน่อยนะ ถึงวันพรุ่งนี้ฉันจะให้นายหยุดอีกวันก็เถอะ—”

คิ้วเรียวขมวด “ปาร์ตี้เหรอครับ?” ปาร์ตี้อะไร ปฏิกิริยาของจาร์วิส สตีฟกับบัคกี้เมื่อเช้าก็ด้วย ดูเหมือนสมองอัจฉริยะของเขาจะยังไม่ตื่นดีนัก พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวแต่ก็ไร้ผล

ฟิวรี่พูดต่อ “ก็อาทิตย์ที่แล้วพ็อตส์มาบอกฉันเรื่องนี้—” แล้วก็ชะงักไป คนที่นั่งใกล้ๆอย่างสตีฟและบัคกี้ถึงกับ facepalm ส่วนฟิวรี่เมื่อเห็นสีหน้างงระดับสิบของโทนี่แล้วก็ถอนใจ

“แอนโทนี่ เอ็ดเวิร์ด สตาร์ค…นี่นายต้องทำงานหนักขนาดไหนถึงจะลืมวันเกิดตัวเองได้ทั้งๆที่อาทิตย์ที่แล้วพวกเธอก็คุยกันเรื่องนี้เนี่ย”

 

 

 

 

 

หลังจากประชุมเสร็จนักเรียนทุกคนก็แยกย้ายออกมาปฏิบัติภารกิจของตัวเองกันต่อ

“แคปปปปปปป” โทนี่ร้องเรียกสตีฟพร้อมกับวิ่งตามอีกคนที่เดินลิ่วไปแล้ว “ทำไมคุณไม่บอกผมอะ”

สตีฟส่ายหน้าอย่างเอือมๆ “ฉันไม่ใช่เลขาส่วนตัวนายซักหน่อย”

“นี่เธอลืมจริงๆเหรอแอนโทนี่” เพ็กกี้พูดขึ้นอย่างประหลาดใจ

“ก็คิดว่าแบบนั้นอะครับ” เด็กหนุ่มเกาหัว “ผมเอาแต่ทำงานทั้งอาทิตย์เลย”

“งั้นนายก็ยังไม่ได้เตรียมอะไรเลยอะดิ” บัคกี้ที่เดินอยู่ข้างหน้าหันมามอง “ก็ประมาณนั้น” โทนี่ตอบพลางไหวไหล่ “แจนก็ไม่ได้ย้ำฉันเหมือนกัน”

นาตาชาที่ฟังอยู่พูดขึ้น “วันนี้ยังไงพวกเราก็ว่างอยู่แล้ว ช่วยกันก็น่าจะเสร็จนะ”

แจนที่ออกมาคนท้ายๆรีบวิ่งมาเกาะหลังโทนี่ “งั้นไปที่ตึกกัน”

“แน่ะ มาแล้วไง ทำไมไม่เตือนฉันเล่า” เจ้าของวันเกิดดูจะงอแงหน่อยๆ แจนหัวเราะ “ไหนนายบอกชอบเซอร์ไพร์สไง”

“ฉันว่ามันไม่ค่อยเซอร์ไพรส์ตรงที่ผอ.เป็นคนพูดนี่แหละ” สตีฟพูดขึ้นขำๆ ทุกคนหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในห้องประชุม โทนี่ทำหน้าบูด “ไม่ต้องมาแซวเลยนะแคป”

คนตัวสูงหันไปมองแล้วหัวเราะหึหึ น่ารักจริงๆเลยให้ตาย “ทำหน้าแบบนี้บ่อยๆแล้วหน้าแก่เร็วรู้มั้ย” ว่าแล้วนิ้วยาวๆก็จิ้มเข้าที่มุมปากอีกคนแล้วดันขึ้นเบาๆ “ยิ้มหน่อย วันนี้วันเกิดนายนะ” ตาสีฟ้าหยีลงด้วยรอยยิ้มกว้างๆของเจ้าตัว

โทนี่หยุดเดินแล้วหันมามอง ปลายนิ้วของอีกคนยังสัมผัสชิดมุมปากเขา โดยไม่รู้ตัวริ้วเลือดฝาดแดงจางๆระบายบนใบหน้า ตาสีน้ำผึ้งกระพริบปริบๆ แจนที่อยู่ด้านหลังแทบอยากจะกรี๊ดดังๆกับโมเมนท์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเธอ

เสียง ‘แชะ’ เบาๆที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ทั้งคู่สะดุ้ง สามคนที่เดินนำไปเพิ่งรู้สึกว่าทิ้งห่างและหันกลับมามอง

เพ็กกี้เลิกคิ้วและยิ้มแซวๆ “เลิกจีบกันได้แล้วจ้าหนุ่มๆ” เธอเอ่ย

“เพ็ก!/คุณเพ็กกี้ครับ!” คนถูกพาดพิงพูดขึ้นพร้อมกัน นาตาชากับบัคกี้หัวเราะกันอยู่สองคน

สตีฟพึมพำ “รีบไปดีกว่า” แล้วก็หนีไปเดินข้างๆเพ็กกี้ที่เดินหัวเราะคิกคักตามคู่รักด้านหน้าไป

แจนจึงเดินขึ้นมาเสมอโทนี่ เธอกระแซะเพื่อนชายคนสนิท “นายยังเขินอยู่ล่ะซี่—”

“นี่ถ้าเธอคิดเอารูปนั้นไปโพสต์ที่ไหนนะแจน—”

“โอ๊ะ ขอบใจที่แนะนำนะ ฮิฮิ” เด็กสาวแลบลิ้นใส่ ยิ้มกว้างที่แหย่เพื่อนรักให้หัวเสียได้สำเร็จ

“แจน ไม่—” เกราะมือสีแดงสดปิดหน้าเด็กหนุ่ม

เด็กสาวยังไม่หยุด เธอกระซิบ “นายไม่เคยบอกแคปเรื่องที่นายเป็นแฟนบอยเค้าใช่มั้ยล่า”

“อย่านะ” โทนี่ส่ายหน้า “ไม่เอา”

“ล้อเล่นน้า โอ๋เอ๋” แขนเล็กคล้องกับท่อนแขนแกร่งของอีกฝ่าย “เด็กชายโทนี่ยังไม่พร้อมจะเปิดเผยความลับสิเนาะ”

“ใช่ ไม่เคยคิดเลยด้วยล่ะ” โทนี่พึมพำ

 

 

 

 

 

Welcome back, sir.” เสียงสังเคราะห์ของจาร์วิสดังขึ้นพร้อมกับที่พ่อบ้านหนุ่มเข้ามาดูแลเด็กๆที่ตอนนี้นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกันเรียบร้อย

“จาร์วิส มาเคลียร์หน่อยซิ ทำไมไม่บอกฉันเรื่องวันเกิดเนี่ย” โทนี่บ่น

“เกรงว่าคุณอาจจะอยากได้รับคำอวยพรจากใครบางคนก่อนน่ะครับ” จาร์วิสตอบ เรียกเสียงโห่ฮาจากคนที่เหลือ ไม่เหมือนเจ้าของตึกที่หน้าบูดอีกรอบ “จาร์วิส!” โทนี่แหว

“ครับเจ้านาย? ไม่เห็นต้องตะโกนเลยนี่ครับ” ยิ้มอ่อนๆที่โทนี่คิดว่ากวนบาทาถูกส่งมาให้

“หึหึ” บัคกี้หัวเราะ “ที่ยังไม่มีใครอวยพรนายก็เพราะเรื่องนี้แหละฉันว่า” พร้อมกับหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้เพื่อนสนิท แต่เจ้าตัวก็ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ว่าแต่เราจะเริ่มเรื่องจัดงานปาร์ตี้กันยังไง” สตีฟเปลี่ยนเรื่อง

นาตาชารู้ทัน “เปลี่ยนเรื่องเก่งนะกัปตัน” หันไปมองแจนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ “เธอว่าไงแจน”

“อืม…นะ วันเกิดก็ต้องมีเค้ก” เธอพูด

“ของตกแต่งล่ะ?” <<< เพ็กกี้

“นั่นก็ด้วย เพลงล่ะ” <<< บัคกี้

“เพลงน่ะจาร์วิสจัดการได้ นายจะเล่นดนตรีก็ได้หนิ” <<< โทนี่

“เธออบเค้กเป็นไม่ใช่เหรอนาตาชา” <<< บัคกี้

“โว้ว ความรู้ใหม่” <<< โทนี่

“…พวกนายจะให้ฉันช่วยจาร์วิสใช่มั้ย” <<< นาตาชา

“เยป” <<< โทนี่

“ช่าย พวกของกินเราสั่งมาเพิ่มด้วยก็ได้เนอะ” <<< แจน

“คุณก็ทำพวกขนมกับของว่างเก่งเหมือนกันนี่เพ็ก” <<< สตีฟ

“สตีฟ…” <<< เพ็กกี้

“คุณเองก็ทำอาหารอร่อยนะแคป” <<< โทนี่

“ฮิ้ววววววววว” <<< บัคกี้ เพ็กกี้ นาตาชา แจน

“เงียบน่า…” <<< สตีฟ

“งั้นโทนี่กับแคปไปซื้อวัตถุดิบนะ” <<< นาตาชา

“ทำไมต้องเราสองคนด้วยอะ…” <<< สตีฟ โทนี่

“แล้วเธอกับฉันไปซื้อของตกแต่งกันดีมั้ยจ๊ะ” <<< เพ็กกี้

“…ดีค่ะ” <<< นาตาชา

“เพ็ก…นั่นแฟนฉัน” <<< บัคกี้

“แล้วไง แฟนเกิร์ลฉันอะ” <<< เพ็กกี้

 

 

 

 

 

ในที่สุดทั้งสองคู่ก็มาถึงห้างสรรพสินค้าด้วยรถยนต์…คนละคัน อันที่จริงก็ไปห้างเดียวกัน แต่นาตาชาให้เหตุผลว่า สาวๆก็มีเรื่องอยากเม้าท์ แม้โทนี่จะแย้งว่าไม่จำเป็นก็เถอะ แต่ด้วยสายตาของเธอก็ทำให้เขาต้องหุบปากไปโดยอัตโนมัติ ไม่นับเพ็กกี้ที่หัวเราะสนับสนุนอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นโทนี่หงอ

พวกเขาเดินเข้ามาในห้าง “แยกกันตรงนี้นะ” นาตาชาว่า

“อาฮะ” โทนี่รับคำ “อีกพักนึงก็จะเที่ยงแล้ว ยังไงก็หาอะไรกินก่อนกลับด้วยแล้วกัน เสร็จก่อนก็กลับก่อนเลยก็ได้”

“โอเคจ้ะ” เพ็กกี้หันไปหานาตาชา “ไปกัน” เธอจับมือเด็กสาวไว้แล้วเดินนำดุ่มๆไปจนอีกคนต้องเดินตามไปอย่างเสียไม่ได้ สตีฟเห็นเธอก้มหน้างุดๆระหว่างที่เดินไป เสียงคนข้างตัวหัวเราะหึหึอย่างชอบใจจนเขาต้องหันไปถาม “เป็นอะไรโทนี่”

“เปล๊า” โทนี่นึกในใจว่าสุดท้ายเขากับสตีฟก็ได้มีเวลาด้วยกันสักที นี่เขาเก๊กจนเกร็งไปหมดแล้ว “ต้องจับมือมั้ย”

เหมือนร่างเล็กกว่าจะเห็นอีกฝ่ายหน้าแดง “ไม่ต้อง” แล้วคนตัวสูงก็เดินนำไปทันที

“รอด้วยสิครับบบ” เด็กหนุ่มสาวท้าวยาวๆตามอีกคนไป

“นี่ เหมือนคุณจะเขินนะ” เสียงห้าวๆพูดขึ้นหลังจากพวกเขาไปหยิบรถเข็นมาแล้วเดินไปที่โซนวัตถุดิบอาหาร “ฮัลโหลแคป คุณเป็นอะไรป้ะเนี่ย” นัยน์ตาสีน้ำผึ้งเหลือบมองอีกคน

“เปล่าซะหน่อย นายพูดมากชะมัด” สตีฟตอบปัดๆ เจ้าของวันเกิดแย้ง “ผมก็พูดมากของผมแบบนี้แหละ”

“ฉันก็เป็นปกติของฉันแบบนี้อะ”

“ไม่ใช่อะ”

คนตัวสูงที่หันมามองอีกคนเต็มๆตา ก็สบตากับตาแป๋วๆที่มองมาอยู่แล้ว

อย่านะ…อย่ามองแบบนี้

“ยิ้มหน่อย”

“อะไรเล่า—”

โทนี่หยุดเดินและดึงอีกคนมาใกล้ๆชั้นวางของเพื่อหลบทาง มือกร้านของเด็กหนุ่มกุมมือคนอายุมากกว่าไว้

ฝ่ายที่ถูกกุมมือไม่ได้ขัดขืน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

โทนี่เอียงคอมอง “คุณมีอะไรในใจหรือเปล่า”

“เปล่าซะหน่อย” โกหกเต็มเปา เขาคิดว่าอีกคนรู้แต่แค่ไม่อยากเซ้าซี้เขาตอนนี้

“งั้นยิ้มให้ผมหน่อย นะ” เสียงห้าวกระซิบเบาๆ น่าแปลกที่สตีฟรู้สึกว่าในเวลานี้เสียงนั้นฟังดูทุ้มขึ้นและแหบพร่าหน่อยๆ นัยน์ตาสีน้ำผึ้งส่งแววอ้อนๆมาให้จนสตีฟใจอ่อนยวบ ลืมความในใจไปเสียสนิท

ริมฝีปากอิ่มเม้มเบาๆ พร้อมคลี่ยิ้มจางๆให้

เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง “ต้องแบบนี้สิ”

“เด็กบ้า” ร่างสูงบ่นพึมพำ

“เลิกบ่นผมได้แล้วน่า”

“รู้แล้วน่า” สตีฟปัด มือใหญ่ล้วงกระเป๋าแจ็คเก็ตหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูรายการของที่ขาด “มีอะไรมั่งเนี่ย”

อีกคนชะโงกหน้ามาใกล้ๆ “ไหน ดูมั่ง”

สตีฟเหลือบมองแล้วก็ต้องทำเป็นหลุบตาลงมาดูจอทัชสกรีนในมือ เข้ามาใกล้อีกแล้วให้ตายสิ…

“พูดเหมือนนายรู้งั้นแหละว่าของอยู่ตรงไหนบ้าง”

“ก็ไม่รู้อะ แต่อยากรู้ไง” หน้ายียวนของเด็กหน้าหนวดที่ลอยอยู่ไม่ห่างเขานี่มัน…

“งั้นไปดูของแห้งก่อนแล้วกัน แล้วค่อยไปดูของสดทีหลัง”

 

 

 

 

 

กว่าจะเลือกของได้ครบทั้งคู่ก็เสียเวลาไปพักใหญ่ๆ จนโทนี่ได้ข้อความจากนาตาชาว่าเธอกับเพ็กกี้กลับไปที่โรงเรียนแล้ว ถ้าหากว่าโทนี่ไม่มัวแต่เล่นและถามสตีฟนู่นนี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะซนและกวนอีกคนเล่นมากกว่า คงจะเสร็จไปนานแล้ว โชคดีที่ไม่ขาดของที่ต้องการ ได้วัตถุดิบสำหรับอาหารและเครื่องดื่มในงานปาร์ตี้มาถุงใหญ่ๆสองสามถุง ก่อนจะออกจากห้างสตีฟถามโทนี่ว่าอยากกินอะไรเป็นมื้อกลางวัน โทนี่บอกว่าไม่อยากอยู่ในห้างนานๆ แล้วของก็เยอะด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจซื้อพวกของกินและเบอร์เกอร์ติดไปกินบนรถ มากกว่าจะนั่งเป็นเป้าสายตาผู้คนไปมากกว่านี้ แค่นี้พวกเขาก็น่าจะโดนสาวๆ(วาย)หรือแฟนๆถ่ายรูปไปเยอะแล้ว…

ของที่ซื้อมานอนนิ่งอยู่เบาะหลัง โทนี่ที่ประจำที่นั่งคนขับเอ่ยกับสตีฟที่นั่งข้างๆหลังออกรถจากห้างมาแล้ว “แกะห่อเบอร์เกอร์ให้ผมหน่อยดิ”

“แล้วทำไมไม่แกะเองตั้งแต่เมื่อกี๊เล่า” คนถูกใช้บ่นอุบอิบ

“เทคแคร์ผมหน่อยสิครับ น้า” เสียงห้าวถูกเจ้าของดัดให้ดูน่ารัก ซึ่งสตีฟคิดว่าน่าเตะมากกว่า

แม้จะบ่นแต่ก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายขอ “อะนี่” ชีสเบอร์เกอร์ของโปรดถูกส่งให้เจ้าของ

“ป้อนให้มั่ง”

“แล้วฉันจะกินยังไงเล่า” สตีฟชี้ให้ดูห่อฮ็อตด็อกที่ตัวเองเลือกมา

“งั้นผมป้อนให้คุณเป็นไง”

“บ้าละ ก็ไม่ต่างกันกับต่างคนต่างกินหรอก กินไปเถอะน่า”

“ก็คุณบอกว่าไม่ต่างอะ ก็แลกกันป้อนก็ได้หนิ” รอยยิ้มกวนๆบนหน้าบ่งบอกว่าเจ้าตัวมีความสุขแค่ไหนที่ได้แกล้งอีกคน

เจ้าของผมบลอนด์ชักหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ “จะกินไม่กิน?”

“กินก็ด้ะ” สุดท้ายก็ยอมเลิกแกล้งแล้วรับมากินแต่โดยดี

ต่างคนต่างกินอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆโทนี่ก็พูดขึ้นมา “กินมั่งดิ”

“ห๊ะ?” คนที่นั่งกินอยู่เงียบๆหันมามองแบบงงๆ “ของฉันอะนะ?”

“อือฮึ” แล้วเจ้าตัวก็หันมามอง รถกำลังติดพอดี

“…อ้ะ” สตีฟยื่นฮ็อตด็อกไปจ่อปากอีกฝ่าย

เด็กหนุ่มทำหน้าแบบไม่เชื่อสายตาแว่บหนึ่ง แล้วริมฝีปากก็งับไส้กรอกเข้าไป

สตีฟคงจะไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดแกล้งเขา

แม้จะมองหน้าเขาอยู่แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว ซอสที่เขาราดนี่ก็หกได้รู้เวล่ำเวลาจริงจริ๊ง…

ลิ้นสีสดแลบเลียซอสที่ล้นออกมาจากขนมปังแล้วตวัดเข้าปาก

แล้วเจ้าตัวก็กัดฮ็อตด็อกไปคำหนึ่งก่อนจะยักคิ้วให้เขา

เด็กหนุ่มเจ้าของผมบลอนด์ตัวแข็ง หน้าแดงเถือก เขาเปล่านะ เปล่าคิดอะไรจริงๆ…

“คุณมองอะไรแคป” เสียงห้าวติดพร่าของคนข้างๆทำให้เขาตื่นจากความคิด ทำไมถึงรู้สึกว่าเด็กนี่มีแรงดึงดูดจังนะ… เขาคิดว่าตัวเองบ้าไปแล้วแหงๆ

“ปะ…เปล่า” สตีฟลดมือลงแล้วทำเป็นง่วนกับการกินฮ็อตด็อกของตัวเองต่อ ตาสีฟ้ามองไปนอกรถแต่หูยังคงเงี่ยฟังและแอบเหลือบมองอีกคนด้วยหางตาเป็นระยะ อีกคนก็ขับรถไปด้วยแล้วก็จัดการชีสเบอร์เกอร์ในมือตัวเองต่อ แต่ถ้าสตีฟหูไม่ได้แว่วไปเองแล้วเหมือนจะได้ยินเสียงอีกคนหัวเราะหึหึในลำคอเป็นระยะๆ…

 

คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย… จะตายแล้วครับ

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มทั้งคู่หอบของที่ซื้อมาเข้าไปที่สตาร์คทาวเวอร์ หลังจากที่โทนี่แกล้งสตีฟทั้งคู่ก็ไม่พูดอะไรกันอีก บรรยากาศเงียบลงแบบเห็นได้ชัดจนโทนี่แทบตบกะโหลกตัวเองว่าไม่น่าไปแกล้งแรงๆแบบนั้นเลย โทนี่ทำท่าจะพูดอะไรออกมา แต่กลายเป็นว่าพูดไม่ออกได้ทำปากพะงาบๆแทน ส่วนสตีฟก็เอาแต่มองไปทางอื่นไม่มองเขาเลย

หลังจากเอาของเข้าไปให้ในครัวแล้ว ทั้งคู่ก็ออกมาช่วยบัคกี้และแจนตกแต่งสถานที่ แม้จะทำงานด้วยกันแต่ทั้งคู่ก็แทบไม่พูดอะไรกันเลย จนอีกสองคนสังเกตได้ถึงความผิดปกติและแอบคุยกันว่าคิดเหมือนกันมั้ย… แต่สุดท้ายแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเข้าไปยุ่งตอนนี้

จนงานตกแต่งเสร็จเวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมง โชคดีที่ได้เพื่อนๆนักเรียนคนอื่นที่ว่างจากภารกิจมาช่วยและป่วนด้วย ทำให้งานออกมาเรียบร้อยกว่าที่คิด (แหงล่ะ พวกผู้ชายส่วนใหญ่ก็ชอบเอามาสุมๆกัน ไม่ไหวๆ—แจนไม่ได้กล่าว)

 

อีกชั่วโมงกว่าๆจะถึงเวลางานเริ่ม อาหาร เครื่องดื่ม สถานที่ ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อม เหล่าเด็กๆที่มาช่วยงานก็พากันแยกย้ายไปเตรียมตัวมางานที่จะเริ่มขึ้นในไม่ถึงสองชั่วโมงให้หลัง

สตีฟเป็นคนแรกที่กลับมาที่ตึกหลังจากกลับไปอาบน้ำและเตรียมตัว โทนี่ไม่ได้บอกว่าให้แต่งตัวแบบไหน หรือถ้าแจนเป็นคนบอกเรื่องการแต่งกายเขาก็คงไม่ได้อ่านกรุ๊ปแชทอยู่ดี เขาจึงเลือกอะไรที่ไม่ได้เป็นทางการนักแต่ก็ไม่ได้เป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของงานจนเกินไป

เพลงถูกเปิดขึ้นคลอเบาๆ โทนี่กำลังคุยกับจาร์วิสอยู่ ดูเหมือนเจ้าตัวจะได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้ๆจึงหันมาทัก “อ้าว ไงแคป มาแล้วเหรอ”

ร่างสูงโปร่งของเจ้าของวันเกิดอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว เสื้อกั๊กสีเลือดหมูกับกางเกงสแล็คสีดำทำให้รูปร่างของเด็กหนุ่มดูเพรียวขึ้นกว่าที่เขาเคยเห็น คงเป็นเพราะแจ็คเก็ตสีแดงตัวใหญ่ของเจ้าตัวที่ทำให้เขาไม่ทันได้นึกว่าเด็กคนนี้ตัวเล็กขนาดไหนเมื่อเทียบกับเขา แขนเสื้อยาวๆถูกเจ้าตัวถลกพับขึ้นลวกๆ โบว์ไทที่ไม่ได้ผูกนอนนิ่งบนคอเสื้อบอกว่าเจ้าของมันไม่ได้ต้องการให้ตัวเองดูเป็นทางการเท่าไรนัก

อืม เอาเป็นว่าคนแบบโทนี่ใส่อะไรก็ดูดีสุดๆล่ะนะ

“นาย…ดูดีนะ” สตีฟพูดออกมาโดยไม่ทันได้คิดอะไร

“ขอบคุณครับ จาร์วิสจะให้ผมผูกโบว์ไทอะ แต่ผมไม่ชอบ ร้อน” โทนี่แสดงความสามารถรวมคำขอบคุณ คำฟ้องกับคำบ่นไว้ในประโยคเดียวกัน “คุณเองก็ดูดีเหมือนกัน”

“ฉันเหรอ ไม่ล่ะ” เสียงหัวเราะแห้งๆของคนตัวสูงทำให้โทนี่หัวเราะออกมาบ้าง สตีฟในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินตัดกับผิวขาวๆของเจ้าตัว สแล็คสีดำที่ทับเสื้อขับเน้นเอวสอบ แขนเสื้อที่ถูกพับขึ้นมาเกือบถึงศอก ไหล่กว้างใต้เชิ้ตพอดีตัวของกัปตันอเมริกาทำให้คืนนี้เขาดูดีมากแม้จะใส่เชิ้ตง่ายๆก็ตาม

“นี่ผมพูดจริงๆนะ จะหล่อกว่าผมอยู่แล้ว” ปากยื่นๆกับตาเป็นประกายของเด็กหนุ่มบอกว่าตัวเองกำลังแซวแบบทีเล่นทีจริง

สตีฟไม่รู้จะเขินหรือจะอะไรดี เขากอดกล่องของขวัญเล็กๆที่จะให้อีกคนไว้ในอ้อมแขน “เอ่อ… นี่” ตาสีฟ้าหลุบมองกล่องของขวัญแล้วตัดสินใจยื่นให้อีกฝ่าย “ของขวัญวันเกิดนาย สุขสันต์วันเกิด”

โทนี่เอียงคอหน่อยๆมองอีกฝ่าย เรียวคิ้วเลิกขึ้นพร้อมกับที่ยิ้มกว้างๆประจำตัวจะผุดขึ้น “…ขอบคุณครับ” มือเรียวยื่นไปรับกล่องของขวัญมาแล้วส่งให้จาร์วิส “ช่วยเอาไปไว้ที่โต๊ะทำงานในห้องที” เขาบอก

จาร์วิสดูประหลาดใจหน่อยๆแต่ก็ยิ้มและรับคำ “ครับเจ้านาย” ร่างสังเคราะห์เดินลับไป

ไม่ใช่ว่าสตีฟไม่สงสัยว่าทำไมโทนี่ถึงเอาของที่เขาให้ไปไว้ที่ห้องนอน ทั้งๆที่ตอนจัดสถานที่เจ้าตัวเป็นคนพูดเองว่าให้ตั้งโต๊ะไว้วางของขวัญที่เพื่อนๆให้…

แต่ก่อนที่สตีฟจะได้ถามอะไร เพื่อนๆร่วมสถาบันก็เริ่มทยอยมา ทั้งโทนี่และสตีฟเองก็พากันเดินไปทักทายเพื่อนๆที่มาร่วมงาน บางคนก็ไม่ได้มีโอกาสคุยส่วนตัวมากนักเพราะภารกิจที่ได้รับมอบหมายจึงกลายเป็นว่าคุยยาวก็มี บางคนก็มีภารกิจรัดตัวจนไม่สามารถมาได้แต่ก็ยังฝากของขวัญมาให้เจ้าของวันเกิดด้วย นอกจากนั้นแล้วผู้ใหญ่ในโรงเรียนอย่างผอ.ฟิวรี่ก็ฝากของขวัญเพ็ปเปอร์มาให้โทนี่เช่นกัน องค์ออลฟาเธอร์กับพระนางฟริกก้าก็ส่งของขวัญมาจากแอสการ์ดตอบแทนตอนที่โทนี่เป็นหนึ่งในผู้นำทีมช่วยเหลือทั้งสองพระองค์จากการถูกศัตรูจองจำด้วย

อาหารที่ตั้งเลี้ยงคนในงานเป็นฝีมือของจาร์วิส เพ็กกี้และนาตาชา อาหารแบบค็อกเทล ของกินเล่น คุกกี้ ของหวาน ของว่างเล็กๆน้อยๆตามแต่ทั้งสามคนจะรังสรรค์ขึ้น เครื่องดื่มในงานก็เป็นบัคกี้กับวิชั่นที่มาช่วยเตรียม ทุกคนในงานได้ชิมแล้วก็ชมเปาะ

หลังจากงานเริ่มไปได้ซักพัก และเหล่านักเรียนมากันเยอะพอสมควรแล้ว พ่อครัวแม่ครัวทั้งสามก็เข้าไปในครัว และกลับออกมาที่หน้าประตูห้องนั่งเล่นที่จัดงานพร้อมกับเค้กก้อนโตที่มีเทียนปักอยู่

โทนี่ถูกแจนเรียกไปที่กลางงาน “อะไรของเธอเนี่ย เดินระวังหน่อย ถ้าชุดเธอมันจะสั้นขนาดนี้ล่ะก็นะ” เด็กหนุ่มบ่นเพื่อนสาวของตน

“โถ่โทนี่ ปาร์ตี้ไม่ได้มีบ่อยนักนะรู้เปล่า” แจนไหวไหล่ ทุกคนที่คุยกันเริ่มเงียบเสียงลงหลังจากที่โทนี่ยืนนิ่ง สตีฟที่นั่งอยู่ที่โซฟาใกล้ๆเท้าคางมองยิ้มๆ

แซมที่นั่งข้างๆหันมามองสตีฟแล้วก็พูดขึ้น “นี่คุณยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรนักหนาเนี่ยแคป” บัคกี้หัวเราะเบาๆแล้วเอาศอกกระทุ้งเพื่อนเขาที่ถูกพาดพิงให้หันมาฟังพวกเขาพูดซักที

“ไม่เอาน่าแซม จะให้แคปทำหน้าจริงจังแบบตอนรบตลอดเลยหรือไง” ปีเตอร์ ควิลล์เอ่ยแซว กาโมร่าที่นั่งข้างๆเอามือตีปรามที่ตักของเด็กหนุ่ม ควิลล์ส่งสายตากลับไปประมาณว่า ‘ตีฉันทำไมเนี่ย’

“พวกนายจะมีวันเลิกแซวฉันซักวันมั้ย” ‘แคป’บ่นอย่างไม่ได้จริงจังนัก ตบท้ายด้วยเสียงถอนใจปนขำหน่อยๆ คลินท์ที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นบ้าง “อยากได้คำตอบแบบไหนล่ะแคป” พร้อมหัวเราะร่า เพื่อนนักเรียนแถวนั้นที่ฟังอยู่ก็หัวเราะไปกับคนแซวด้วย

แจนปรบมือเบาๆสองสามที แล้วไฟทุกดวงในห้องก็ดับลงเหลือเพียงไฟประดับสลัวๆเท่านั้น

เสียงโห่ฮาของเด็กๆในงานดังขึ้น แต่แล้วก็เบาลงทันทีที่ต้นเสียงเพลง Happy Birthday ดังขึ้นจากกลางห้อง

Happy Birthday to You…

เป็นเสียงของสตีฟเองที่เริ่มร้องท่อนแรกของเพลงพร้อมกับที่แสงจากกลุ่มเทียนที่ปักอยู่บนเค้กเข้ามาที่กลางห้องตรงที่โทนี่ยืนอยู่ โทนี่หันไปมองตามเสียงแล้วแอบยิ้ม ท่อนต่อจากนั้นทุกคนช่วยกันร้องจนดังก้อง

Happy Birthday to You…
Happy Birthday, Tony Stark
Happy Birthday to You…

จาร์วิสผละจากที่ถือเค้กให้โทนี่และเดินไปดึงสตีฟให้มาหาโทนี่ “มาเถอะครับกัปตัน” จาร์วิสดันให้สตีฟมาช่วยถือเค้กอยู่ตรงกลางระหว่างสองสาว กลายเป็นว่าสตีฟอยู่ตรงหน้าโทนี่พอดี

สตีฟยังคงงงๆ แต่แล้วก็พูดขึ้น “อธิษฐานสิ”

โทนี่ทำตาม เขายกมือขึ้นมาอธิษฐาน หลับตาอยู่ครู่หนึ่งและลืมตาขึ้น เทียนบนเค้กถูกเป่าจนดับสนิทท่ามกลางเสียงผิวปากหวือและเสียงปรบมือของเพื่อนๆ

เมื่อแสงเทียนดับลง ไฟในห้องก็กลับมาสว่างดังเดิม เค้กที่เตรียมไว้ก็เผยโฉมหน้าให้เจ้าของวันเกิดเห็นชัดๆ ลายอาร์ครีแอคเตอร์สีฟ้าจากแยมประดับอยู่เกือบเต็มพื้นที่ครีมสีขาว พร้อมกับแผ่นน้ำตาลประดับที่ถูกตัดเป็นข้อความ Happy Birthday, Tony Stark พร้อมกับตัว ‘a’ ในชื่อเขาที่เปลี่ยนมาเป็นตัว ‘A’ แบบเดียวกับสัญลักษณ์ของโรงเรียน คัพเค้กช็อกโกแลตที่ทำแยกไว้แจกทุกคนอีกก็มีรูปแบบคล้ายๆกัน ครีมนมสดสีขาวโปะบนหน้าคัพเค้กพร้อมแผ่นน้ำตาลรูปอาร์ครีแอคเตอร์เล็กๆประดับอยู่ โทนี่ที่เพิ่งเห็นหน้าเค้กทำหน้าเหวอๆ และรูปนั้นก็ถูกถ่ายโดยแจน รวมถึงบัคกี้และคลินท์ที่ถ่ายคลิปไว้ตั้งแต่ไฟปิด

น่าเสียดายที่สุดท้ายเค้กก้อนใหญ่นั้นก็ต้องถูกตัดแจกจ่ายให้ทุกคนในงาน แม้จะถูกถ่ายรูปไว้แล้วก็ตามที แต่โทนี่คิดว่าเป็นเค้กแบบที่ดีที่สุดที่เขาเคยเห็นในงานวันเกิดเลย

หลังจากนั้นพวกเด็กๆก็กินเค้กและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ผ่านไปอีกชั่วโมงกว่าๆ เวลาประมาณ 3 ทุ่ม เหล่านักเรียนก็ทยอยมาอวยพรเจ้าของวันเกิดอีกครั้งก่อนจะลากลับไปไปที่หอพักของตน

เหลือแค่พวกที่เป็นผู้ริเริ่มจัดงานเท่านั้นที่ยังคงนั่งเล่นอยู่ โทนี่จู่ๆก็พูดขึ้น “งานนี้นอกจากพั้นช์แล้วก็ไม่ค่อยมีแอลกอฮอล์เลยอะ”

“โทนี่ ไม่—” สตีฟปราม

“พวกเราแค่กลัวนายเมาแล้วอาละวาดต่างหาก” นาตาชาแย้งขึ้น

“แต่แล้วที่เธอแอบเตรียมไว้อะ—” บัคกี้ทัก

“ฉันตั้งใจจะให้เก็บไว้ก่อน” เด็กสาวผมแดงกอดอก

“เดี๋ยวๆ อะไรเนี่ย” โทนี่ถาม “เธอให้—”

“วอดก้า” เพ็กกี้ตอบ “ตอนแรกก็ไม่เห็นด้วยกับนาตาชานะ แต่เพราะเธอคือคนที่จะต้องออกงานบ่อยที่สุด ถ้าเธอโดนมอมเหล้านี่ก็น่าจะดูไม่จืดใช่มั้ย—”

“ก็เลยให้พวกเรามอมก่อนงี้เหรอ” สตีฟถาม แอบไม่พอใจหน่อยๆ

“ก็ประมาณนั้น” แจนตอบขำๆ

โทนี่ไม่ได้ว่าอะไร “เอาดิ เล่นทรูธออร์แดร์กัน”

แล้ววอดก้าขวดกลางๆสองขวดที่นาตาชาเอามาแอบไว้ในครัวก็ถูกเอาออกมา…

“เพียวๆเลยเนี่ยนะ?” โทนี่ทัก

“บ้าหรือไง ผสมสิ” แจนดุ

“กับพั้นช์?”

“สตีฟคุณเลิกทำหน้าเหมือนพวกเราจะไปรบได้แล้วนะ” เพ็กกี้หัวเราะ

“เพ็ก…” สตีฟทำหน้ายู่

บัคกี้ตีไหล่เพื่อน “เถอะน่าสตีฟ อย่าให้ต้องพูดนะว่าเมื่อก่อนนายก็ลองเหมือนกัน—”

“บัค—”

เจ้าของแขนเหล็กเดินไปอุ้มอ่างพั้นช์ที่เหลืออยู่ไม่มากที่ตั้งอยูใกล้ๆมาวางบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้าทุกคน

“เทเลยแนท”

“เอางั้นเลย? ได้” ว่าแล้วก็เปิดฝาขวดแล้วเทลงไปหมด

“โว้ว” เสียงโทนี่ที่นั่งข้างๆกับสตีฟดังขึ้น “โอเค้ ดื่มก่อนคนละสามช็อต”

แจนถามขึ้น “ได้ ว่าแต่เธอเอาอีกขวดมาทำไมอะ”

“เผื่อจะแดร์ไง” เด็กสาวพูดยิ้มๆแบบที่ทำเอาทุกคนในโต๊ะขนลุก

หลังจากที่ทุกคนเริ่มต้นดื่ม ขวดวอดก้าเปล่าก็ถูกเอามาใช้เป็นเครื่องมือเล่นเกมส์

ตาแรกเป็นบัคกี้ที่ได้ทรูธออร์แดร์คนอื่น ขวดเปล่าถูกหมุนอีกครั้งแล้วมันก็ไปตกที่นาตาชา…

“โอเค นายคงไม่ได้อยากจะมอมฉันใช่มั้ย—”

“ท้าเธอให้ดื่มอีกสามช็อต”

เสียงโห่ฮาดังขึ้นรอบวง นาตาชาไม่สนใจแล้วก็ดื่มตามที่อีกคนท้า “นายจะดูถูกอดีตสปายรัสเซียเกินไปแล้ว”

คราวต่อมาเป็นนาตาชาที่ได้ทรูธออร์แดร์สตีฟ

“โห่ย” นาตาชาแกล้งทำเสียงโอดเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายดื่มยังไงก็ไม่เมา สตีฟเหมือนรู้ชะตากรรมล่วงหน้า “ทรูธ”

“โฮ๊ยยย” เพ็กกี้ร้องขึ้น “ชักสนุกแล้วสิ”

“ทำไมฉันต้องดื่มแล้วไม่เมาด้วยนะ ว่ามาสิ” บ่นแต่ก็ยอมรับโดยดี

“คุณ—สตีฟ โรเจอร์ส เคยจูบกับ โทนี่ สตาร์คมั้ย”

คำถามนี่มัน… สตีฟหันไปมองหน้าโทนี่แต่อีกฝ่ายนั่งฟังเขานิ่งๆยิ้มๆ

เสียงทุ้มตอบอ้อมแอ้ม “…เคย”

คนอื่นๆในวงเฮลั่น เว้นก็แต่สตีฟที่กุมขมับกับโทนี่ที่หัวเราะคิกคัก ก็เขาไม่นึกว่าสตีฟจะพูดจริงๆนี่นา…

“คุณนี่ไวไฟเหมือนกันนะสตีฟ” เพ็กกี้แซว

“ฮื้อ เพ็ก” สตีฟเอามือปิดหน้า แล้วก็ส่งมืออีกข้างไปหมุนขวด แล้วก็มาตกที่แจน… แต่สตีฟไม่รู้จะถามอะไรเธอดี จึงถามเธอว่าเคยแอบชอบใครในโรงเรียนที่ไม่ใช่เพื่อนนักเรียนมั้ย เธอตอบ ‘ใช่’

ถึงตาแจนหมุนขวด และไปตกที่โทนี่ “ทรูธออร์แดร์” เด็กสาวถาม

“เอิ่ม… แดร์”

เขาเห็นนาตาชากระซิบกับแจนแล้วก็หัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน “ฉันท้าให้นายดื่มเพียววอดก้าสองช็อต”

“จะหักคอฉันเหรอไง” แม้จะบ่นแต่ก็ทำตามที่ท้า

โทนี่ได้เล่นต่อและไปตกที่บัคกี้ ไม่รู้จะถามอะไรดี สุดท้ายก็มาลงที่คำถามสิ้นคิดว่าเคยจูบกับสตีฟมั้ย นาตาชาผิวปาก ทุกคนส่งสายตาถามว่า ‘หึงหรือไง?’ ไปที่คนถาม แต่โทนี่ไม่สะทกสะท้าน และบัคกี้บอกว่า ‘ใช่… และไม่ Kiss for life มากกว่า เอิ่ม… ผายปอดตอนหมอนี่จมน้ำน่ะ’

เพ็กกี้คือคนต่อไปที่โดน เธอถูกถามว่า มีคู่ไหนที่เชียร์เป็นพิเศษมั้ย เธอตอบด้วยสายตาโดยหันไปมองสองหนุ่มที่นั่งตรงข้ามเธอ แต่ทั้งสตีฟกับโทนี่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ บัคกี้แกล้งโอด ‘ฉันนึกว่าเธอจะเชียร์ฉันกับแนท’ เพ็กกี้ตอบอย่างทีเล่นทีจริงว่า ‘นายกับแฟนเกิร์ลฉันน่ะเหรอ’ เรียกเลือดฝาดแดงๆบนหน้าของนาตาชาได้เป็นอย่างดี

เกมส์ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ บางครั้งก็ถูกสั่งให้เต้นรั่วๆ…ที่เปลี่ยนเป็นยั่วเมื่อโทนี่ สตาร์คเป็นคนเต้น เล่นเอาสตีฟเขินจนหน้าดำหน้าแดง เหล้าที่ชงไว้ก็พร่องไปเรื่อยๆเช่นกัน ดูเหมือนว่าโทนี่ สตีฟกับนาตาชาจะได้ดื่มเยอะที่สุด แต่ที่ต่างไปคือสปายสาวแค่มีท่าทีมึนๆเท่านั้น ไม่เหมือนโทนี่ที่ชักจะเริ่มเลื้อย และสตีฟที่ไม่รู้สึกอะไรเลย

ที่สำคัญคือวอดก้าแบบเพียวๆส่วนใหญ่จะได้ลงไปนอนอยู่ในกระเพาะโทนี่มากกว่า…

สตีฟรู้ว่าทุกคนแกล้งจะมอมโทนี่ให้เมาแล้วโยนให้เขาดูแล

“สี่ทุ่มแล้วอะ พอดีกว่ามั้ง” เพ็กกี้เสนอ

“นั่นสิคะ” แจนเห็นด้วย

“โทนี่ก็เริ่มไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” สตีฟพูดถึงอีกฝ่ายที่ตอนนี้มือไม้ชักเริ่มอยู่ไม่สุข

ทุกคนเตรียมกลับหอพัก “ดูแลโทนี่ดีๆนะ ขอให้โชคดี” แจนกับบัคกี้ว่าพลางหัวเราะ ก่อนจะหันไปหาเพ็กกี้ที่ประคองนาตาชาไว้

“…ขอบใจที่อวยพร” สตีฟถอนหายใจพรืดพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ เมื่อส่งทุกคนด้วยสายตาไปแล้วก็หันกลับมาหาไอ้ตัวแสบที่กอดเขาไว้แน่น “โทนี่…” สตีฟเรียกอีกคนเบาๆ

“หื้อ?” นัยน์ตาสีน้ำผึ้งปรือขึ้นนิดๆ แล้วยิ้มมุมปาก “อารายแคป”

“นายเมาแล้ว” คนผมบลอนด์ส่ายหน้า “ไปนอนกันนะ”

“อือ… อุ้มหน่อย” น้ำเสียงอ้อนๆของคนเมาย้ำว่ายังไงก็ควรจะต้องอุ้มไป

ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มลอยหวือจากโซฟา ท่อนแขนโอบรอบคอคนที่อุ้ม “งื้อ”

สตีฟเดินขึ้นไปที่ห้องนอน ต้องขอบใจระบบปัญญาประดิษฐ์ของจาร์วิสที่แม้ไม่ได้ปรากฏตัวแต่ก็เปิดประตูให้โดยที่ไม่ต้องขอ

ร่างของโทนี่ถูกวางลงบนเตียง ดูเหมือนจะหลับแล้วด้วยซ้ำไป คนที่ยังมีสติเหลือครบตัดสินใจจะลุกไปเตรียมหาอะไรมาเช็ดตัวให้ แต่ก็สะดุดกับกล่องไม้เล็กๆบนโต๊ะเล็กๆข้างเตียง มีโพสต์อิทแปะอยู่

หากคุณเห็นแล้ว อย่าลืมเปิดดูนะครับกัปตันโรเจอร์ส— J

เขายังไม่ทันได้คิดอะไร เสียงเคาะประตูเบาๆก็ดังขึ้น สตีฟเดินไปเปิดประตูแล้วก็เจอจาร์วิสพร้อมอ่างน้ำใบเล็กกับผ้าขนหนู “กำลังจะไปหยิบพอดีเลย ขอบคุณนะครับจาร์วิส” มือใหญ่เอื้อมไปรับมา ยิ้มจางๆถูกส่งให้พ่อบ้านหนุ่ม

“ฝากด้วยนะครับกัปตัน อ้อ กุญแจน่าจะอยู่ในลิ้นชักแถวๆนั้น” จาร์วิสพูดยิ้มๆ แต่ไม่ทันที่สตีฟจะได้ถามอะไรอีกคนก็เดินจากไปแล้ว

“อะไรเนี่ย” หน้างงๆของเขาในตอนนี้น่าจะบอกความรู้สึกได้ดีทีเดียว

ขายาวๆกลับมาที่เตียงอีกครั้ง โทนี่หลับจริงๆแล้ว สตีฟตัดสินใจปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนๆให้อีกคน ก่อนจะเช็ดตามใบหน้าและลงมาที่ลำคอ หยุดที่แผ่นอก แล้วจึงตัดสินใจเอาผ้ามาห่มให้ เอาอ่างไปตั้งไกลๆ และหันมาสนใจกล่องไม้เล็กๆที่พอดูอีกทีแล้วน่าจะเป็นกล่องใส่ซิการ์ของฮาเวิร์ดและมีกุญแจล็อกไว้ สตีฟเลื่อนเปิดลิ้นชักชั้นบนอย่างเบามือ แม้ในห้องจะค่อนข้างมืดและมีเพียงแสงสีฟ้าเรืองลอดผ่านเนื้อผ้าและสาบเสื้อของโทนี่ แต่ขอบคุณที่เขาสามารถมองเห็นได้ในที่มืดและที่ที่แสงสลัว แม้จะรางๆก็เถอะ มือใหญ่ค้นในลิ้นชัก แทนที่จะเจอกุญแจก็เจอซองพลาสติกเล็กๆที่ตอนแรกเขานึกว่าเป็นขนมหรือลูกกวาด

แต่พอเอาออกมาจากเงามืดในลิ้นชัก เขาพบว่าสิ่งที่คิดว่าเป็นขนม ที่จริงเป็นถุงยางอนามัย…

สตีฟหน้าแดง รีบโยนกลับเข้าไปในลิ้นชัก ไม่ใช่ว่าไม่คิดว่าเด็กนี่จะมีอะไรแบบนี้นะ แต่… อันที่จริงเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเขินไปทำไม ตอนนี้เขารู้สึกร้อนๆที่หน้ายังไงไม่รู้

แล้วก็กลั้นใจค้นใหม่อีกครั้ง คราวนี้เจอกุญแจเจ้าปัญหาแล้ว เจ้าตัวเปิดกล่องไม้ที่ว่า แล้วก็พบว่ามีรูปถ่ายใบเล็กๆอยู่เต็มไปหมด

เป็นรูปตอนเด็กๆของโทนี่ที่ถูกถ่ายเก็บไว้ สตีฟไล่ดูรูปทีละใบๆ รอยยิ้มที่ผุดบนริมฝีปากกว้างขึ้นเรื่อยๆสลับกับเสียงกลั้นหัวเราะเบาๆเมื่อเจอรูปที่เขาถูกใจ บางรูปก็เป็นรูปที่โทนี่กำลังเล่นของเล่น บางรูปก็ตอนที่โทนี่กำลังประกอบเครื่องยนต์ หรือแผงวงจร หรืออะไรซักอย่างที่เขาก็ไม่มั่นใจ บางรูปก็เป็นตอนโทนี่กำลังกินขนมหรืออาหารที่บางทีก็เลอะตามประสาเด็ก บางรูปก็เป็นรูปตอนโทนี่อายุประมาณสิบสามสิบสี่กับเพื่อนๆ รูปมีตั้งแต่ยังเล็กๆสลับกับสมัยที่โตแล้ว แต่มารูปหลังๆนี่ดูเหมือนเขาจะจับจุดสังเกตบางอย่างได้

โทนี่ตัวเล็กๆกับของเล่นกัปตันอเมริกาบ้าง รูปโทนี่ที่ถูกแอบถ่ายระหว่างนั่งกอดหมอนอิงลายโล่กัปตันอเมริกาบ้าง

สตีฟคิดว่าเขารู้ว่าที่จาร์วิสต้องการจะสื่อนี่คืออะไร แทบกลั้นยิ้มไม่อยู่เมื่อกำลังคิดเข้าข้างตัวเอง

แล้วรูปใบสุดท้าย… โทนี่ ที่อายุน่าจะซักประมาณเจ็ดแปดขวบ ในชุดกัปตันอเมริกาพร้อมโล่เล็กๆ ก็ทำให้เขาแน่ใจว่าที่เขาคิดน่ะไม่ได้คิดเองเออเอง

แต่แล้วความคิดก็ชะงักลงเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นด้านหลัง เขามั่นใจว่าอีกคนนอนอยู่ แต่มือที่เริ่มเลื้อยมากอดเอวเขาและอีกข้างที่เริ่มค่อยๆไล้ต่ำลงไปเรื่อยๆทำให้สตีฟไม่ค่อยมั่นใจว่าเมื่อกี๊อีกคนหลับจริงหรือเปล่า…

“โทนี่…” สตีฟเรียก อีกคนไม่ตอบ มือใหญ่จับหมับเข้าที่ข้อมือของเด็กหนุ่ม

“หือ…” เสียงครางรับเบาๆในลำคอดังขึ้นหลังเขานี่เอง โทนี่น่าจะเอาหน้าซุกกับหลังของเขาอยู่

“อย่านะ” เสียงทุ้มปราม

“ก็มันหนาว เห็นคุณไม่มานอนด้วย…” เสียงงึมงำแทบฟังไม่ได้ศัพท์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อีกคนเปลี่ยนมานั่งซ้อนหลังเขาและกอดเอวเขาไว้ จมูกโด่งซุกเข้ากับซอกคอของคนที่นั่งอยู่ก่อน “เมื่อกี๊ทำอะไรอยู่อะ”

“เปล่า” คนถูกถามตอบปัด นึกในใจว่าโชคดีที่รูปที่เหลือถูกเก็บไว้แล้ว แต่เหลือก็แต่รูปใบสุดท้ายนั่นที่อยู่ในมือเขา จะว่าโชคดีหรือเปล่าที่เขาใช้ทริคแอบไว้ที่ในแขนเสื้อทัน…

เสียงพร่ากระซิบ “ไม่เชื่อ” ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดผิวเนื้อจนคนที่ทำเป็นนั่งนิ่งเกร็งจนตัวแข็งทื่อ

“ไม่เอาน่า” เสียงทุ้มขาดห้วงนิดๆแต่โทนี่จับได้

ขาข้างหนึ่งตวัดรอบเอวคนด้านหน้าแล้วย้ายตัวเองขึ้นมานั่งคร่อมตัก “คุณจะบอกหรือไม่บอก”

“ไม่”

“งั้นต้องลงโทษคนปากแข็งหน่อยละ”

“อะไร— อุ๊บ”

คำพูดที่จะต่อแย้งถูกกลืนไปกับจูบที่คนบนตักเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยจูบกันเลยก็จริงแต่คราวนี้มากกว่าที่เคย สัมผัสร้อนๆของปลายลิ้นที่แตะบนริมฝีปากทำให้สตีฟทำอะไรไม่ถูก มืออุ่นที่ก่อนหน้านี้วางอยู่บนลาดไหล่บัดนี้ประคองอยู่บนใบหน้าของเขา แรงดูดดึงหนักๆบนริมฝีปากปัดสติกระเจิง ลูกแก้วสีฟ้าปิดลงช้าๆ สัมผัสเร่าร้อนที่อีกคนมอบให้ทำเอาตัวเขาอ่อนยวบ เมื่ออีกคนโน้มตัวลงมาหน่อย ร่างของสตีฟก็แผ่ราบไปบนพื้นเตียง

“อื้อ…”

สตีฟครางประท้วง เสียงหอบหายใจของคนถูกจูบทำให้โทนี่ยิ่งรุกหนักขึ้น ปลายลิ้นของเด็กหนุ่มแตะชิมความหวานจากอีกฝ่ายที่ได้แต่ตอบรับสัมผัสอย่างเก้กัง มือใหญ่ที่ก่อนหน้าวางอยู่ที่เอวของอีกคนเลื่อนขึ้นมาทาบบนแผ่นอก โทนี่พอจะรู้ว่าอีกคนอยากให้เขาผละออกไป แต่เขายังไม่อยากหยุดตอนนี้ ได้แกล้งแล้วทำไมต้องเลิกง่ายๆด้วยล่ะ…

สตีฟผละออกได้ครู่เดียว “โทนี่ อะ..” แล้วก็ริมฝีปากอิ่มก็ถูกบดเบียดอีกครั้ง

แต่แทนที่จะดูเร่าร้อนแบบครั้งก่อนหน้า นี่กลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและหวาน…

ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดช้าๆ จังหวะเนิบนาบแต่ทำให้คนทั้งคู่รู้สึกหวามไหวในใจ ราวกับกำลังละเลียดขนมหวาน อบอุ่นจนรู้สึกเหมือนช็อกโกแลตที่กำลังหลอมละลาย มือที่พยายามดันคนด้านบนออกถูกรวบกดไว้กับเตียงด้วยมือเดียว เสียงเครือในลำคอเบาๆจากโทนี่ทำให้สตีฟรู้ว่าอีกฝ่ายพอใจขนาดไหน

“อืม…”

เมื่อพอตั้งสติได้สตีฟเองก็มอบจูบตอบกลับไปบ้าง ปลายลิ้นรุกเข้าไปในโพรงปากของเด็กหนุ่ม แอลกอฮอล์รสแรงยังคงหลงเหลือรสชาติไว้พอให้รับรู้ได้ กลิ่นผลไม้หอมหวานยังคงอวลจางๆ อีกคนที่ไม่ทันตั้งตัวก็ได้แต่รับสัมผัสเช่นกัน ทิ้งท้ายด้วยแรงดูดดึงบนริมฝีปากบางเรียกเสียงครางอึงของผู้ถูกรุกกลับ

ริมฝีปากของทั้งคู่ผละออกจากกัน โทนี่ปรือตาขึ้นมองอีกคน สตีฟยังคงหลับตา เสียงหอบหายใจจากการจูบเมื่อครู่แผ่วลง ริมฝีปากอิ่มแดงเจ่อเผยอรับอากาศ น่ารักจริงๆเลยให้ตายเถอะ…

“คุณร้ายกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย”

“…”

“…”

“นายคิดว่านายจูบเป็นแค่คนเดียวเหรอ”

“นี่คุณ…”

“นายอาจจะลืมไปว่าฉันเรียนรู้ไว”

“ก็ไวจริงๆนั่นแหละ”

“…”

“…”

“สรุปเมื่อกี๊ทำอะไรอยู่”

“ไม่บอก”

“อีกทีดีมั้ย—” ว่าแล้วก็โน้มตัวลงมาอีกรอบ

“พอแล้ว” คนที่นอนอยู่ด้านใต้หันหน้าหนี ทำให้คนด้านบนได้แค่ฉวยโอกาสหอมแก้มเท่านั้น

“เสียงอ่อนเชียว” โทนี่แซว

“เงียบน่า”

“แอบเห็นคุณเอ๋อไปตอนเพิ่งจูบเสร็จด้วยล่ะ—”

“โอ้ ไม่”

“น่ารักน่าฟัดชะมัดเลย—”

“โทนี่!”

“จ๋า”

“…”

มือของนักประดิษฐ์ไล่ลงมาที่แขนเสื้อของอีกฝ่าย “แต่ เหมือนเมื่อกี้จะรู้สึกว่าอะไรมันมาถูกที่อกผมนะ จะว่าปกแขนเสื้อก็ไม่ใช่อะ”

แววล่อกแล่กในแววตาสีฟ้าปิดไม่มิด “…อะไร”

นิ้วเรียวสะดุดกับแผ่นกระดาษแข็งๆใต้แขนเสื้อที่สตีฟซ่อนไว้ ซวยแล้วไงสตีฟเอ๊ย…

“ไหนขอดูหน่อยซิว่าอะไร— โอ้ พระเจ้าช่วย…”

“…”

โทนี่กุมขมับ “คุณไปหาเจอจากไหนเนี่ย”

“จาร์วิสให้เปิดดูในกล่องนั้นอะ” สตีฟไม่พูดเปล่า ชี้ให้อีกคนดูด้วย

“จาร์วิส!” โทนี่แหว ทำท่าจะกระโจนลงจากเตียงแต่ถูกรวบตัวลงมาไว้ก่อน หน้าของเด็กหนุ่มฟุบลงกับอกกว้าง

“เดี๋ยวสิ” สตีฟพูดขึ้น

“…”

คนตัวสูงก้มลงกระซิบข้างหู “นี่ใช่มั้ยที่ทำให้นายต้องทำเป็นเก๊กเวลาอยู่กับฉัน”

“ไม่เอาน่า—”

“ทำไมครับคุณแฟนบอย เขินเหรอ”

“เฮือก อย่านะ!” เสียงห้าวที่เคยได้ยินตอนนี้กลายเป็นเสียงสูงแง้วๆเหมือนลูกแมวไปแล้ว

“ฮ่าๆ นายนี่น่ารักชะมัด” ว่าแล้วสตีฟก็ฟัดคนในอ้อมกอดแรงๆ เด็กหนุ่มตัวโตในอ้อมอกเขากลับไปเป็นเด็กน้อยแปดขวบอย่างสมบูรณ์

“อื้อ ไม่เอา” ร่างสูงโปร่งดิ้นจากอ้อมกอดของร่างใหญ่กว่า

ฟอด!

สตีฟหอมแก้มอีกคนฟอดใหญ่ ทำเอาคนในอ้อมกอดชะงัก

“ฮื้อ อย่าแกล้งนะ” โทนี่ซุกหน้ากับอกอีกคนไม่ยอมผละออก สตีฟถึงกับหลุดขำ “นี่ ไม่ตลกนะ” โทนี่แว้ดใส่

“ความรักของคนคนนึงจะไปเป็นเรื่องตลกได้ยังไง” เสียงทุ้มถามอย่างอารมณ์ดี

“…แล้วคุณขำอะไร” เสียงสูงๆอย่างเมื่อครู่เปล่งออกมาเบาหวิว

“ก็นายน่ารัก”

“…”

“…”

“รู้ว่าน่ารักก็รักเยอะๆด้วย”

“รับทราบครับ”

“แคปคุณอย่าพูดครับสิ”

“ทำไมอะ”

“…แพ้”

“ฮ่าๆ”

“อย่านะ…”

“ก็เพราะน่ารักถึงแกล้งไง…ครับ”

“…ฮื่อ”

สตีฟยิ้มกว้าง อ้อมแขนรัดกอดแน่นขึ้น โทนี่ก็กอดตอบเหมือนกัน

“…งี้คุณก็เห็นไอ้ที่อยู่ในลิ้นชักแล้วดิ”

“หมายถึงอะไร”

“ถุงยางไง”

“ทะลึ่ง”

“ทะลึ่งอะไร ผมก็เก็บไว้เผื่อใช้กับคุณไง”

“บ้า ฉันเนี่ยนะจะไปใช้ถุงยางกับนาย”

“คุณไม่อยากให้ผมใส่เหรอ โอเค ได้อยู่นะ”

“เด็กบ้า! เงียบไปเลย” ไอ้เด็กที่เขาชมว่าน่ารักเมื่อกี๊หายไปไหนแล้วนะ…?

“ฮ่าๆ”

“แล้วหมายความว่าไงที่นายจะเป็นคนใส่”

“…นี่คุณคิดว่าผมจะอ่อนข้อให้คุณเหรอ ฝันไปเถอะ โทนี่ สตาร์คต้องอยู่ด้านบนสิ—”

“ก่อนจะคิดถึงตอนนั้นน่ะ นายยังไม่เคยบอกว่าเราเป็นอะไรกันเลย”

“คุณต้องการคำพูดมาคอนเฟิร์มใช่มะ—”

“อย่าเพิ่ง—”

“…”

“หมายถึงอยู่แบบนี้ก็ไม่อึดอัดดี”

“…ก็จริง ผมก็คิดเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากชัดเจนกับคุณนะ”

“อือ เหมือนกันเลย”

“อันที่จริงแค่การกระทำของเราก็มากกว่าเพื่อนไปแล้วอะ”

“ฉันก็คิดงั้น”

“เราจะเป็นอะไรก็ช่างเถอะนะ แต่ผมอยากบอกให้คุณรู้ว่าผมมีแค่คุณ”

“…”

“…”

“ฉันก็มีแค่นายเหมือนกัน”

โทนี่ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ฟังเสียงหัวใจของคนที่กอดเขาอยู่เท่านั้น

“ว่าแต่นี่เมื่อกี๊นายแกล้งหลับใช่มั้ย”

“รู้ได้ไงอะ”

“…แกล้งฉันใช่มั้ย”

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ… ไม่ แต่ก็ใช่นะ ผมหลับไปนิดนึง”

“สนุกมั้ย” เสียงทุ้มอ่อนลงกว่าเดิมแต่ทำเอาใจโทนี่แกว่ง

“คุณโกรธผมเหรอ”

“ใช่”

“…”

“เมื่อตอนกลางวันบนรถนายก็เล่นอะไรไม่รู้”

“ผมเปล่านะ—”

“ไม่คิดเหรอว่าเล่นกับความรู้สึกฉันแรงไปมั้ย”

“…”

“…”

“ผมขอโทษ”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“…”

“…”

“…”

“ฉันเองแหละที่ปล่อยให้นายทำแบบนั้น เพราะ…”

“เพราะ?”

“ไม่รู้สิ มันก็น่าอารมณ์เสียหน่อยใช่มั้ยล่ะที่ถูกปั่นหัว แต่ไม่รู้เพราะอะไรฉันกลับรู้สึกว่าถ้าขาดไปคงจะเหงาแปลกๆ”

“…” โทนี่ไม่ยอมพูดอะไรแต่กอดอีกคนไว้แน่น

สตีฟก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาเช่นกัน แล้วจู่ๆโทนี่ก็เป็นฝ่ายพูดขึ้น

“ก็เพราะคุณน่ารัก ผมถึงได้ชอบแกล้งคุณไง”

“ฉันยอมนายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

“เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มรักผมก็เมื่อนั้นแหละ”

“แหวะ”

“แค่จูบกับผมคุณก็ท้องแล้วเหรอ”

“บ้า!”

“ฮ่าๆ”

“เงียบเลยนะ”

“ว่าแต่เมื่อเช้าที่ห้างอะคุณคิดอะไรอยู่” โทนี่เงยหน้ามอง

เหมือนสตีฟจะนึกอะไรได้ “…เปล่าซะหน่อย” แต่ก็ปฏิเสธ

“นี่คุณ”

“อะไร”

“หน้าบูดอีกแล้วนะ”

“อะไร ฉันเปล่า—”

“คุณบอกเองนะว่าทำหน้าบูดแล้วหน้าแก่ นี่อะไร คุณทำซะเองนะ”

“ใครทำหน้าบูด”

“คุณไง—”

“ฉันเปล่าซะหน่อย”

“คุณทำอยู่”

“เงียบน่า…”

“ปากแข็งชะมัด”

“เฮ้อ…”

“ถอนหายใจทำไม”

“ให้ตอบจริงๆใช่มั้ย” ตาสีฟ้าหลุบต่ำลง

“อาฮะ”

“…เป็นห่วง”

“เรื่อง?”

“นายน่ะ ทำงานหนักไปหรือเปล่า”

“…”

“ฉันเห็นด้วยนะเรื่องที่ผอ.ฟิวรี่พูด—”

“อย่าพูดถึงเขาเวลาคุณอยู่กับผม—”

“—ไม่โทนี่ นายโหมงานหนักขนาดลืมทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ไง”

“…แล้วถ้าผมไม่ทำ ใครจะทำล่ะครับ”

“…แต่นายไม่เห็นต้องทำงานหนักขนาดนั้นเลยนี่” สตีฟเงยหน้ามองอีกคน

“…” โทนี่เงียบไป

“รู้มั้ยนายร่าเริงน้อยกว่าแต่ก่อน”

“คิดว่านะ…”

“ไม่ได้อยู่คนเดียวแบบเมื่อก่อนแล้วนะรู้หรือเปล่า”

“…อือ”

“อือนี่คืออะไร”

“รู้แล้ว”

“ดีแล้ว”

“ว่าแต่ของที่คุณให้ผมคืออะไรอะ”

“…จะเปิดดูเลยมั้ยล่ะ”

“อ้อ คุณหมายถึงคุณเป็นของขวัญให้ผมอะเหรอ เปิดเลยก็ได้นะ” โทนี่เอื้อมมือลงไปทำท่าจะปลดกางเกงสตีฟ อีกคนแทบห้ามไม่ทัน “โทนี่!”

“เอ๋า คุณจะอายอะไร อาบน้ำด้วยกันก็อาบมาแล้ว—”

“บ้าหรือไง!”

“ก็นึกว่าตามที่คลินท์บอกไง”

“ใครจะไปทำแบบนั้นเล่า” สตีฟดันอีกคนให้ลงมานอนข้างๆแล้วลุกไปที่โต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่อีกฟากห้อง หยิบเอากล่องของขวัญที่ตัวเองให้อีกฝ่ายกลับมาที่เตียง โทนี่ลุกขึ้นนั่ง “อะ แกะสิ” สตีฟส่งกล่องของขวัญให้

โทนี่รับมาแกะดู เมื่อเจอกล่องทรงสวยในนั้นดูเหมือนว่าเขาจะรู้แล้วว่ามันคืออะไร

“นาฬิกาเหรอ?”

“เปิดดูสิ”

ในนั้นเป็นนาฬิกาสีดำล้วนดีไซน์เรียบหรู พรายน้ำบนตัวเลขเรืองแสงสีฟ้าอ่อน สีแดงสดของพรายน้ำบนเข็มเรืองในความมืด ดูก็รู้แล้วว่าอีกคนตั้งใจเลือกให้เขาแค่ไหน “นาฬิกาจริงๆด้วย” เด็กหนุ่มพูดขึ้น

“ฟังดูบ้านะ คือฉันรู้ว่านายไม่ชอบใส่นาฬิกา จะใส่ก็ต่อเมื่อมีงานเท่านั้น แต่ก็ยังซื้อนาฬิกามาให้นายใส่—”

“ใส่ให้หน่อย”

“…ห๊ะ?”

“ใส่ให้ผมหน่อย”

โทนี่หันกล่องออกให้อีกคน แม้จะประหลาดใจไม่น้อยแต่สตีฟก็ได้แต่ทำตามที่อีกคนขอ มือใหญ่หยิบนาฬิกาออกมาจากกล่องทาบบนข้อมือที่อีกคนยื่นมาแล้วใส่ให้

“โอเคเลยแฮะ” เจ้าของวันเกิดเอ่ยขึ้น

“อยากให้นายดูเวลาบ้าง จริงอยู่นายยังเด็ก แต่การใช้ชีวิตแบบไม่พักมันทำให้ในอนาคตสุขภาพนายแย่ลงนะ”

“แล้วผมก็จะได้อยู่กับคุณนานๆใช่ป้ะ”

“ถ้านายอยากให้เป็นแบบนั้นล่ะก็นะ…”

“หึหึ ขอบคุณครับ”

“ชอบมั้ย”

“ชอบสิ”

“ดีใจชะมัดที่นายชอบ”

“คุณให้อะไรผมก็ชอบทั้งนั้นแหละครับ”

“…”

“ในแชทนั่นน่ะผมพูดจริงนะไม่ได้พูดเล่น”

“…อือ” เจ้าตัวยกมือมาเกาแก้ม ถามกลับเสียงเบาหวิว “แล้วชอบคนให้มั้ย”

“…”

“…”

“รักเลย”

“บ้า”

“นอนกันเหอะ” ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอน

เจ้าของผมบลอนด์ทำหน้าประหลาดใส่อีกคน “เน่าๆแบบนี้เนี่ยนะ แล้วใครที่ไหนเค้าใส่นาฬิกานอนกัน”

“ไม่สนแล้ว แล้วก็นะ คุณเน่าผมก็อยากกอดอยู่ดีอะ” เด็กหนุ่มดึงมืออีกคนให้ลงมานอนด้วย อีกฝ่ายก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร นอนลงแล้วก็ถูกเด็กหนุ่มดึงเข้าไปกอด

“อย่าว่าแต่ฉัน นายก็เน่า แล้วนายไม่ถามฉันหน่อยเหรอว่าอยากกอดนายมั้ย”

“ถ้าคุณไม่อยากกอดผมคุณหนีกลับหอไปนานแล้ว”

“เงียบน่า…”

“หึหึ”

“อะไร!”

“เปล่าครับบบ พรุ่งนี้ช่วยผมแกะของขวัญด้วยนะ”

“…อยู่กับนายแล้วอารมณ์ฉันขึ้นๆลงๆเหมือนโรลเลอร์โคสเตอร์เลย”

“ก็ดีสิ มีผมเป็นความตื่นเต้นในชีวิตแล้วชีวิตคุณจะได้มีสีสันไง”

“…นอนดีกว่า”

“ฮ่าๆ หนีผมเหรอ”

“เปล่าซะหน่อย …สุขสันต์วันเกิดนะ ฝันดี” พูดจบสตีฟก็ชิงจูบเบาๆที่หน้าผาก ทำเอาโทนี่เหวอกิน คนจูบหัวเราะหึหึก่อนถูกอีกคนขโมยจูบที่ริมฝีปากเบาๆ

เจ้าของวันเกิดยักคิ้วหลิ่วตาให้ “…ฝันดีครับ” แล้วก็ทิ้งให้คนแก่กว่าเหวอบ้าง…

 

 

 

 

 

 
Bonus scene

เช้าวันอังคารเด็กหนุ่มสองคนเดินออกมาจากห้องนอน ทั้งคู่อาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้วและออกมาที่ห้องครัว จาร์วิสที่เตรียมอาหารเช้าอยู่ทักขึ้น “อรุณสวัสดิ์ครับเจ้านาย กัปตันโรเจอร์ส เหมือนเดิมใช่มั้ยครับ?”

“…อือ ขอกาแฟหน่อย” เด็กหนุ่มหน้าหนวดฟุบลงกับโต๊ะอาหารทันทีที่นั่งแหมะลงบนเก้าอี้ “นายแฮงค์หรือไง ไหนเมื่อคืนยังโวยวายอยู่เลย” เด็กหนุ่มผมบลอนด์บ่น

“เป็นแบบนี้ตลอดแหละครับกัปตัน แม้จะดื่มหรือไม่ดื่มก็ตามที” จาร์วิสยิ้ม เดินมารินกาแฟให้ทั้งคู่

“ขอบคุณนะครับจาร์วิส” สตีฟยิ้มให้แล้วหันมามองคนที่ฟุบอยู่ “ตื่นได้แล้วน่าโทนี่”

“งือ แคป ง่วงอะ” เงยหน้ามาแล้วก็หาวหวอด

เสียงทุ้มเอ่ยล้อ “นายเป็นคนหรือสิงโตน่ะ”

สายตาของโทนี่เหลือบมองเชิ้ตสีขาวที่อีกคนใส่ แน่นอนว่ามันเป็นของเขา ตอนเขาใส่มันก็โอเวอร์ไซส์นะ แต่พออีกคนใส่แล้วเน้นเอวสอบสวยรับสะโพกแน่นๆแถมตรงช่วงอกฟิตๆตึงๆจนต้องปลดกระดุมเม็ดสองเม็ดบนออก ฮ่า ดีจังเลยน้า…

“ที่จริงก็เหมือนกันนะ จ้องจะขย้ำคุณไง—”

“ทะลึ่ง!”

พ่อบ้านหนุ่มนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ “อาหารเช้าได้แล้วครับ” จานไข่ดาว เบคอน แฮมและจานเล็กเปล่าสำหรับแบ่งถูกวางลงตรงหน้าทั้งสองคน รวมถึงจานใหญ่ที่อยู่ตรงกลางที่ถูกครอบไว้

“หืม แพนเค้กเหรอ” สตีฟเปิดฝาครอบจานกลางที่ตั้งระหว่างอาหารเช้าปกติของเขาสองคน “…”

“…” โทนี่ที่เห็นว่าอะไรอยู่ในจานกลางแล้วแทบขว้างส้อมไปปักหัวจาร์วิส “จาร์วิส! โอ๊ย” เด็กหนุ่มกุมขมับแล้วฟุบไปกับโต๊ะ

กองแพนเค้กรูปกัปตันอเมริกา เพิ่มเติมคือตั้งอยู่ข้างๆกองแพนเค้กรูปไอรอนแมน

“ก็คุณบอกว่าเหมือนเดิม ก็เหมือนเดิมตอนนั้นไงครับเจ้านาย ผมเลยลองหัดทำรูปคุณ จะได้อยู่ข้างๆกัน” เสียงสังเคราะห์พูดกลั้วหัวเราะ “Capcakes are always on the menu, sir.” ย้ำคำพูดเมื่อวานอีกรอบก่อนร่างสูงกว่าร้อยเก้าสิบจะเดินหายไปจัดการล้างแก้วและจานจากงานเลี้ยงเมื่อคืน

สตีฟยิ้มกว้าง “อันนี้คือที่นายกินเมื่อก่อนใช่มั้ย” ว่าพลางชี้กองแพนเค้กรูปตัวเอง

อีกคนเงยหน้ามามองนิดหน่อย ปากยู่ๆบอกอารมณ์ได้ดี “อือ…” โทนี่อยากเอาหน้าโขกกองแพนเค้กตาย จาร์วิสจะขายเขาไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย…

คนตัวใหญ่หัวเราะร่า เอื้อมมือมาลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มของคนที่นั่งตรงข้าม “กินซะ จะได้มาแกะของขวัญ”

สัมผัสนั้นทำให้โทนี่เงยหน้ามองอีกคน คางเขายังเกยอยู่กับโต๊ะ อกเสื้อตึงๆ มืออุ่นๆที่เอื้อมมาลูบผมเขาและยิ้มสดใสของอีกคนทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้น

พอเห็นรอยยิ้มนางฟ้าของคนตรงหน้าแล้ว ฮือ… คนหล่อใจจะละลาย

 

ขอไปกินแคป เอ้ย แพนเค้กก่อนนะ…

 

 

 

 

 

(2nd)Bonus scene

“ของขวัญเยอะชะมัด”

ทั้งสตีฟและโทนี่ที่ตอนนี้นั่งอยู่กับพื้นห้องนั่งเล่นช่วยกันแกะกล่องของขวัญที่ได้มาเมื่อวาน ผู้ช่วยจำเป็นอย่างสตีฟช่วยแกะกระดาษห่อออกให้ ส่วนเจ้าของของขวัญอย่างโทนี่รับกล่องมาเปิด พวกเขาแกะไปได้บ้างแล้วแต่ส่วนใหญ่ก็ยังกองอยู่เต็ม

“อะนี่” สตีฟส่งกล่องของขวัญให้ “น่าจะมาจากบัคกี้นะอันนี้” เหมือนว่าเขาจะเห็นเศษกระดาษห่อของขวัญแบบนี้ในถังขยะที่ห้องของเขากับบัคกี้ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าของแขนเหล็กจะห่ออะไรให้โทนี่ วันที่คุยกันในกรุ๊ปแชทเจ้าตัวดูจะเป็นคนแรกๆที่คิดออกว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญด้วย

โทนี่แกะกล่องของขวัญออกและชะโงกหน้าดูในกล่อง “โอ้ มาย—”

“เกิดอะไรขึ้นโทนี่” เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกคนแล้วสตีฟยิ่งสงสัย

โทนี่ไถลกล่องไปให้ “ดูเองเถอะแคป”

สตีฟไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมโทนี่ถึงอุทานแบบนั้น แต่พอเห็นของในกล่องแล้วเขาเข้าใจเลย

กล่องถุงยางอนามัยคละแบบอยู่ในนั้นเต็มไปหมด…

โทนี่กุมขมับ “เขาปรึกษาคุณมั่งมั้ยเนี่ยก่อนเลือกของให้ผมอะ”

“ไม่เลย” สตีฟตอบแล้วไหวไหล่ โทนี่หัวเราะลั่น “เอ้อ ผมล่ะเชื่อเขาเลย”

“ว่าแต่โทนี่”

“อะไรครับ”

“…แบบผิวไม่เรียบนี่คืออะไรอะ”

คำถามซื่อๆของสตีฟทำเอาโทนี่หัวใจแทบวาย ฮื้อ บางทีเขาก็คิดว่าอีกคนจะใสไปมั้ย เขามันคนบาปจริงๆที่คิดเรื่องอกุศลกับอีกคนมาตลอด โอ้พระเจ้าช่วย ขอพระองค์ยกโทษให้ลูกด้วย อ่าห์…

ยิ้มยียวนของเด็กหนุ่มจุดที่มุมปาก ตาสีน้ำผึ้งส่งสายตาหวานๆให้อีกคน “อยากรู้เหรอ มาลองกับผมดูมั้ย— อั้ก!”

สตีฟคว้ากล่องเปล่าปาใส่เขา “ฝันไปเถอะ!”

 

 

 

 

 

(Another)Bonus scene

Avengers Academy (60)

2017/05/29

Queen Bee
Queen Bee ได้ส่งรูปภาพ

Gamora
นั่น…

Peggy Carter
ที่เธอถ่ายไว้ได้เมื่อเช้าสินะ… ฮือออออออออ เธอทำดีมาก

Spidey
กัปตันกับคุณสตาร์ค…

Pepper Potts
ไม่ยักรู้ว่าคุณอยากเปลี่ยนงานวันเกิดเป็นงานแต่งนะเนี่ยโทนี่…

P. Quill
อยากไปฮันนีมูนแหวกแนวในอวกาศมั้ย ผมแนะนำได้นะ

Rocket
ควิลล์ คนซ่อมยานมันฉันนะ

JB
สองคนนั่นไม่ทำของพังบ่อยๆแบบควิลล์หรอกร็อคเก็ต

Nat R.
เดี๋ยว สองคนนั้นจะไปทำยานพังยังไง

Hawkeye
ไปถามแฟนเธอดูสิ

Nat R.
คลินท์…

Hawkeye
จ้า ไม่เล่นแย้ว

 

 

 

 

 

Talk:

ยาว ยาวมาก……. ยาวจนกินเวลาแต่งอีกฟิค #กรรม ยาวแบบนี่น่าจะเป็นฟิคตอนเดียวจบที่ยาวที่สุดในชีวิต
เปล่าลงเลทนะ เค้าลงตามเวลาที่อเมริกา แต่เรื่องอื่นนี่เลทชัว ยังแต่งไม่เสร็จเลยแต่ก็ยังอยากลง ฮื้อ
จริงๆตอนแต่งเรื่องนี้เครียดๆอยู่ ฉากปาร์ตี้คิดว่าไม่สนุกเท่าที่ควร เพราะรีบๆด้วย… อาจมีอะไรที่มาคิลมู้ดทุกคนหน่อยก็ขอกราบพระอภัยมา ณ ที่นี้…

 

จาร์วิสยังคงชงเจ้านายกับกัปตันเหมือนเดิม ชงแบบชงแก้วแตก ชงไม่แคร์สาวๆในโรงเรียนเลยทีเดียว

 

ส่วนบัคกี้ ทะลึ่ง… ใครบอกบัคกี้ใสๆ ไม่จริงเล้ย ดูเอ๋อๆมึนๆแต่ชอบพูดจาสองแง่สองง่ามแบบเซบบี้สแตนมากกว่า แต่ถึงยังงั้นฮีก็ยังเป็นห่วงเพื่อนตัวเองนะ เพื่อนแบบนี้น่ารัก แต่บางทีก็(ชงแรงจัดซะจน)แอบน่าเตะ 555555555555 คิดว่าหลังจากแคปกลับหอไปแล้วสองคนนี้อาจไปวอร์กันเล็กๆน้อยๆ #ตัดภาพไปที่แคปวิ่งไล่จับบัคกี้รอบโรงเรียน

 

ส่วนแจนกับป้าเพ็ก… นี่คือตัวแทนแห่งชิปเปอร์แบบไรท์เตอร์

 
นี่ก็แบบอิโทนี่ อิคนหื่น แอดไมร์หุ่นเขา อยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่ไม่ทำอะไร ทำไมไม่ปล้ำสตีฟ ปล้ำเลยแก ปล้ำเลย *ชูป้ายเชียร์สุดฤทธิ์*

 

พูดถึงหุ่นสตีฟนี่… นึกถึงหุ่นพี่คริสเถอะ ไหล่กว้าง เอวเล็ก สะโพกแน่น นมตึง รู้สึกฮืดฮาดทุกครั้งที่เห็นรูป อยากกอดเอว อยากซบไหล่ 5555555555555 ทุกครั้งที่สวมบทเป็นโทนี่คือ… อรา… อ่านผ่านฉากบรรยายรูปร่างสตีฟคือท่อนฮุคเพลง Shape of You แว่วมาในหู #รู้สึกหื่น

 
และมุกถุงยางพร่ำเพรื่อเหลือเกิน…ไม่แปลกใจเลยถ้าไม่ฮา #มุกไม่ฮาพารีดเดอร์เครียด

 
แต่อย่างไรก็ตาม สุขสันต์วันเกิดอัจฉริยะ มหาเศรษฐี เพลย์บอย แถมยังใจบุญสุนทานและสุดยอดแฟนบอยอันดับหนึ่งแห่งทุกจักรวาลของกัปตันอเมริกา โทนี่ สตาร์ค ก๊าบบบบบ

 
BTW ก็ขอฝากฟิคอีก 2 เรื่อง(หรือเปล่า)โปรเจควันเกิดคุณสตาร์คไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะเออ ไม่รู้จะได้ลงเมื่อไหร่…
อีกเรื่องนึง RPS พี่คริสกับเจ๊ดาว
อีกเรื่อง Post-Civil War แบบเรตๆ
ถ้ามีเรต ถึงไม่มีในสารบัญเด็กดีแต่เรารู้ว่าคุณจะหาอ่านได้ที่ไหน 5555555555555555555555555555555

 
บรัย

 

1st Edit (2017/06/08): ลงไปเป็นอาทิตย์ละเพิ่งนึกได้ 5555555555555555555555555

เอาที่มาชื่อฟิคมาฝาก คือประโยคนี้มันมีที่มาที่ไปเว้ย เผื่อใครไม่รู้หรือไม่ได้เล่นเกมส์

 

เหตุการณ์จะคล้ายๆฟิคเรื่อง Welcome home เลย คือหลังจากจาร์วิสฝ่า Timefog ออกมาได้ (ไม่รู้จะแปลว่ายังไงดี… หมอกเวลาก็ด้ะ ง่ายดี) แล้วก็ได้เจอโทนี่

ทีนี้มันมี Action ในเกมส์อันนึงของจาร์วิส Tend to Tony ที่จะดูแลโทนี่ตอนกำลังลองทดสอบงานประดิษฐ์อยู่ แล้วทีนี้ก็ระเบิด(น่าจะกลางอากาศนะ…) โทนี่ก็กระเด็น(หรือกระโดดถอยหลังไม่รู้ ลืม…) จาร์วิสที่คอยยืนดูอยู่ข้างหลังก็รับตัวโทนี่ไว้ ต่างคนต่างก็นั่งไปกับพื้น จาร์วิสก็เอาผ้ามาเช็ดเขม่าออกให้แล้วพยุงโทนี่ให้ลุกขึ้น แล้วโทนี่เอางานมาเทสต์ใหม่ ระเบิดอีก จาร์วิสรับไว้แล้วเช็ดหน้าให้ พยุงขึ้น ลูปไป (เควสนี้ตั้ง 4 ชม. แต่โอเคเควสน่ารักมุ้งมิ้ง ให้อภัย ฮือ…)

พอได้ทำ Action นี้ครั้งแรกตามเควสเสร็จ บทสนทนาของสองคนนี้คือแบบนี้เลย

01

โทนี่: รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งเลยอะ

02

จาร์วิส: ผมไม่มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติกับคุณเหมือนเด็กเล็กนะครับเจ้านาย ผมอยู่ที่นี่เพื่อคอยช่วยเหลือคุณในเรื่องกิจวัตรประจำวัน และปกป้องคุณจากอันตรายหากจำเป็นเท่านั้นครับ

03

โทนี่: งั้นก็ไม่มีแพนเค้กรูปกัปตันอเมริกาแล้วดิ?

04

จาร์วิส: Capcakes are always on the menu, sir. (แคปเค้กอยู่ในเมนูเสมอครับเจ้านาย)

 

ดูความกร๊าวนี้ย์ ที่จริงก็น่าจะมีตัวโทนี่เองกับจาร์วิสที่รู้ว่าเป็นแฟนบอยแคป ในเกมส์บางทียังเถียงกันอยู่เลย และแคปไม่รู้ด้วยว่าโทนี่เป็นแฟนบอย แถมเคยแอบหลุดว่าตัวเองส่องกล้ามแขนแคปด้วย แบบโทนี่บอกว่าทำอย่างกับคุณไม่ชอบการแข่งขัน ตั้งแต่เฮอร์คิวลีสกับโช(สองคนนี้กล้ามใหญ่ ฟฟฟฟ)มาที่โรงเรียนเรา ผมเห็นคุณเอาแต่เช็คดูกล้ามแขนอยู่นั่นแหละ แคปก็บอกฉันจะทำแบบนั้นไปทำไม แล้วก็โดนแคปย้อนถามว่า แล้วว่าแต่ทำไมนายถึงต้องส่องกล้ามฉันด้วยฮึ? นางก็บอกก็ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ไง (เอ่อ เข้าใจอยู่ว่าแกเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องช่างสังเกต แล้วแกสังเกตกล้ามแคปเพื่ออะไรวะ…)

ช่วงนี้สตีฟกับโทนี่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ช่วงซีวิลวอร์(แบ่งทีมกันแข่งงัดข้อนั่นแหละ…)กับหลังซีวิลวอร์นี่คุยกันเยอะมาก เพราะพยายามจูนเข้าหากัน (โทนี่ชอบสร้างหุ่นยนต์มาให้สู้ศัตรู ในขณะที่แคปยังอยากใช้คนจริงๆมากกว่า เป็นที่มาของการแบ่งทีมสู้ไฮดร้าในซีวิลวอร์โดยใช้วิธีของทีมตัวเอง) สุดท้ายก็เข้าใจว่าไม่รอด ยังไงก็คิดไม่เหมือนกันอยู่ดี ทีนี้บางอีเวนท์หลังจากนั้น จะสู้กับศัตรูก็ใช้ทั้งสองวิธีรวมกัน (ตอนแรกอิโทนี่ก็จะเอาหุ่นยนต์อย่างเดียว พอเห็นแคปเรียกชื่อ ‘โทนี่…’ แบบยิ้มๆแล้วนางก็บอก ‘เห้อม เทรนพวกเด็กฝึกง่อยๆพวกนั้นด้วยก็ด้ะ’ หืมมมมมม ความกลัวเมียยอมตามใจนี้)

 

 

Please do comment or sth if you wike it or not.

Enjoy Reading, BTW

 

 

WintxrLxv Fanfiction Index

#WintxrLxv

 

Advertisements

5 comments

  1. antoliza · พฤษภาคม 30

    กลับมาตามอ่านน Happy Birth Day นะโทนี่
    ยังคงไว้ซึ่งความน่ารักและฟินเหมือนเดิมเลยนะคร้าาาาา >__<
    ขอตัวไปนอนดิ้น โดนดาเมจความฟินนี้เข้าไป ไม่ไหวแล้วววววว

    Liked by 1 person

  2. yanisa · พฤษภาคม 30

    น่ารักมากโลยยยทำไมมันละมุนขนาดนี้น้าาาา เค้ารอเรื่องที่เหลือในโปรเจคอยู่นะค้าาา แต่งได้น่ารักมุ้งมิ้งมากเลย ฟินสุดดดดด ชอบมากกกกก

    Liked by 1 person

  3. yanisa · พฤษภาคม 30

    ตัลล้ากกกกกละมุ้นละไมมุ้งมิ้ง เขินมากกกกกกก อมกกก แต่ว่าเค้ายังไม่ได้เป็นแฟนกันซะทีแต่ว่าอย่างนี้ก็โอเคค รอเรื่องที่เหลืออยู่นะค้าาสู้ๆรีบมาต่อน้าา

    Liked by 1 person

    • wintxrlxv · พฤษภาคม 30

      แง้ ขอบคุณที่ตามอ่านน้าาา ยังตันๆอยู่เลย ฟฟฟฟฟ แต่จะเอามาลงให้เร็วที่สุดน้าา

      Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s